ข่าว

'มาร์ค'จี้'ปู'เคลียร์ปมพรฎ.อภัยโทษ

'มาร์ค'จี้'ปู'เคลียร์ปมพรฎ.อภัยโทษ

18 พ.ย. 2554

“มาร์ค” จี้ “ยิ่งลักษณ์” แจงสังคม อย่าเล่นลิ้นเหมือน “เหลิม” แนะ เคลียร์ปม พรฎ.อภัยโทษ หลังกลับจาก ประชุมอาเซียน เตือน ถอดชนวนความขัดแย้งก่อนเกิด “วิกฤตการเมือง” ซ้อน “วิกฤตน้ำท่วม” วอน เห็นแก่ส่วนรวมเลิกแก้ กม.เอื้อคนๆ เดียว เตือน ประเทศเสียโอกาสมากแล้ว

          วันที่ 18 พ.ย.54  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง เริ่มมีความเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มประชาชน ที่คัดค้านการออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษว่า ปัญหาทั้งหมดรัฐบาลต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง การตราพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ทำกันมาในทุกวโรกาสสำคัญ แต่หลักเกณฑ์ไม่มีการพลิกแพลงในลักษณะนี้ รัฐบาลอยู่ในฐานะที่จะทำให้ปัญหาจบได้ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลพูดแค่คำเดียวว่า เรื่องนี้จะปฏิบัติเหมือนทุกปีทุกอย่างก็จบ คำถามคือทำไมไม่ทำ มีใครนั่งรอประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ตนขอถามว่ามีกี่คนในประเทศไทยที่หลบหนีคดีทุจริตคอรัปชั่น จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลต้องเอาความถูกต้อง ต้องยึดระบบกฎหมาย บ้านเมือง สังคม และผลประโยชน์ของส่วนรวมมาก่อน ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนให้ชัดตรงนี้
 
          เมื่อถามว่า หากเกิดปัญหาวิกฤตการเมืองซ้อนวิกฤตน้ำขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เราจะเสียโอกาสอย่างรุนแรง เพราะถูกจับตามองจากนานาชาติอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาเราเจอวิกฤต 1- 2- 3 ผ่านพ้นมาต่างชาติก็อยากมีความมั่นใจ การบริหารจัดการวิกฤตน้ำก็ยังมีปัญหาอยู่ รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่า ได้เรียนรู้จากจุดอ่อนในการบริหารจัดการเพื่อเรียกความเชื่อมั่น ถ้ามีวิกฤตการเมืองย้อนกลับมาอีกก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาของบ้านเมือง ทำให้ปัญหาน้ำท่วมแก้ไขยากมากขึ้นการฟื้นฟูความเชื่อมี่นจะยิ่งยากมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลแค่ตัดสินใจง่ายๆ ทำในสิ่งที่เคยปฏิบัติมาเป็นประเพณีไม่ทำให้ระบบกฎหมายเสียทุกอย่างก็เดินได้
 
          "ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าอย่างนี้ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูประเทศ จะทำหน้าที่อย่างยากลำบาก ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลต้องมาซ้ำเติมปัญหาในขณะนี้ เอาผลประโยชน์ของประชาชนกับส่วนรวมมาก่อนดีกว่า ผมคิดว่านายกฯกลับมาจากอาเซียน ต้องตอบคำถามนี้ให้สังคม พูดอย่างตรงไปตรงมาอย่าเลี่ยงเหมือน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่เลี่ยงตอบคำถามในสภา เอาข้อเท็จจริงมาว่ากันว่า ในอดีตไม่เคยมีการวางหลักเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษให้คนหนีคดี ทำไมขณะนี้ถึงจะเสนอให้ทำอย่างนั้น เราถือว่าการทุจริตคอรัปชั่น เป็นความผิดที่ร้ายแรง เป็นความผิดที่เกิดจากการทำผิดกฎหมายป้องกันปราบปรามการทุจริต จึงมีการแนบท้ายบัญชีเพื่อให้การพระราชทานอภัยโทษ เป็นการลดหย่อนตามพฤติกรรมของนักโทษ ทำไมจะต้องมาเปลี่ยนแปลงในปีนี้ เปลี่ยนแปลงไปเพื่ออะไร เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดทั้งในเรื่องของการคอรัปชั่น และการปฏิบัติตามกฎหมาย ผมถามว่ามีใครได้ประโยชน์นอกจากคนเพียงคนเดียว ที่เรามองเห็นกันอยู่ ผมฝากถึงประชาชนทุกกลุ่ม ที่กำลังเคลื่อนไหวให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขอบข่ายของกฎหมาย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


