
อภัยโทษ "แม้ว' เผชิญหน้ากลุ่มต้าน!
พูดถึงประเด็นร้อนเกี่ยวกับการประชุม ครม.วาระจร และ 'ลับ' ในการพิจารณาหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ....
พูดถึงประเด็นร้อนเกี่ยวกับการประชุม ครม.วาระจร และ 'ลับ' ในการพิจารณาหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.... เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
ถ้าวิเคราะห์ให้ดี มีอยู่สองประเด็นที่เป็นสาระสำคัญให้น่าติดตามอย่างใกล้ชิด
ประเด็นแรก ร่าง พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษฯ ที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยนั้น มีการตัดประเด็น เรื่องโทษยาเสพติด และโทษคอร์รัปชั่น ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยครอบคลุมเอาไว้ในสาระสำคัญแนบท้าย ไม่ให้มีการอภัยโทษนั้น จริงหรือไม่
เพราะเรื่องนี้ คือ ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มต้าน "ทักษิณ" กล่าวหาอย่างสำคัญว่า ส่อเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งต้องโทษผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี
ประเด็นต่อมา เรื่องของความไม่ชอบมาพากล ว่า การประชุม ครม.ที่ "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯคนที่ 3 ที่ดูแลเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ นั่งหัวโต๊ะ พิจารณาเรื่องพ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจาก นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯคนที่ 1 ติดภารกิจต่างจังหวัด ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯคนที่สอง ติดภารกิจในต่างประเทศ
เป็นการ "จงใจ" วางแผนกันมาก่อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องถูกกล่าวหามีผลประโยชน์ทับซ้อน ในการพิจารณาหลักเกณฑ์เอื้อประโยชน์พี่ชาย
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ดักคอ "เกม" การเมืองพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มต้าน "ทักษิณ" ที่ทำท่าว่าจะนำมาขยายผล เป็นประเด็นทางการเมืองว่า "จะพูดสั้นๆ อีกครั้งว่า ใครที่นำเรื่องนี้มาวิจารณ์ ถือว่า ไม่รู้จักกาลเทศะ ในวโรกาสสำคัญๆ ก็ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง"
และเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 5 ธันวาคม 2554 ก็เช่นกัน ที่รัฐบาลมีนโยบายเรื่องนี้
"...เรื่องนี้เป็นเรื่องพระราชอำนาจ รัฐบาลยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลง หรือมีบทสรุปเช่นใด" พร้อมทั้งอ้างขั้นตอนการยกร่างฯของคณะกรรมการ รวมถึงการตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา ฯลฯ ไม่ใช่ว่า จะได้ข้อยุติเพียงแค่นี้
เชื่อว่า เรื่องนี้ยังจะเป็นประเด็นร้อนแรงในกระแสสังคมอีกนาน ตราบที่ยังไม่ชัดเจนในสาระสำคัญของ พ.ร.ฎ.ดังกล่าว และเป็นที่ยอมรับได้ว่า ไม่ใช่ "ล็อคสเปก" เพื่อใคร ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างที่ถูกกล่าวหา



