
เอกชนโอดลงทุนสะดุดหลังคุมมาบตาพุดอืด
ภาคเอกชน โอดประกาศเขตควบคุมมลพิษมาบตาพุดล่าช้า ทำให้เกิดความสับสน ส่งผลโครงการลงทุนทั้งใหม่-เก่าชะงัก พบต่างชาติหนีไปลงทุนประเทศอื่นแทน
แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กล่าวว่า จากกรณีที่ศาลปกครองระยอง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด เป็นเขตควบคุมมลพิษใน 60 วัน ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมานั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเขตควบคุมมลพิษตามคำสั่งศาล ทำให้นักลงทุนสับสนว่า จะเดินหน้าลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดอย่างไร เพราะมีการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวในประเด็นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ทำให้สถานการณ์ความไม่ชัดเจนยืดเยื้อออกไปอีก
นอกจากนั้นกฎเกณฑ์การควบคุมมลพิษ ที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องออกประกาศก็ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้การลงทุนทั้งโครงการเก่า และโครงการใหม่ เกิดความชะงักงัน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในไทยลังเลและหันไปพิจารณาประเทศอื่นแทน ขณะเดียวกันแผนลดมลพิษของท้องถิ่นที่ล่าช้าทำให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ทราบขอบเขตอำนาจของตัวเอง โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานใหม่ ทำให้โครงการต่างๆ แม้จะผ่านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว ก็ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันให้ได้ตามมาตรฐานยูโร 4 ของบริษัทคงต้องล่าช้าออกไปจากที่ต้องใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี ที่สำคัญมาตรฐานดังกล่าวจะบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2555
"แม้โครงการนี้จะได้รับอนุมัติอีไอเอแล้ว แต่ยังเดินหน้าไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่ากฎระเบียบใหม่ที่ออกมาจะมีผลย้อนหลังหรือไม่ และมีอุปสรรคอย่างไรในอนาคตอีก ขณะนี้จึงต้องรอการออกกฎระเบียบใหม่ของภาครัฐ" นายชายน้อยกล่าว
ด้านนายวิลเลียม แอล สโตน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบต่างๆ เรื่องการประกาศเขตควบคุมมลพิษในมาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้นักลงทุนกังวลพอสมควร โดยโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันให้ได้ตามมาตรฐานยูโร 4 ของบริษัท ใช้เงินลงทุนกว่า 550 ล้านดอลลาร์ ซึ่งความไม่แน่นอนของกฎระเบียบต่างๆ ทำให้การลงทุนยืดเยื้อออกไป



