ข่าว

สรุปผลงานซีเกมส์18พ.ย.54

สรุปผลงานซีเกมส์18พ.ย.54

19 พ.ย. 2554

ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" รายงานความเคลื่อนไหวกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการชิงชัยกัน 36 เหรียญ

........................

ตะกร้อถล่มอิเหนากวาดทอง

 

          ตะกร้อชิง 1 ทอง ที่ศรีวิจายา โปรโมชั่น เซ็นเตอร์ เมืองปาเลมบัง ประเภททีมชุดชาย ซึ่งมีแข่งขัน 4 ทีม ทีมไทย เต็ง 1 และแชมป์ 12 สมัย เก็บชัยชนะมา 2 นัดรวด โดยเอาชนะ พม่า 3-0 ทีม, ชนะ มาเลเซีย 3-0 ทีม ลงเตะนัดสุดท้าย เจอกับ อินโดนีเซีย ซึ่งคว้าชัยมา 2 นัดเช่นกัน โดยเจ้าภาพชนะ พม่า 2-1 ทีม และชนะ มาเลเซีย 3-0 ทีม ทำให้คู่ไทย-อิเหนา กลายเป็นคู่ชิงเหรียญทองโดยปริยาย ท่ามกลางกองเชียร์เจ้าภาพแน่นสนาม

          ทีมเอ ไทยส่ง ศิริวัฒน์ สาขา, สุริยัน เป๊ะชาญ และพรชัย เค้าแก้ว คว้าชัยชนะเป็นประเดิมอย่างง่ายดาย 2-0 เซต 15-4, 15-7 คลายความกดดันให้ทีมไทย ก่อนที่ทีม บี ประกอบด้วย เกรียงไกร แก้วเมียน, ภัทรพงศ์ ยุพดี และอนุวัฒน์ ชัยชนะ เจอกับทีมอิเหนาได้อย่างสูสี ก่อนที่ไทยจะมีการแก้เกม ด้วยการส่ง วีระวุฒิ ณ หนองคาย ลงไปเสิร์ฟแทน เกรียงไกร แก้วเมียน และเอาชนะได้ ในที่สุด 2-0 เซต 15-7, 15-12

          ทีมตะกร้อไทยคว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 13 ได้สำเร็จ แต่ยังต้องเล่นทีม ซี ตามโปรแกรม ซึ่งทีมไทยส่ง กฤษณะ ธนะกร, อัษดิน วงศ์โยธา และศุภชัย มนีนาถ ลงสนาม และรณรงค์ เจนชัยภูมิ ได้ลงมาหาประสบการณ์ในช่วงท้ายเกมด้วย แต่ยังเอาชนะได้อีก 2-1 เซต 15-9, 14-16, 15-11 สรุป ไทยเอาชนะ อินโดนีเซีย 3-0 ทีม คว้าเหรียญทองทีมชุดซีเกมส์ เป็นสมัยที่ 13 เหรียญเงิน อินโดนีเซีย และเหรียญทองแดง มาเลเซีย ที่ชนะ พม่า 3-0

 

"ธวัช" สบายใจคว้าทั้ง 4 ทอง

 

          นายธวัช กุมุทพงษ์พานิช ผู้จัดการทีมตะกร้อชายไทย กล่าวว่า พอใจที่ทีมทำได้เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ เพราะว่ามั่นใจในทีมชุดแต่ทีมเดี่ยวอาจจะพลาดได้ ทำให้คิดว่าจะได้ 3 ทอง 1 เงิน แต่การทำได้ 4 เหรียญทองครบ ก็เป็นผลมาจากการเก็บตัวฝึกซ้อมมานานไม่ต่ำกว่า 5 เดือน โดยทีมจะเดินทางกลับวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ และให้นักกีฬาพักราว 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นสมาคมก็จะต้องคัดเลือกนักกีฬามาเสริมทีมให้มากขึ้น เพราะคู่แข่งหลายชาติมีการพัฒนาขึ้นมาก ทั้งอินโดนีเซีย พม่า และ มาเลเซีย ก็ยังประมาทไม่ได้

 

กมลชมสุริยันค่อยประคองน้อง

 

          นายกมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนตะกร้อชายไทย กล่าวว่า นักเตะในทีมมีอาการบาดเจ็บ 2-3 ทำให้การวางตัวแต่ละทีมมีข้อจำกัด แต่เมื่อทีมประเดิมชัยชนะในทีมแรก ก็ทำให้ทีมต่อมาเล่นง่ายขึ้น จะเห็นได้ว่าอินโดนีเซีย นั้นเล่นได้ดี และยังได้เปรียบทุกด้าน หากทำแต้มไม่ชัดเจน ก็คงจะลำบากกว่านี้ นักเตะกำลังสำคัญของทีมต้องชื่นชม สุริยัน เป๊ะชาญ กัปตันทีมวัย 38 ปี ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และคอยประคองนักเตะรุ่นน้องตลอดเวลา และมีโอกาสจะเป็นกำลังสำคัญของทีมต่อในซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่พม่าด้วย ดีใจมากที่ทีมชายทำได้ 2 เหรียญทอง ตามเป้าหมาย และหวังว่าทีมตะกร้อไทย จะช่วยสร้างความสุขให้แก่แฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศ

 

ซิวเงินรางวัลเบ็ดเสร็จ 10.2 ล้าน

 

          สำหรับทีมตะกร้อไทยที่ได้ 2 เหรียญทองจากทีมเดี่ยวชาย-หญิง นักกีฬาทีมละ 5 คน ได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คนละ 2 แสนบาท ทีมละ 1 ล้านบาท รวม 2 ล้านบาท และสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย จะได้รับ 30 เปอร์เซ็นต์ ผู้ฝึกสอน 20 เปอร์เซ็นต์ คิดจากเงินรางวัลนักกีฬาอีก 1 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 3 ล้านบาท ในขณะที่ประเภททีมชุดได้อีก 2 เหรียญทอง ชาย-หญิง นักกีฬาทีมละ 12 คน ได้รับทีมละ 2.4 ล้านบาท รวม 4.8 ล้านบาท สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย จะได้รับ 30 เปอร์เซ็นต์ ผู้ฝึกสอน 20 เปอร์เซ็นต์ คิดจากเงินรางวัลนักกีฬา อีก 2.4 ล้านบาท รวม 7.2 ล้านบาท เมื่อรวมกับทีมเดี่ยว 3 ล้านบาท คิดเป็นเงินทั้งหมด 10.2 ล้านบาท

 

บาสสาวต่อเวลาเชือดปินส์ซิวทอง

 

          บาสเกตบอล ที่บริตามา อารีนา กรุงจาการ์ตา ประเภททีมหญิง ที่มีทีมเข้าร่วม 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมด ใครมีคะแนนมากที่สุดได้เหรียญทอง โดยทีมยัดห่วงสาวไทย ที่ 2 นัดแรกเอาชนะ อินโดนีเซีย 61-56 และมาเลเซีย 74-59 ลงสนามนัดที่ 3 เจอกับฟิลิปปินส์ ที่ชนะมา 2 นัดรวดเช่นกัน นัดเกมนี้สาวไทยหากชนะจะได้เหรียญทองไปครองทันที เนื่องจากแม้นัดสุดท้ายสาวไทยจะไปแพ้พม่าที่ชนะ 1 แพ้ 2 นัด และฟิลิปปินส์ไปชนะอินโดนีเซียที่หมดลุ้นไปแล้ว แต่เพราะผลงานเฮดทูเฮดของไทยจะดีกว่าฟิลิปปินส์

          เปิดฉากในช่วงแรกสาวไทยที่ประกอบด้วย จุฑามาศ จันทกาล, นฤมล บ้านหมู่, วิภาพร แซ่ฉั่ว, ชลิสา ชำนาญวารี และจุฑาทิพย์ มธุรส เครื่องยังไม่ร้อนไล่ตามสาวปินส์ 15-17 ควอเตอร์ 2 ไทยส่ง ชลธิชา เชิดเพชรรัตน์ และสุปราณี รัดรอดกิจ สองตัวเก๋าลงมากู้สถานการณ์ซึ่งได้ผล ชลธิชา กับ สุปราณี และจุฑาทิพย์ ช่วยกันทำแต้มได้ต่อเนื่อง จบครึ่งแรก ไทยนำ 38-29

