
จับลูกเลี้ยงจ้างฆ่า'อาม่า'อ้างน้อยใจ
ตร.รวบลูกเลี้ยงจ้างวานฆ่าอาม่าได้แล้ว หลังหลบกบดานบ้านเมีย อ้างน้อยใจแม่เลี้ยงไม่รัก ไม่รับหลานที่เกิดจากเมียอีก 3 คน ก้มกราบขอขมา แม่เลี้ยงลั่นตัดขาดแม่ลูก ยันชุบเลี้ยงมาตั้งแต่อายุแค่ 10 วัน ไม่เคยตีสักครั้งเดียว แถมส่งเรียนถึงสิงคโปร์
ความคืบหน้ากรณีนายนิวัฒน์ สุวรรณประไพศรี อายุ 50 ปี จ้างวานฆ่า น .ส.สุวรรณา สุวรรณไพศรี อายุ 72 ปี ผู้เป็นแม่เลี้ยง แต่แผนการไม่สำเร็จ จนกระทั่งตำรวจตามจับผู้ต้องหาที่ลงมือได้ 4 ราย ล่าสุดสามารถตามจับตัวลูกเลี้ยงผู้บงการรายนี้ได้แล้ว
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 18 พ.ย. 2554 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 พ.ต.ท.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล สว.สส.สน.พลับพลาไชย 1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายนิวัฒน์ สุวรรณประไพศรี อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้เลขที่ จ.636/2554 ลงวันที่ 17 พ.ย.54 ในความผิดฐานใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.ยโสธร
พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พ.ย.54 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 1 สามารถจับกุมตัว นายช่วงวิทย์ หรือม่วง ทรัพย์สำรวย อายุ 26 ปี ลูกชายล้อต๊อกตลกชื่อดัง นายคมสัน บุญมี อายุ 42 ปี นายชูเกียรติ แซ่ตั๊น อายุ 39 ปี และ น.ส.เปิ้ล (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันพยายามฆ่า น.ส.สุวรรณา สุวรรณไพศรี อายุ 72 ปี ภายในบ้านพักเลขที่ 251 ถนนเฉลิมเขตร์ 4 แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยผู้ต้องหาแก๊งนี้ใช้วิธีนำเครื่องช๊อตไฟฟ้าช๊อตใส่ตามร่างกายเหยื่อหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในเวลาต่อมาแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ที่จ้างวานให้กลุ่มผู้ต้องหาแก๊งนี้ก่อเหตุคือ นายนิวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเหยื่อเองจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและติดตามไปจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวน นายนิวัฒน์ ให้การว่า เป็นผู้จ้างวานฆ่า น.ส.สุวรรณา แม่เลี้ยงตัวเองจริงแต่เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบน้อยใจคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความรักความอบอุ่น ตนอยากทำธุรกิจขายเครื่องครัวก็ไม่ให้การสนับสนุน แถมแม่เลี้ยงยังไม่ยอมรับหลานๆ อันเกิดจากภรรยาคนที่ 2 คนที่ 3 และคนที่ 4 ของตนอีก โดยอ้างว่ามีหลานเพียง 3 คน ซึ่งเกิดจากภรรยาคนที่ 1 ของตนเท่านั้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วตนมีลูกถึง 8 คน ที่เกิดจากภรรยาของตนทั้ง 4 คน ส่วนเรื่องติดการพนันนั้นยอมรับว่าตนชอบแทงพนันฟุตบอลจริงแต่ตอนนี้ไม่มีหนี้ติดตัวเพราะเคลียร์เงินให้เจ้าของโต๊ะไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามการวางแผนฆ่าแม่เลี้ยงตัวเองครั้งนี้ตนได้ติดต่อกับ นายคมสัน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าให้ช่วยหาทีมงานมาลงมือให้ โดยหยิบยืมเงินจากพ่อตาและแม่ยายของภรรยาคนที่ 4 ที่ได้จากการจำนองที่ดินมา 80,000 บาท เป็นค่าจ้างงวดแรกให้นายคมสัน ไปแบ่งกับทีมงานทั้งหมด
นายนิวัฒน์ ให้การต่อไปว่า ขั้นตอนการวางแผนที่ได้ตกลงกับนายคมสัน นั้นเดิมทีกำหนดแผนการเอาไว้ 2 ขั้น ขั้นแรกคือใช้วิธีการแอบตัดเหล็กดัดประตูบ้านที่เกิดเหตุเข้าไปภายในแล้วอาศัยจังหวะแม่เลี้ยงตนเผลอใช้มือบีบคอให้ตาย แต่แผนนี้นายคมสัน อ้างว่าเป็นเรื่องยาก เลยใช้แผนการขั้นที่สอง คือ ดักรอแม่เลี้ยงตนเดินออกจากบ้านแล้วผลักเข้าไปภายในบ้านทำการบีบคอและใช้เครื่องช๊อตไฟฟ้าจี้ตามร่างกาย หากนายคมสัน และทีมงานลงมือสำเร็จตนก็จะหาเงินให้อีกจำนวน 120,000 บาท เป็นค่าจ้างเนื่องจากมั่นใจว่าจะได้รับเงินมรดกจากการตายของแม่เลี้ยงจำนวนมากกว่านั้นอีกหลายเท่า
หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมพานธูปเทียนแพไว้ให้ นายนิวัฒน์ กราบขอขมา น.ส.สุวรรณา ผู้เป็นแม่เลี้ยงต่อหน้าสื่อมวลชน ทำให้ นายนิวัฒน์ เกิดสำนึกผิดร้องไห้ออกมาก้มกราบแทบเท้าผู้เป็นแม่ ทั้งนี้ น.ส.สุวรรณา ได้กล่าวกับลูกเลี้ยงว่า แม่ขออโหสิกรรมให้ลูกคนนี้ทุกอย่างแต่ขอให้ความเป็นแม่ลูกจบลง ณ ตรงนี้เลยจะดีกว่า เพราะหากยังผูกพันกันต่อไปกลัวว่าเวรกรรมที่มีต่อกันจะไม่หมดสิ้น
"ส่วนเรื่องที่ลูกกล่าวหาว่าแม่ไม่รัก อยากให้ลองคิดดูเอาเองว่าการที่พ่อกับแม่ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่มีอายุแค่ 10 วัน ปกป้องคุ้มครองไม่เคยทุบตีแม้แต่ครั้งเดียว พอจบมัธยมต้นก็อุตส่าห์ส่งไปศึกษาต่อด้านภาษา-การบัญชีถึงที่ประเทศสิงคโปร์ หนำซ้ำพอมีครอบครัวก็เลี้ยงดูหลานๆ ให้อีก 3 คนมาจนทุกวันนี้นั้นเรียกว่าไม่รักได้หรือไม่ ขนาดตำรวจถามว่าลูกคนนี้มีนิสัยใจคอเป็นอย่างไรติดการพนันไหมแม่ยังไม่เคยบอกกับตำรวจให้รู้ถึงธาตุแท้ของลูกคนนี้เลยสักคำ” น.ส.สุวรรณา กล่าว