“มาร์ค” ชี้เหตุ ปชป.ยื่นซักฟอก ย้ำไม่คิดล้มรัฐบาลแค่ปราม“รมต.” ให้ทำงานโปร่งใส

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ.ว่า อยู่ที่ประธานสภาจะพิจารณา ซึ่งสภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ยังมีเวลาที่สามารถประสานไปยังรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายเพื่อกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่แล้ว  และเป็นหน้าที่ของประธานสภาที่ต้องให้ฝ่ายค้านสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากคิดว่าไม่สามารถบรรจุญัตติได้ในสมัยประชุมนี้  ก็ขอให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพราะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร

          แต่ถ้าคาญัตติไว้โดยไม่มีการบรรจุวาระก็จะทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ระบบการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ ในเมื่อทุกคนเรียกหาประชาธิปไตย ก็ต้องมีการตรวจสอบจากสภาจากฝ่ายค้าน ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล เพราะเป็นการอภิปราย รมว.ยุติธรรม รัฐบาลไม่ได้ล้ม ไม่ได้เปลี่ยน แต่เราต้องการตรวจสอบชี้ให้ประชาชนเห็นว่าการแก้ปัญหาปรับปรุงได้ จะเป็นการปรามฝ่ายการเมืองที่กำลังทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมขาดประสิทธิภาพหรือไม่โปร่งใส

 

 

ชาวบางระกำสุดทน จวก 'ปู' ทำบ้านเมือง 'ยิ่งเละ'

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค และส.ส.จังหวัดพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่วัดท่าโก ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ในโครงการ “อาสา..คนไทยช่วยน้ำท่วม ร่วมใจฟื้นฟู” โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมทาสีกำแพงโรงเรียน และเครื่องเล่นเด็กในสนามเด็กเล่น ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวประสบอุทกภัยนานหลายเดือนน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และเพิ่งจะกลับสู่ภาวะปกติ จากนั้นได้ไปแลกเปลี่ยนความเห็นและรบประทานอาหารกลางวันร่วมกับเกษตรกรที่บ้านเลขที่ 111/1 หมู่ 4 ตำบาลบางระกำ ซึ่งเป็นบ้านของนางแดง เทพหยด

           ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า เป็นการแสดงว่าพรรคพร้อมที่จะร่วมกับทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูชีวิตประชาชนหลังน้ำลด และเลือกโรงเรียนเป็นสถานที่แรกเพราะเห็นว่าเป็นอนาคตของประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนและมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยจะดำเนินการครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ อาชีพ สุขภาพ และการศึกษา ซึ่งจะดูว่าเยาวชนที่ได้รับผลกระทบด้านการเรียนจะต้องเสริมอย่างไร ทั้งนี้จะประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อระดมความคิดจากประชาชนทั้งในส่วนกลาง และระดับพื้นที่เกี่ยวกับการเตรียมการป้องกันสำหรับอนาคต โดยอาศัยภูมิปัญญาของชาวบ้าน ผนวกกับความรู้ของผู้เชี่ยวชาญและจะจัดเตรียมในเรื่องการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกัน การปฏิบัติตนในภัยพิบัติต่อไป ซึ่งจะทำในพื้นที่ประสบภัยที่มีความพร้อม โดยได้ประสานงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาคธุรกิจ เอกชน และประชาชน

