ข่าว

รับน้ำ(เน่า)ไม่ไหวลุยแผน'ดอนเมืองโมเดล'

รับน้ำ(เน่า)ไม่ไหวลุยแผน'ดอนเมืองโมเดล'

18 พ.ย. 2554

รับน้ำ(เน่า)ไม่ไหวลุยแผน'ดอนเมืองโมเดล': ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน

          การรวมตัวกันของผู้ประสบภัยย่านดอนเมืองและรังสิต เพื่อรื้อ "บิ๊กแบ็ก" ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) สร้างไว้เป็นคันกันน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิต จนถูกเรียกขานจากผู้ประสบภัยว่า "ดอนเมืองโมเดล" นั้น อาจทำให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นๆ ยึดเป็นต้นแบบ เพื่อคลี่คลายปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชนของพวกเขา ซึ่งระดับน้ำยังไม่ลดระดับลงมาร่วมเดือนแล้ว แถมมีกลิ่นเหม็นของน้ำเน่าจนเกินจะรับไหวแล้ว!!
   
          ล่าสุด ชาวอำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 300 คน รวมตัวกันรื้อแนวคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กบนถนนพหลโยธิน ช่วงแยกกรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ หรือ คปอ. ถือเป็นจุดแรกที่มีการยึดรูปแบบการเคลื่อนไหว "ดอนเมืองโมเดล" หลังการดำเนินการของผู้ประสบภัยย่านดอนเมืองเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นที่น่าพอใจ  และพวกเขาเชื่อว่าจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ระดับน้ำที่ท่วมสูงในชุมชนของเขาลดระดับลงได้
   
          "พวกเราสุดทนแล้ว อยู่กับน้ำที่ท่วมสูงมานานร่วมเดือนแล้ว มันรับสภาพกันไม่ไหวแล้ว อดมื้อกินมื้อ ต้องปากกัดตีนถีบหาทางเอาชีวิตรอดกันเอง ตอนเอาบิ๊กแบ็กมาวางก็ไม่เคยเข้ามาสอบถามพวกเรา แต่ไปให้ข่าวกันว่าพวกเรายินยอมเป็นผู้เสียสละ เมื่อพวกเราต้องจมอยู่ในน้ำมานานโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล ยิ่งได้ข่าวว่าตรงโน้นลดตรงนี้ลด แต่ชุมชนเราระดับน้ำแทบไม่ลดลงเลย แถมยังเน่าเหม็นจนทนไม่ไหวแล้ว ก็เลยอยากให้รื้อแนวคันกั้นน้ำลงบ้าง" สมศักดิ์ หนึ่งในกลุ่มประชาชนที่ร่วมในเหตุการณ์ ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนแอนเน็กซ์ ถูกน้ำจากคลองสองไหลเข้าท่วมในระดับสูงมานานเกือบ 1 เดือน ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ เช่นเดียวกับชาวชุมชนอีกกว่า 2,000 คน ที่ต้องอาศัยอยู่กับน้ำที่เน่าเหม็น จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้
   
          สมศักดิ์ บอกด้วยว่า เขาและเพื่อนร่วมชะตากรรมมั่นใจว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยให้น้ำระบายออกสู่ทะเลไปตามธรรมชาติโดยไม่มีเครื่องกีดขวาง ระดับน้ำที่ท่วมสูงจะลดลงในเวลาอันรวดเร็ว และหากมีการรื้อออกทั้งหมดระดับน้ำที่ท่วมสูงจะลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลาอันรวดเร็ว
   
          "ผมเห็นใจผู้ที่อยู่หลังแนวคันบิ๊กแบ็ก เพราะรู้ดีว่าหากมีการรื้อบิ๊กแบ็กออกทั้งหมดน้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว แต่ก็อยากให้เห็นใจพวกผมบ้างเพราะแช่อยู่ในน้ำนานแล้ว หากพวกเขาจะกล่าวโทษก็ขอให้โทษรัฐบาลที่เอาบิ๊กแบ็กมากั้นน้ำไว้ตั้งแต่แรก เพราะหากไม่กั้นน้ำไว้ น้ำก็จะกระจายไม่มีระดับที่สูงและปริมาณมากเช่นนี้" สมศักดิ์บอกถึงเหตุผล
   
