
ปภ.สรุปน้ำท่วม18จว.ตายพุ่ง595ราย
ปภ. สรุป ยังเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย 18 จังหวัด กทม. 36 เขต ปชช. เดือนร้อนกว่า 1.9 ล้านคน เสียชีวิต 595 ราย สูญหาย 2 ราย
19 พ.ย.54 ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม สรุปรายงานสถานการณ์สาธารณภัย ปัจจุปันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 18 จังหวัด ประกอบด้วย นครรสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ฉะเชิงเทรา นครนายก รวม 130 อำเภอ 936 ตำบล มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 1,921,263 ครัวเรือน จำนวนผู้เสียชีวิต 595 ราย สูญหาย 2 ราย กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ประสบภัยจำนวน 36 เขต จาก 50 เขต
รพ.ตลิ่งชันเปิดสายให้คนรักสัตว์โทรปรึกษาตลอด 24 ชม.
ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศปภ. แจ้งว่า นายสัตวแพทย์บูรพงศ์ สุธีรัตน์ โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชันให้คำแนะนำว่ากรณีสุนัข เห่า หอน ไม่กิน ไม่นอน ไม่ถ่าย เกิดจากอาการเครียดของสัตว์อพยพ ซึ่งจะมีอาการประมาณ 3-7วัน แต่หลังจากนั้นสุนัขจะปรับตัวได้ หากเจ้าของมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการผิดปกติของสัตว์เลี้ยงในช่วงน้ำท่วม สามารถสอบถามได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2887-8321-3 ตลอด 24 ชม.
สถานการณ์น้ำเขตบางขุนเทียนและบางบอนดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณพระราม 2 ขณะนี้ยังเป็นปกติ ไม่ได้มีน้ำเข้ามาท่วมขังอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ขณะที่สถานการณ์น้ำจากคลองต่างๆในฝั่งตะวันตก ได้ไหลลงแก้มลิงคลอง สนามชัย และคลองมหาชัย ทำให้สถานการณ์โดยรวมเขตบางขุนเทียนและเขตบางบอนเริ่มดีขึ้น จากที่มีการตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตต่างๆ และผลจากโครงการแก้มลิงทำให้สามารถเร่งระบายน้ำในทั้ง 2 เขตได้อย่างมาก
เขตสายไหมเปิดให้ผู้ประสบภัยลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือถึง 23 พ.ย.นี้
นางนงพระงา บุญปักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสายไหม เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเขตได้เปิดให้บริการประชาชน เดินทางมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติของคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย และยังไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้ โดยให้ยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือได้ ณ สำนักงานเขต จนถึงวันที่ 23 พ.ย.54 ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ถ.วงแหวนตะวันออกติดขัด! หลังปชช.แห่ใช้หนีน้ำ
สถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียงต่างเลี่ยงไปใช้เส้นทางด่านเก็บเงินธัญบุรี อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่งผลให้มีปริมาณรถหนาแน่นในเส้นทางวงแหวนตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นทางตัด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ออก จ.นครนายก ฉะเชิงเทรา เพื่อผ่านออกบางปะอิน คลองหลวง โดยเฉพาะการจราจรเส้นทาง ถ.ลำลูกกา และวงแหวนตะวันออก ติดขัดหนัก เนื่องจากน้ำยังท่วมขังผิวการจราจร บริเวณหน้าด่านเก็บเงิน จึงต้องใช้การจราจรขวาสุด
น้ำคลองแสนแสบหลังวัดบำเพ็ญเหนือลดลง
สถานการณ์น้ำ ภายในคลองแสนแสบ ด้านหลังวัดบำเพ็ญเหนือ ช่วงชุมชนแสนแสบตอนบน แขวงและเขตมีนบุรี ซึ่งติดด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ในวันนี้ ระดับน้ำสูงกว่าปกติ ประมาณ 30 - 40 ซ.ม. สอบถามจากประชาชนในพื้นที่ทราบว่า ในวันนี้ระดับน้ำลดลงจากหลายวันก่อน ประมาณ 10 ซ.ม. โดยปกติแล้ว ระดับน้ำจะลดลงตลอดทุก ๆ วัน วันละ 1 - 2 ซ.ม. ทั้งนี้ ประชาชนยังเชื่อว่าจากระดับน้ำที่ลดลงทุกวันนี้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของสถานการณ์น้ำในพื้นที่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม บริเวณดังกล่าวนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองทัพบกเฝ้าดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่องด้วย
