ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : 'ประธานมือใหม่'

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : 'ประธานมือใหม่'

20 พ.ย. 2554

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว

          “โปรดฟังอีกครั้ง” คำนี้คงคุ้นหูเมื่อปี 2549  ของ "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" (คมช.) นำโดย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช. นั่งหัวโต๊ะแถลงข่าว จากวันนั้นถึงวันนี้เวลาล่วงเลยผ่านไปอะไรๆ ก็เปลี่ยนตามกาลเวลา

          วันนี้ตำแหน่ง "ประธานคมช." ไม่มีอีกแล้ว มีแต่ "ประธานกมธ.ปรองดองแห่งชาติ" ตำแหน่งเปลี่ยน แต่หัวโต๊ะยังเป็นคนเดิม คือ "พล.อ.สนธิ" ซึ่งเป็นผู้เสนอให้มีการตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้น และสภาเห็นชอบให้ตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

          การประชุมนัดแรก “บิ๊กบัง” นั่งเป็นประธานการประชุม แต่ก็ยังมิวาย โดย “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แดงตัวพ่อ หยิกเบาๆ ในที่ประชุม “ไม่ได้เห็นด้วยกับ “บิ๊กบัง” แต่เห็นด้วยกับคำว่าปรองดอง” หลังการหารือกว่า 2 ชั่วโมง "พล.อ.สนธิ" นำทีมแถลงข่าว พร้อมด้วย "ไชยา พรหมา" โฆษกกมธ. "ชวลิต วิชยสุทธิ์" เลขาฯ กมธ.

          ระหว่างรอนักข่าว ดูเหมือนว่า “บิ๊กบัง” คงยังไม่ชินกับการแถลงข่าวครั้งแรก จึงต้องขอความช่วยเหลือกับ ส.ส.เพื่อไทยทั้ง 2 คน ที่ดูเหมือนมีประสบการณ์ในการแถลงข่าวมากกว่าหารือว่าต้องพูดอะไรบ้าง แถลงอย่างไร เนื้อหาแนวไหน ทำให้ทั้งโฆษกและเลขาฯ ช่วยติวเข้มกันยกใหญ่

          เอาเข้าจริง ก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที แต่เนื้อหาที่แถลงก็เป็นไปตามที่สองติวเตอร์ติวให้ แต่ก็ไม่วาย “งานเข้า” เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่อง พ.ร.ฎ.อภัยโทษ เล่นเอา “ท่านประธาน” ตะกุกตะกัก จนโฆษกที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นอาการแล้วไม่น่าจะไหว จึงช่วยตอบคำถามแทนจึงรอดตัวไป

          แต่ก็ไม่ว่ากันครับ ครั้งแรกใครก็ประหม่าด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกับ “ผู้นำปฏิวัติ” แต่ต้องกลับมาเป็น “ผู้นำปรองดอง” คงต้องให้เวลาปรับตัวกันบ้าง (ฮา)

 

 "น้ำตาพ่อ"

          น้ำท่วมครั้งนี้ใช่จะมีแต่ความทุกข์ระทม ในยามวิกฤติก็ยังปรากฏรอยยิ้มแต้มเติมตามมุมต่างๆ ของสังคม ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูเหมือนจะหน้าดำคร่ำเคร่งกับการช่วยเหลือชาวบ้าน และจับผิดคู่แข่ง

          อย่าง "เสี่ยตี๋" สาธิต ปิตุเตชะ ที่ก่อนหน้านี้หนักอกหนักใจ แต่พอน้ำท่วมกลับมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ที่ก่อนนี้หน้าตาอมทุกข์ แม้จะแต่งงานมากว่า 2 ปี แต่ศรีภรรยาก็ไม่มีวี่แววว่าจะให้กำเนิดทายาทเสียที ขณะที่ ส.ส.ในพรรคที่แต่งงานรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น "องอาจ คล้ามไพบูลย์" หรือ "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" ต่างก็มีโซ่ทองคล้องใจไปแล้วทั้งสิ้น จนถูกแซวว่า "สงสัยจะชอบกินแต่ขนมจีน"

          แต่ช่วงน้ำท่วมปีนี้เอง "ศรีภรรยา" ก็ได้ให้กำเนิดทายาท ทำให้ "เสี่ยตี๋" ยิ้มแป้น และตั้งชื่อลูกสาวแสนน่ารักอย่างเก๋ไก๋ว่า "น้องเฌอ"

          เลียบๆ เคียงๆ ถามที่มาของชื่อก็ได้รับคำตอบว่า "เฌอ" แปลว่า "ต้นไม้" เมื่อมีวิกฤติน้ำท่วมต้นไม้จะได้ช่วยซับน้ำ

          ท่าทาง "น้องเฌอ" จะไม่ได้ช่วยซับเฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังช่วย "ซับน้ำตาพ่อ" ด้วยการลบคำปรามาสของเพื่อนๆ พี่ๆ ในพรรคที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจมานานได้อีกด้วย

 

 "สารวัตร" อยากพูด

          ไม่วายจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่ในช่วงน้ำจมเมืองกรุงหลายจุด หลัง ครม.ที่ “สารวัตรเฉลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับข่าวมีมติผ่านร่าง พรฎ.พระราชทานอภัยโทษ

          กระจอกข่าวจึงตามหาตัว “สารวัตรเหลิม" กันให้วุ่น หลังจากนัดแนะกันอย่างดีจะให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา เมื่อถึงเวลา "สารวัตรเหลิม" ก็ให้สัมภาษณ์ดุเดือดเผ็ดมัน

          แต่ทุกอย่างเป็นอันต้องชะงักเมื่อมาเจอเหยี่ยวข่าวสาวที่ไล่บี้คำถาม ขัดอารมณ์ "สารวัตรเหลิม" จึงย้อนถามต้นเสียงว่า "อยู่ฉบับไหน ไม่ได้โกรธนะ แต่เห็นถามเก่ง"

          ก่อนต้นเสียงตอบหวานๆ มาจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง พอได้ยินเสียงหวานๆ จากกระจอกข่าวสาว "สารวัตร" เปลี่ยนเป็นชมทันที มีเสียงจากคอ "อื้ม...เก่งนะ" แหมช่างเบรกอารมณ์ของกำลังขึ้นได้ทันเกม

          เสร็จจากสภาตรงไปทำเนียบ ก็พบกับกระจอกข่าวกลุ่มใหญ่ "สารวัตรเหลิม" จึงจัดให้น้องๆ สื่ออีกรอบ แหม..ไม่รู้ว่าอยากพูด หรืออัดอั้นตันใจที่ต้องกลายเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน นำทีมแจงเรื่องนี้แทน "น้องสาวนายใหญ่" ระวังนะ!..ผลงานจะเข้าเป้า