          ครึ่งหลังสาวไทยที่ปรับแผนมาเน้นคุมโซนมากขึ้น เริ่มแผ่วและแม้จบควอเตอร์สามจะนำอยู่  50-47 แต่ในควอเตอร์สุดท้ายก็โดนฟิลิปปินส์ทำแต้มแซงนำจนได้ 59-57 จากนั้นเกมยังคงสูสี ก่อนที่สาวตากาล็อกแน่นอนกว่าออกนำ 64-61 เมื่อเหลือเวลา 13 วินาทีสุดท้าย ก่อนที่ทีมไทยขอเวลานอกเพื่อรับแผน ก่อนที่ จุฑามาศ จันทกาล จะมายิง 3 แต้มลงไปขณะที่หมดเวลาพอดี ตีเสมอ 64-64 ต้องไปเล่นต่อเวลาอีก 5 นาที ก่อนที่ทีมไทยจะเอาชนะไปได้ 75-73 คว้าเหรียญทองมาครองอีกหน

 

สุดปลื้มคว้าแชมป์ในรอบ 16 ปี

 

          หลังการแข่งขัน นายนิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร ผู้ช่วยผู้จัดการทีมยัดห่วงไทย กล่าวว่า ในที่สุดทีมบาสเกตบอลสาวไทยก็สามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ซึ่งแม้ไทยจะเหลือเกมอีกนัดกับพม่า แต่ตามกฎสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (ฟีบา) ไทยได้เหรียญทองร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะจะใช้การนับคะแนนแบบเฮดทูเฮด ซึ่งไทยเหนือกว่า และที่สำคัญทีมพม่าอ่อนกว่าทีมไทยมาก

          "ต้องยอมรับว่าแมทช์นี้เราเป็นรองฟิลิปปินส์ในเรื่องความคล่องตัวของตัวผู้เล่น แต่เรามีทีเด็ดอยู่ที่โค้ช ซัลวาตอเร โคปปา ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีที่นายกสมาคม สุรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา ไปทาบทามมา โค้ชโคปปาปรับแผนแก้เกมได้เก่ง ความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะไทยห่างเหินจากการได้แชมป์ซีเกมส์มาร่วม 16 ปีแล้ว หลังจากครั้งสุดท้ายเราไปได้แชมป์ที่เชียงใหม่ แถมไปชวดแชมป์ที่ซีเกมส์โคราชให้แก่มาเลเซียด้วย"

 

สกีน้ำคว้าทองทีมผสม

 

          วอเตอร์สกี ประเภททีมผสม นักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ นักกีฬาไทยประกอบด้วย ธรรณธนสร ไชยบุตร, สรัลยา ไวนิทรา, อภัสสรณ์ อัครอิสยาภรณ์, ทัศไนย เกื้อกูลรัฐ, บุญญโล จำเรือง และปฏิวัติ แจ่มจันทร์ ทำได้ 300 คะแนน โดย บุญญโล ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกบริเวณแขนขวาแต่ยังเล่นต่อจนจบ ส่วนเหรียญเงิน สิงคโปร์ 265 คะแนน เหรียญทองแดง ฟิลิปปินส์ 100 คะแนน เป็นเหรียญที่ 2 ของทีมไทย หลังจากที่ ปฏิวัติ แจ่มจันทร์ ได้เหรียญทองในประเภทเวคบอร์ด มาแล้ว สรุปผลงาน สกีน้ำ ไทยได้  2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง โดยนาย เศรษฐสุทธิ์ ประเศรษฐสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสกีน้ำไทย กล่าวว่า พอใจผลงานของนักกีฬา แต่จากการแข่งขันครั้งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ทีมต้องเรียนรู้และหวังว่ากีฬาชนิดนี้จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นกว่านี้  

 

'น้องโม' ลิ่วเต็งทองยิมลีลา

 