ชาวบางระกำเร่งทำนาปรังรอบแรกหลังน้ำลดเกือบหมดแล้ว
หลายพื้นที่ใน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำที่เคยท่วมขังตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2554 เริ่มระบายลงสู่แม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน จนสภาพพื้นที่น้ำท่วมเกือบทั้งหมดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และทุกตำบลในอำเภอบางระกำ จะพบเห็นชาวนาเร่งปรับสภาพพื้นที่นาของตนเอง ไถและหว่านข้าวนาปรังรอบแรก เพื่อให้เก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2555 โดยต่างคาดหวังว่า จะสามารถทำนาปรังรอบที่สอง ( เมษายน-กรกฏาคม 2555 ) ก่อนที่น้ำจะกลับมาท่วมในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
ชาวนาบ้านท่าโก ม.3 ต.บางระกำ เปิดเผยว่า ปีนี้น้ำท่วมสูงและขังในพื้นที่นานมากร่วม 4 เดือน ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมาระดับน้ำได้เริ่มลดลงไปมาก ชาวนาต้องรีบทำนาปรังรอบแรกให้เร็วที่สุด เพื่อชดเชยนาข้าวที่สูญเสียจากน้ำท่วมในปีนี้ และต้องเสี่ยงกับภัยหนาว ที่มักเกิดโรคจู๋ ข้าวไม่ค่อยออกรวง แต่ก็ไม่มีทางเลือก ขณะที่นาปรังรอบที่สองนั้น ก็ต้องเสี่ยงกับภัยแล้ง คาดว่าปีหน้า คงต้องใช้น้ำจากบ่อบาดาลในการทำนา
พื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำยม ที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ในช่วงฤดูฝน น้ำจากแม่น้ำยมจะล้นตลิ่งและไหลท่วมทุ่งเป็นบริเวณกว้าง และท่วมขังนาน 3-4 เดือนระหว่างเดือนกรกฏาคม-ตุลาคมของทุกปี จากนั้น เมื่อน้ำในพื้นที่ลดลงหมดแล้ว ชาวนาก็จะเริ่มทำนากันสองรอบ แต่ก็มักประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำในแม่น้ำยมแห้งขอด เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ปี 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดให้ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งในชื่อบางระกำโมเดล ขณะที่ชาวนาในพื้นที่ อ.บางระกำส่วนใหญ่ไม่ค่อยห่วงเรื่องปัญหาน้ำท่วมเท่าไหร่ เนื่องจากคุ้นเคยกับน้ำท่วมทุ่งทุกปี เพียงแต่คาดหวังว่า อยากให้มีการจัดการน้ำที่มาท่วมในเวลาที่สมควร สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทัน และปัญหาเรื่องขาดน้ำทำนา กลับเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในพื้นที่ อ.บางระกำ
พิจิตรพบรอยแยกริมแม่น้ำน่านเป็นระยะทางยาวเกือบ 50ม.
ชาวบ้านต้องเร่งรื้อบ้านของนางประนอม วีระพจนานันท์ บ้านเลขที่ 128 และนางปัณพร มีทะระ บ้านเลขที่ 125 ถนนริมน่านตะวันตก เขตเทศบาลเมืองตะพานหิน อ.ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เพื่อเตรียมไปหาที่อยู่ใหม่ หลังจากที่แม่น้ำน่านลดลงอย่างรวดเร็วเกินไป โดยเขื่อนลดการระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของกรุงเทพฯ ทำให้ดินแม่น้ำน่านเกิดการทรุดตัว จึงทำให้บ้านเรือนชาวบ้าน เสียหาย 2 หลังคาเรือน และยังพบว่ามีรอยแยกของดิน เป็นทางยาวเกือบ 50 เมตร พาดผ่านหลังบ้านเรือนประชาชน โดยชาวบ้านต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นอีก โดยในขณะนี้มีชาวบ้านได้เริ่มรื้อบ้านหนีในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุแล้วจำนวน 2 หลังคาเรือน ในขณะที่อีกเกือบ 10 หลังคาเรือนชาวบ้านยัง ไม่มั่นใจ เนื่องจาก ไม่มีเงินค่ารื้อถอน และไม่มีที่ดินที่จะไปสร้างบ้านหลังใหม่ โดยในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการเข้าไปดูแลช่วยเหลือชาวบ้านแต่อย่างใด
โดยที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินของกรมเจ้าท่า แต่ชาวบ้านได้ปลูกที่พักอาศัยมาอย่างยาวนาน สมัยบรรพบุรุษ และแม่น้ำได้ขยายวงกว้าง ทำให้ผืนดินที่ชาวบ้านเคยอาศัยอยู่ลดน้อยลง โดยเฉพาะหากมีการลดระดับของแม่น้ำน่านที่รวดเร็ว มักจะเกิดการพังทลายของดินริมตลิ่งอย่างต่อเนื่อง



