'พงศพัศ'ชี้เปิดปตร.พระยาสุเรนทร์ไม่กระทบบางชัน
'พงศพัศ' เผยเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ยังไม่กระทบต่อนิคมฯบางชัน แย้ม พยานระบุผู้ก่อเหตุปาระเบิดเป็นคนสายไหม
18 พ.ย.54 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศปภ. กล่าวถึงเหตุการณ์ปาประทัดใส่กลุ่มชาวบ้านที่เข้ารื้อกระสอบทราย ในพื้นที่สายไหม บริเวณสะพานแก้วรังสิต จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ข้อมูลจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่า มีผู้ต้องสงสัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดบนสะพาน แล้วปาประทัด ใส่เข้าไปในกลุ่มชาวบ้านคลองหกวา ซึ่งจากการให้ปากคำของพยาน ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนสายไหม หากท่านใดมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจสายไหม เพื่อออกหมายจับและดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ เวลา 15.00 น. พล.ต.ต คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะเป็นตัวแทนไปเจรจากับแกนนำชาวบ้าน ที่เรียกร้องให้รื้อคันกั้นน้ำ บริเวณคลองหกวา ที่กั้นระหว่าง อ.คูคต จ.ปทุมธานี กับเขตสายไหม กทม. เพื่อลดการเผชิญหน้า และการควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง ก่อนที่ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเดินทาง ไปร่วมเจรจากับแกนนำชาวบ้านใน 2 พื้นที่อีกครั้ง ซึ่งตำรวจจะพยายามเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โดยได้ใช้กำลังดูแลในพื้นที่ จำนวน 2 กองร้อย จากตำรวจตระเวนชายแดน 1 กองร้อย และกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อยเข้าดูแลรักษาความสงบให้กับชาวบ้าน
ทั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน และทนทุกข์กับปัญหาน้ำเน่าเสีย เป็นเวลานาน ทาง ศปภ.จะพิจารณาเป็นส่วนๆไป โดยในส่วนของแยก คปอ. จะมีการเฝ้าระวังระดับน้ำเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ว่า ส่งผลกระทบกับปลายน้ำหรือไม่ หากปริมาณน้ำมากไปก่อให้เกิดผลกระทบในพื้นที่อื่นๆ ก็อาจมีการทำฝายน้ำล้นเหมือนที่ดอนเมือง ส่วนการเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ในขณะนี้ยังสามารถควบคุมทิศทางน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมบางชันได้ และเชื่อว่า การเจรจากับแกนนำชาวบ้านก็สามารถจะตกลงกันได้