           “การป้องกันภัยพิบัติในอนาคตต้องจัดเวทีเพื่อระดมข้อเสนอแนะ สรุปให้คณะกรรมการที่มีหน้าที่ฟื้นฟูต่อไป และที่ผมเลือกพื้นที่บางระกำเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูก็เพื่อส่งสัญญาณถึงรัฐบาลที่เคยประกาศนโยบาย บางระกำโมเดล ว่าอย่าเพิ่งทิ้งพื้นที่นี้เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่รอรับการฟื้นฟู ทั้งการชดเชยเยียวยา อยากให้รัฐบาลติดตามทำต่อเนื่อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแลกเปลี่ยนความเห็นกับเกษตรกรนั้น เกษตรกรหลายคนได้แสดงความเป็นห่วงว่า จะไม่ได้เงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ ในขณะที่รัฐบาลได้ตัดสิทธิ์เกษตรกรที่มีการเพาะปลูกก่อนวันที่ 1 ต.ค.ออกจากโครงการรับจำนำข้าว โดยให้รับสิทธิในการเยียวยาไร่ละ 1,400 บาทแทน และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา โดยเกษตรกรเห็นว่ารัฐบาลควรจะให้สิทธิเกษตรกรที่เพาะปลูก ก่อนวันที่ 1 ต.ค.ด้วย เพราะเป็นคนละส่วนกับการเยียวยาเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก่อนที่จะทำการเพาะปลูก ซึ่งนายอภิสิทธิ์ รับที่จะสะท้อนปัญหาในสภาเพื่อให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา

           ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านสะท้อนถึงบางระกำโมเดลของรัฐบาล ว่าไม่ได้มาจากชาวบ้านแต่มาจากข้างบน และชาวบ้านไม่รู้จะช่วยแก้ปัญหาอะไร ไม่มีการสอบถามคนในพื้นที่ว่าต้องการตามที่ส่วนกลางกำหนดให้หรือไม่ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้กลัวปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่ต้องการให้มีการบริหารจัดการน้ำ ให้สอดคล้องกับการทำการเกษตร ขณะที่ นางมณีชน แซ่ด่าน ชาวบ้านบางระกำ ได้กล่าวกับคณะของนายอภิสิทธิ์อย่างอัดอั้นตันใจว่า อยากฝากถามถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เหตุใดจึงไม่มีการระบายน้ำ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้คำแนะนำกับรัฐบาล แต่กลับทำตรงกันข้ามจนปัญหาบานปลายจึงคิดว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีไม่ใช่ยิ่งลักษณ์ แต่เป็นยิ่งเละมากกว่า

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านร้องเรียน เกี่ยวกับการถูกหักค่าหัวคิวเกษตรกรรายละ 2 ไร่ ไร่ละ 2,200 บาท ว่าหลังจากแจ้งความกับตำรวจคดียังไม่คืบหน้า โดยนายสุมาลี กลิ่นจันทร์ และนายเชาว์ พันเปี่ยม ชาวบ้านหมู่ 10 บ้านคลองลึก ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัด พิษณุโลก เล่าว่าได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ต.ชุมแสงสงคราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายชวลิต ยังเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน และ ส.ต.ณรงค์ฤทธิ์ เพชรพูล รวมทั้งนายอ๊อด เงินเขียว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี และยังมีปัญหาชาวบ้านที่น้ำท่วมบ้านไม่ได้เงินชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาท เนื่องจากไม่ใช่พรรคพวกของผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับมีการจ่ายเงินให้กับพรรคพวกตัวเอง ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยได้นำภาพถ่ายและหลักฐานมาแสดงต่อสื่อมวลชนและนายอภิสิทธิ์ด้วย รวมทั้งขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้า เนื่องจากเกิดความหวาดกลัวในเรื่องอิทธิพล เนื่องจากมีการขี่มอเตอร์ไซด์ตามข่มขู่คุกคาม ทำให้ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นได้มีชาวบ้านสอบถามนายอภสิทธิ์ว่า มีการปล่อยข่าวว่านายอภิสิทธิ์เดินทางมาบางระกำ เพื่อรวบรวมรายชื่อชาวบ้านในการยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเป็นความจริงหรือไม่ ทำให้นายอภิสิทธิ์ถึงกับหัวเราะก่อนจะชี้แจงว่า เดินทางมาเพื่อรับฟังปัญหาและช่วยเหลือประชาชน ไม่มีการล่ารายชื่อชาวบ้านตามที่มีข่าวลือ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นถอดถอนรัฐมนตรีและส.ส.รวม 7 คน นั้นเป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านที่รวบรวมรายชื่อของส.ส. ดำเนินการตรวจสอบหลังพบว่ามีการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