
เชียงคาน...แม่เหล็กสำคัญ
เชียงคาน...แม่เหล็กสำคัญ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองเลย โดย...บุญชู ศรีไตรภพ
ตัวเลขของนักท่องเที่ยวประจำเดือนเมษายน 2554 พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทย 23,879 คน ชาวต่างชาติ 776 คน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดเลย ในจำนวนนี้เป็นเม็ดเงินและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่อำเภอเชียงคานเฉลี่ยร้อยละ 70 แยกย่อยเป็นนักท่องเที่ยวไทยร้อยละ 98 และชาวต่างชาติร้อยละ 2
ขณะที่การท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในรอบปี 2553 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารวม 950,000 คน มีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวน 1,200 ล้านบาท และแน่นอนว่า ในจำนวนนี้เป็นเม็ดเงินของนักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาอยู่กับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเชียงคานถึงร้อยละ 70 ส่วนตลอดปีนี้เป็นที่คาดหมายว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนรวม 1.5 ล้านคน ก่อให้เกิดการสะพัดของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ 1,700 ล้านบาท
หากกล่าวถึงจังหวัดเลยแล้ว ภาพในอดีตอาจจะหมายถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ในการที่จะเดินทางขึ้นไปเยือนเพื่อสัมผัสความงาม แต่ในช่วง 5 ปีให้หลัง ชื่อของ "เชียงคาน" โดดเด่นและกลายเป็นแผนที่ของการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด อำเภอเชียงคานอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง 48 กิโลเมตร ด้วยศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยมาก ทำให้ชื่อเสียงเชียงคานอาจจะเป็นรองหากเทียบกับ "ปาย "หรือ อ.ปาย จ.เเม่ฮ่องสอน
แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเชียงคาน ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือน อาทิ แก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่งในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ
วัดศรีคุณเมือง ตั้งอยู่ที่ด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้าง, วัดท่าแขก เป็นวัดโบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร, หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ บ้านนาป่าหนาด เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเดียนเบียนฟู หรือเมืองแถง ทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือร้อยกว่าปีมาแล้ว ยังคงรักษาประเพณี และวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ถนนชายโขง ที่สามารถชมวิถีชีวิตของชุมชนบ้านไม้เก่าโบราณที่เรียบง่ายเลียบแม่น้ำโขง ชมการทำผ้าห่มนวม การทำข้าวหลามยาว สามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตลอดระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ภูทอก ห่างจากอำเภอเชียงคานไปทางอำเภอปากชม 8 กิโลเมตร สามารถชมทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว รวมถึงการชมทัศนียภาพของเมืองเชียงคาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว)
"ข้อมูลที่เราสำรวจก็คือเชียงคานยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวยังให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมมากกว่าพื้นที่อื่นๆ จะเห็นว่าในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา อัตราการจองที่พักของนักท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน อยู่ที่เชียงคานร้อยละ 90 เป็นการท่องเที่ยวอยู่ที่แก่งคุดคู้ ชุมชนบ้านไม้โบราณ ถนนชายโขง ขณะที่ในส่วนของอำเภอเมืองอยู่ที่ร้อยละ 80 ส่วนอำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย เฉลี่ยร้อยละ 60" สุพจน์ วงศ์พรหมท้าว ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย ให้ข้อมูล
นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยที่วางไว้ คือเน้นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว จัดทำคู่มือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จัดประชุมคณะกรรมการ/ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวอำเภอเชียงคาน เพื่อเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวพร้อมจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดเก็บข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลตามหลักวิชาการ
การจัดทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวประจำปี 2555-2558 ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย เพื่อเตรียมการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวให้ต่อเนื่อง การจัดประชุมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ทั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว/ประธานหอการค้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยง 3 จังหวัด คือ เลย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก การจัดทำร่างแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยว
พรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ แนวทางการสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยว จึงกำหนดโครงดังนี้
โครงข่ายประกอบด้วยการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม อ.ด่านซ้าย และ อ.นาแห้ว, โครงการการท่องเที่ยวไม้เมืองหนาวความหลากหลายทางพืชสวนไม้ดอกไม้ประดับ อ.ภูเรือ, โครงการข่ายการท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว อ.ท่าลี่, โครงการการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน 100 ปี อ.เชียงคาน, โครงการพรรณไม้หลากหลายที่ อ.ภูหลวง, โครงการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อ.ภูกระดึง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการพัฒนาและให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยว จะใช้แนวทางของการเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดการครอบคลุม เพราะเชื่อว่าแต่ละพื้นที่มีศักยภาพที่แตกต่างกันออกไป
"เชียงคานหรือภูกระดึงอาจจะโดดเด่น แต่ผมก็ต้องการให้นักท่องเที่ยวมีพื้นที่ของการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ยอมรับว่าการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เชียงคานคือพื้นที่ซึ่งถือว่าเป็นแม่เหล็กสำคัญ" พรศักดิ์ กล่าว
อัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย กล่าวว่า การผลักดันให้อำเภอเชียงคาน และจังหวัดเลย เติบโตทางด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่ ททท.ได้ดำเนินการในปีนี้คือ ร่วมมือกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ส.ป.ป.ลาว (LATA ) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลยและอำเภอเชียงคาน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดเลย กับ ส.ป.ป.ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ ส.ป.ป.ลาว (LATA) ในโครงการคาราวานรถยนต์ "เบิ่งเลย...แลลาว" ซึ่งโครงการที่จัดขึ้น ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรม
นี่คือภาพของเชียงคานและจังหวัดเลยต่อการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
--------------------------
(เชียงคาน...แม่เหล็กสำคัญ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองเลย โดย...บุญชู ศรีไตรภพ)