          ยิมนาสติกลีลา ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์หญิง แบ่งการแข่งขันเป็น 2 วัน โดยวันที่ 18 พฤศจิกายน “น้องโม” ธาราทิพย์ ศรีดี นักยิมนาสติกสาวไทยทำคะแนนนำเป็นอับดับ 1 โดยอุปกรณ์ห่วง 26.174 คะแนน บอล 25.683 คะแนน ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ “น้องขมิ้น” อัญญาวรินทร์ ศุภธีรเลิศ สาวไทยอีกคน ทำคะแนนห่วง 24.483 คะแนน บอล 24.641 คะแนน มีโอกาสคว้าเหรียญทอง และเหรียญเงิน ตามลำดับ โดยในวันที่ 19 พฤศจิกายน จะแข่งขันอีก 2 อุปกรณ์คือ คทาและริบบิ้น ซึ่ง น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ หัวหน้าทีมยิมนาสติกไทย แสดงความมั่นใจว่า ธาราทิพย์ และอัญญาวรินทร์ น่าจะแบ่งเหรียญทองและเงินกัน เนื่องจากทำคะแนนทิ้งคู่แข่งค่อนข้างมาก และอีกสองอุปกรณ์ที่เหลือนั้นเป็นอุปกรณ์ถนัดของทั้งคู่ 

 

บีเอ็มเอ็กซ์ไทยพ่ายเจ้าภาพเรียบ

 

          จักรยานชิง 2 ทอง ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ครอสคันทรีชาย-หญิง ทีมน่องเหล็กไทยเก็บเพิ่มได้อีก 1 เงิน 1 ทองแดง โดยเหรียญเงินได้จาก วิภาวี ดีคาบาเลส ทำเวลาได้ 51.97 นาที เหรียญทองเป็นของอินโดนีเซีย เวลา 49.85 นาที เวลาดีกว่าสาวไทยกว่า 2 วินาที

          ส่วนประเภทชายนั้น ณรงค์ กลิ่นสุหร่าย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 เวลา 45.99 นาที พ่าย 2 นักปั่นเจ้าภาพที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1-2 ด้วยเวลา 44.47 กับ 45.12 นาที ตามลำดับ

          สรุปผลงานของทีมน่องเหล็กไทย ผ่านมา 6 วัน ชิงไปแล้ว 9 เหรียญทอง ทีมไทยได้มา 2 ทอง 2 เงิน และ 4 เหรียญทองแดง ซึ่ง "เสธ.หมึก" พล.ต.เดชา เหมกระศรี เลขาธิการสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า อีก 9 เหรียญทองที่เหลือ ทีมน่องเหล็กไทยน่าจะได้โอกาสลุ้นอีก 3 ทองจาก อินไลน์เรซ 1,000-500 ม.ชาย-หญิงของ “บอมบ์” สัจจกุล เสียงล้ำ กับ “น้องบรีส” จุฑาธิป มณีพันธุ์ และพอยต์เรซของ “เจ้าป๋อม” ธุรกิจ บุญรัตนธนากร

 

วินด์เซิร์ฟจ่อเก็บ 2 ทอง

 

          วินด์เซิร์ฟ ที่จาการ์ตา เป็นการแข่งขันวันที่ 3 เพิ่มขึ้นอีก 2 เรซ รวมลงแข่งไปแล้ว 8 จาก 10 เรซ มีผลดังนี้ อาร์เอสเอ็กซ์ ชาย 1.เอก บุญสวัสดิ์ (ไทย) เสีย 7 คะแนน 2.อิ เนียวมัน ซัวทานา (อินโดนีเซีย) เสีย 14 คะแนน 3.เลนนาร์ด อ่อง (สิงคโปร์) เสีย 21 คะแนน, รุ่นอาร์เอสเอ็กซ์ หญิง 1.ศิริพร แก้วดวงงาม (ไทย) เสีย 7 คะแนน 2.ออเดรย์ หลิน (สิงคโปร์) เสีย 13 คะแนน 3.ราเตียห์ (อินโดนีเซีย) เสีย 24 คะแนน, รุ่นมิสทรัลวันดีไซน์ ชาย 1.อิกุสติ มาเด้ ออก้า สุลัคสนา (อินโดนีเซีย) เสีย 9 คะแนน 2.นาวิน สิงสาท (ไทย) เสีย 11 คะแนน 3.กีลอร์ด โคเวตา (ฟิลิปปินส์) เสีย 20 คะแนน รุ่นมิสทรัลวันดีไซน์ หญิง 1.ริโอ โฮอิริยา (อินโดนีเซีย) เสีย 8 คะแนน 2.นภาลัย ธารใส (ไทย) เสีย 12 คะแนน 3.อึ้ง หลิง ไค (สิงคโปร์) เสีย 22 คะแนน

