
ญี่ปุ่นห้ามขายข้าวหลังพบเปื้อนสารกัมมันตรังสี
รัฐบาลญี่ปุ่นมีคำสั่งห้ามจำหน่ายข้าวจากเขตโอนามิ จังหวัดฟุกุชิมะ หลังพบข้าวจากนาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เกือบ 50 กม.มีปริมาณสารกัมมันตรังสีซีเซียมเกินกว่าระดับปลอดภัย
18 พ.ย.54 สื่อต่างประเทศรายงานตว่า คำสั่งของรัฐบาลมีขึ้นหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุชิมะประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า ข้าวในจังหวัดมีความปลอดภัย แต่ตัวอย่างข้าวจากเขตโอนามิที่ตรวจวัดเมื่อวันพุธ มีระดับซีเซียมมากถึง 630 เบคเคอเรลต่อ 1 กก. เกินกว่าระดับปลอดภัยที่ 500 เบคเคอเรล และสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่พบการปนเปื้อนระดับสูงในข้าวที่เป็นอาหารหลักของประเทศ นับจากเกิดวิกฤติสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิที่เป็นผลจากสึนามิซัดเมื่อเดือนมีนาคม
แต่โฆษกรัฐบาล บอกว่า ข้าวดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำขายออกสู่ตลาด และรัฐบาลจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุชิมะตรวจสอบหาสาเหตุการปนเปื้อนและเพิ่มการตรวจสอบข้าวจากพื้นที่ทั้งในและรอบนอกเขตโอนามิ และรัฐบาลจะพิจารณายกเลิกคำสั่งห้ามก็ต่อเมื่อข้าวได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้วว่ามีความปลอดภัย
ก่อนหน้านี้นายฮิโรชิ ทาคาฮาชิ นักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยอุตุนิยมวิทยา ในจังหวัด อิบารากิ บอกเมื่อวานว่า สารกัมมันตรังสีซีเซียม ที่แพร่จากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ มากถึงร้อยละ 80 ตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิคและไหลไปยังมหาสมุทรต่างๆทั่วโลก ส่วนที่เหลือตกลงบนดินทั้งในและรอบนอกจังหวัดฟุกุชิมะ แต่สารกัมมันตรังสีซีเซียมที่ลงสู่ทะเลมีปริมาณต่ำกว่าระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ นอกจากนี้นักวิจัย ประเมินว่าสารดังกล่าวจะไหลไปตามมหาสมุทรจนรอบโลกครบภายในวันที่ 24 มีนาคม



