
เค้น'สายลับ'จับ2โจรปล้นบ้านปลัดคม.
เค้น'สายลับ'จับ2โจรปล้นบ้านปลัดคมนาคม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
คดีปล้นทรัพย์บ้าน "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ปลัดกระทรวงคมนาคม บ้านเลขที่ 77 ซ.ลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. กำชับให้ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น., พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบก.น.4 เร่งรัดสืบสวนติดตามคนร้ายจนสามารถจับกุมได้ 2 ราย
แรกๆ การคลี่คลายคดีนี้ ดูเหมือนจะมืดมน แต่คำให้การของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ยังก้องอยู่ในความคิดของนักสืบสวน "เจ้านายให้มาเอาเงินคืน" ประเด็นนี้เองทำให้นักสืบสวนต้องขบคิดอย่างหนัก หลังการประชุมนักสืบสวนหลายนายที่ได้รับคำสั่งให้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ต่างแยกย้ายไปหาข้อมูล เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้าย แต่ พ.ต.ท.ประจวบ อ่อนดี สว.กก.3 บก.สส.บช.น. เดินวนไปมาเหมือนกำลังใช้ความคิดทบทวนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเข้าไปปรึกษากับ พล.ต.ต.รณศิลป์ ผู้บังคับบัญชาของ บก.สส.บช.น.
"นายครับ มีเรื่องปรึกษาคดีปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม ผมจำได้ว่าผมมีสายลับคนหนึ่งเป็นคนขับรถยนต์แท็กซี่ เคยบอกผมเมื่อประมาณเกือบ 2 เดือน ว่า พรรคพวกของเขารับงานปล้นทรัพย์บ้านรัฐมนตรี หรืออธิบดี คนใดคนหนึ่งผมจำไม่ค่อยได้ ไม่รู้ว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า" พ.ต.ท.ประจวบ บอกเบาะแสที่อาจจะเกี่ยวกับคดีนี้
พล.ต.ต.รณศิลป์ จึงบอกให้ตามสายลับคนนี้มาพบ พร้อมทั้งให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ, พ.ต.อ.มานพ น่วมสิวงศ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน สว.กก.3 บก.สส.บช.น. มาพบ หลังจากสายลับเดินทางมาให้ข้อมูล
ทันทีที่ "สายลับ" มาถึงบก.สส.บช.น. นายตำรวจทั้งหมดปิดห้องพูดคุยกันเพื่อสอบถามข้อมูลทั้งหมดที่สายลับมีอยู่ สายลับคนนี้บอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนรู้จักกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งรวม 10 คน เพื่อนบางคนบอกว่า นายที่คอยดูแลรับใช้ให้หาพรรคพวกเตรียมปล้นทรัพย์บ้านหลังหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าบ้านหลังไหน แต่ก่อนปล้นทรัพย์ก็ชักชวนกันไปดูลาดเลาหลายครั้ง แต่มาทราบทีหลังว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังใหญ่ของรัฐมนตรี หรืออธิบดี จึงไม่กล้าลงมือ และตัดสินใจพร้อมเพื่อนอีก 4 คน ถอนตัวออกมา
โดยผู้ที่ชักชวนให้ร่วมก่อเหตุครั้งนั้น คือ นายสิงห์ทอง ใจชมชื่น อายุ 44 ปี มักอ้างตัวว่าเป็น "เสธ.ไก่" เป็นคนกรุงเทพฯ มีบ้านเช่าอยู่แถวคลองเตย, นายคำนวน เมฆน้อย อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์, นายสมบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี ภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงราย, นายเสาร์แก้ว นามวงค์ อายุ 59 ปี, นายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์ อายุ 30 ปี สองคนนี้เป็นพ่อลูกกัน ภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงราย และนายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาอยู่ จ.นครราชสีมา
พล.ต.ต.รณศิลป์ รีบสั่งการให้นายตำรวจที่ร่วมฟังตรวจสอบข้อมูลพร้อมประวัติของผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่สายลับอ้าง แล้วให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเบื้องต้นเสนอผู้พิพากษาศาลอาญาพิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน
โดย นายสิงห์ทอง ถูกจับกุมได้ในบ้านเช่าหลังหนึ่ง ย่านคลองเตย กรุงเทพฯ พร้อมของกลางเงินสด 5 แสนบาท พร้อมสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 5 บาท 1 เส้น ต่อมาชุดสืบสวนประสานงานชุดสืบสวนตำรวจภูธร จว.เชียงราย จับกุมนายเสาร์แก้ว ขณะนั่งกินข้าวต้มอยู่ริมถนนในตัวเมืองเชียงราย ตรวจค้นบ้านพักพบเงินสด 2.25 ล้านบาท จึงประสานงานชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.มารับตัวไปสอบสวนพร้อมของกลาง
"การสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนให้การสอดคล้องกันว่า นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เป็นหัวหน้า ชักชวนให้มาปล้นทรัพย์ที่บ้านของปลัดกระทรวงคมนาคม แล้วบอกว่า หลังจากที่ร่วมกันใช้ชะแลงงัดประตูห้องนอนพบกระเป๋าบรรจุเงินหลายขนาดที่บรรจุเงินสด ผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดได้ส่วนแบ่งคนละ 3 ล้านบาท เพื่อหลบหนี ส่วนเงินที่เหลือผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกจับกุม อ้างว่ามีอยู่จำนวนมาก ประมาณหลักร้อยล้านบาท นายวีระศักดิ์เป็นผู้นำไปทั้งหมด และเป็นผู้ที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าผู้บงการเป็นใคร" พล.ต.ต.รณศิลป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มูลเหตุจูงใจการปล้นครั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาให้การต่อชุดสืบสวนแล้ว แต่ขอปกปิดข้อมูลทั้งหมด เพราะเกรงกระทบต่อรูปคดี ด้านนักสืบสวนบางคนตั้งข้อสังเกตว่า หากคำอ้างของผู้ถูกกล่าวหาบอกมีเงินสดจำนวนมาก เหตุใด "ผู้เสียหาย" ถึงไม่นำไปฝากธนาคาร ?!!