          เดโชพล พัวนุกูลนนท์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า แม้จะเหลืออีก 2 เรซ แต่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าทีมไทยน่าจะได้ 2 เหรียญทองจาก เอก กับ ศิริพร ขณะที่รุ่นของนาวิน ค่อนข้างยากมาก แม้จะตาม 2 แต้ม ต้องลุ้นให้ ออกา ได้แค่ที่ 2 หรือที่ 3 หรือไม่ก็ให้อุปกรณ์ชำรุด ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนรุ่นของนภาลัย หมดลุ้นแน่นอนแล้ว

 

ปาเลมบังฝันจัดเอเชี่ยนเกมส์

 

          'บิ๊กต้อม' นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 เปิดเผยว่า จากการจัดการแข่งขันของอินโดนีเซียทั้ง 2 เมืองหลักนั้น จาการ์ตา จะดีกว่าที่ปาเลมบัง เนื่องจากสถานที่ต่างๆ ได้ผ่านการจัดกีฬาซีเกมส์มาแล้ว และบุคลากรมีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งจากข่าวที่ปาเลมบัง สนใจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ปี 2019 (พ.ศ.2662) คงเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการพิจารณาจาก สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) เพราะในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 นี้ ได้รับคำตำหนิมากมาย นอกเหนือจากไทยที่เห็นว่านี่คือกีฬาซีเกมส์ที่แย่ที่สุดในการแข่งขันสมัยใหม่แล้ว ชาติต่างๆ อย่าง ฟิลิปปินส์ หรือมาเลเซีย ก็บอกว่าซีเกมส์ครั้งนี้จัดได้แย่มาก

          สำหรับผลงานของนักกีฬาไทยใน “อิเหนาเกมส์” “บิ๊กต้อม” กล่าวว่า ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อินโดนีเซีย และเวียดนาม กำลังแย่งเหรียญทองกีฬาต่อสู้และกีฬาพื้นบ้าน ที่ไทยไม่ได้ส่งแข่งคิดรวมแล้วประมาณ 80 เหรียญทอง ดังนั้นหากไทยไม่ได้ที่ 2 จะต้องรักษาอันดับ 3 ไว้ให้ได้ ซึ่งตนอยากให้สหพันธ์กีฬาซีเกมส์เข้ามาดูแลเรื่องกฎระเบียบการคัดเลือกเจ้าภาพ และการบรรจุกีฬาแข่งขันให้เข้มข้นมากกว่านี้ เพื่อกีฬาซีเกมส์จะได้เป็นมหกรรมกีฬาที่จะพัฒนากีฬาของภูมิภาคอาเซียน

 

ไทยบี้ญวนลุ้น 100 ทอง

 

          ขณะที่นายณัฐวุฒิ เรืองเวส ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และเลขานุการคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย กล่าวว่า “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.และประธานเตรียมนักกีฬา ได้สั่งการให้มีการประเมินความหวังของไทยและเวียดนามอย่างใกล้ชิดว่าไทยมีโอกาสแซงกลับมาเป็นอันดับ 2 หรือไม่ โดยการประเมินผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่ผ่านมา กีฬาที่ทำเหรียญทองได้ตามเป้า 82 เปอร์เซ็นต์ แบ่งเป็นทำได้ตามเป้า 47 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ตั้งเป้าไว้ 35 เปอร์เซ็นต์

          "สำหรับในช่วงระยะเวลาการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่เหลืออีกไม่กี่วันนั้น ประเมินว่าไทยน่าจะคว้าเหรียญทองรวมแล้ว 110 เหรียญทอง หักค่าความเสี่ยง 10 เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ 99-100 เหรียญทอง เช่นเดียวกับเวียดนาม ซึ่งมีโอกาสคว้าเหรียญทองได้ประมาณ 100 เหรียญเช่นกัน สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าสูสี และยังพอมีโอกาสได้ที่ 2 ไปจนถึงวันสุดท้าย เช่นเดียวกับซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว ที่ไทยเฉือนเวียดนามเพียง 3 เหรียญทองเท่านั้น"