          ระหว่างที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในฐานะโฆษก ศปภ. เจรจาอยู่กับผู้ประสบภัยย่านแยก คปอ. ยังไม่ทันได้ข้อยุติ ก็เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นอีก เมื่อผู้ประสบภัยในเขต ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา รวมตัวกันพังแนวกระสอบทรายที่กรุงเทพมหานครนำมาทำเป็นคันกั้นน้ำป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองหกวาสายล่าง เอ่อเข้าท่วมพื้นที่เขตสายไหม
   
          ทั้งนี้ พื้นที่ ต.ลาดสวาย ถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 1-1.5 เมตร มานานเกือบ 1 เดือนเต็ม โดยมีผู้ประสบภัยที่พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านจัดสรรย่านนี้มีจำนวนมาก แต่พื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานครนำถุงทรายมาวางเป็นคันกั้นน้ำไว้ทำให้พื้นที่หลังแนวคันกั้นน้ำแห้งสนิท สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวตำบลลาดสวายมาระยะหนึ่งแล้ว
   
          "พวกเรารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมานานแล้ว บ้านเราถูกน้ำท่วมสูงเป็นเมตรมาเกือบเดือนจนน้ำเน่าแล้ว ฝั่งสายไหมหลังแนวกระสอบทรายเขายังแห้งสนิท มันทนไม่ไหวแล้ว อยากให้น้ำลดลงไปบ้าง ก่อนหน้านี้ก็มีการพังเกาะกลางถนนลำลูกกาเพื่อหวังให้น้ำไหลได้สะดวก แต่น้ำก็ไม่ไปไหนเพราะติดแนวกระสอบทราย จึงต้องเอาออกน้ำจะได้ลดระดับลงเสียที เราทนมานานแล้วอยากให้เห็นใจกันบ้าง" ผู้ประสบภัยซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแคทลียา ต.ลาดสวาย อ้างเหตุผลในการพังแนวคันกั้นน้ำคลองหกวาสายล่าง
   
          เหตุการณ์พังแนวคันกั้นน้ำทั้งสองพื้นที่ในวันนี้ อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย..."ดอนเมืองโมเดล" กำลังขยายอำนาจการต่อรองไปยังพื้นที่อื่นๆ อีก ล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยจากผู้ประสบภัยใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กลุ่มหนึ่งว่า กำลังนัดหมายเคลื่อนไหวกดดันให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติภารกิจกู้ถนนสาย 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ซึ่งมีการนำบิ๊กแบ็กมาวางกั้นทางน้ำและสูบน้ำออกจากถนน ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ อ.บางบัวทอง และ อ.บางใหญ่ หยุดนิ่งไม่ลดระดับลงอย่างที่คาดการณ์ไว้
     
          "ก่อนปฏิบัติการกู้ถนนสาย 340 ระดับน้ำในพื้นที่ลดลงอย่างน่าพอใจ จากที่เคยอยู่ระดับคอลดลงมาเหลือระดับเอว แต่หลังจากมีการกู้ถนนสาย 340 เจ้าหน้าที่ได้นำท่อซีเมนต์และกระสอบทรายมาวางเป็นแนวคันกั้นน้ำขวางทางน้ำเอาไว้ ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่หยุดนิ่งไม่ลดระดับลงเลย จึงอยากให้มีการยุติภารกิจกู้ถนนสายนี้ รวมทั้งให้ยกแนวคันกั้นน้ำออกไปเพื่อให้น้ำระบายไปตามธรรมชาติ หากยังไม่ทำตามเร็วๆนี้ พวกเราจะรวมตัวกันไปรื้อออกเอง" แกนนำผู้ประสบภัยย่านบางบัวทองบอก
   
          เมื่อผู้ประสบภัยอดทนมาถึงขีดสุดแล้ว...พวกเขากำลังหาทางออก "ดอนเมืองโมเดล" อาจเป็นคำตอบที่กำลังจะลุกลามไปในหลายพื้นที่!?!