ข่าว

น้ำท่วมโลก-น้ำท่วมไทย

น้ำท่วมโลก-น้ำท่วมไทย

18 พ.ย. 2554

น้ำท่วมโลก-น้ำท่วมไทย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

             ภัยธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายแก่มนุษยชาติมากที่สุด น่าจะได้แก่อุทกภัยหรือน้ำท่วมใหญ่ และน่าเชื่อว่าภัยจากน้ำท่วมโลกน่าจะเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ดังที่ปรากฏในตำนานเรื่องโนอาห์ที่พระเจ้าทรงลงโทษมนุษย์ด้วยการบันดาลให้ฝนตกหนักเป็นเวลา 40 วัน และน้ำท่วมติดต่อกันอีก 150 วัน แต่ก็ยังปรานีให้โนอาห์สร้างเรือลำหนึ่งตามสเปกที่พระเจ้าทรงกำหนด และระบุตัวบุคคล รวมทั้งชนิดของสัตว์ที่ให้นำลงเรือได้อย่างละคู่ เรื่องเรือโนอาห์นี้เล่าขานกันมาเป็นเวลานับพันปี ซึ่งมีทั้งคนที่ฟังผ่านๆ และคนที่เชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจังจนถึงขั้นออกตามล่าหาความจริงกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และพบหลักฐานที่ตรงกันเรื่องซากเรือโบราณบนยอดเขาอรารัตหรือนุมรัตในประเทศตุรกี แต่ด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง ศาสนา และความปลอดภัย ทำให้การสำรวจไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรซึ่งสาเหตุของน้ำท่วมโลกนั้น ก็มีข้อสันนิษฐานอยู่หลายประการ แต่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของอุณหภูมิโลก หรือสาเหตุอื่นที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย
   
          อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมโลกสมัยโนอาห์อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะมีคำพยากรณ์ในหลายศาสนาที่ตรงกันว่า ในอนาคตจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำลายล้างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อยู่ 2 อย่าง คือน้ำท่วมใหญ่ หรือไฟประลัยกัลป์ สำหรับน้ำท่วมใหญ่นั้น ก็น่าจะมีสาเหตุจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล หรือการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและตามยอดเขาสูงๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ชักจะมีเค้าลางให้เห็นกันอยู่บ้างแล้ว จนมีคำเตือนว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเกาะหลายๆ เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งพื้นที่ตามชายฝั่งทะเลมหาสมุทรอาจจะจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนไฟประลัยกัลป์นั้น คาดกันว่าน่าจะเป็นการที่อุกกาบาตขนาดใหญ่ที่มีสภาพเป็นลูกไฟพุ่งเข้าชนโลกโดยแรง แบบในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดบางเรื่อง แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือไฟ โลกเราก็คงจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนมนุษย์อย่างเราๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้อีกต่อไป และทอดเวลาไปอีกสักล้านปีมั้งครับกว่าจะมีการพัฒนาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นบนโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัวเองขึ้นมาใหม่
   
          พูดถึงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแล้ว ก็มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า ถ้าเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับภัยพิบัติของโลก ไม่ว่าจะเป็นอุกกาบาตพุ่งชนโลก มนุษย์ต่างดาวบุกโลก หรือวิกฤติการณ์ร้ายแรงจากภัยธรรมชาติแล้ว พระเอกของเรื่องที่มาช่วยกู้โลกในนาทีสุดท้าย มักจะเป็นนักวิชาการนอกคอก ศาสตราจารย์สติเฟื่อง หรือนักวิทยาศาสตร์ที่คิดอะไรไปคนละทางกับคนอื่น และคนที่งุ่มง่ามงี่เง่าที่ทำให้เหตุการณ์ย่ำแย่ก็คือพวกนักการเมืองอวดรู้ ชอบสั่งการอะไรบ้าๆ บอๆ ข้าราชการประจำที่มีตำแหน่งสูงๆ ที่ติดยึดอยู่ในรูปแบบและวิธีการทำงานแบบเดิม นักวิชาการหัวสี่เหลี่ยมแก่ๆ ที่ไม่ยอมรับฟังความคิดความเห็นของคนอื่น และผู้นำรัฐบาลที่ตัดสินใจอะไรไม่ถูก
   
          นอกจากคอยกระโดดเกาะความคิดของคนโน้นทีคนนี้ที เหมือนตัวเห็บสติแตก และมีบทบาทสำคัญคือการจับมือแสดงความยินดีกับคนนอกคอกที่กอบกู้วิกฤติการณ์ได้สำเร็จ ในตอนจบของเรื่อง พร้อมกับคำพูดประโยคเก๋ๆ อย่าง “นี่ถ้าฉันเชื่อคุณเสียแต่แรก ประชาชนก็จะเพลิดเพลินอยู่กับความสุขสบาย โดยไม่มีโอกาสได้รู้จักรสชาติของความทุกข์ยากเดือดร้อน แบบนี้” หรือ “ขอบคุณพระเจ้า หลังจากที่เลือกคนผิดมาหลายพันคน ในที่สุดฉันก็พบคนที่ถูกต้องเสียที” ฯลฯ
   
          ครับ นั่นเป็นเรื่องน้ำท่วมและภัยธรรมชาติในอดีต ในอนาคต และในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันในประเทศไทยของเรา สิ่งที่เป็นคำถามหลังน้ำลดที่หลายๆ คนอาจจะเริ่มหนักใจก็คือ เราจะทำอย่างไรกับกระสอบทรายจำนวนมหาศาลที่ขนมากั้นถนน กั้นตลิ่ง และกั้นบ้านเรือน? เราจะจัดการอย่างไรกับขยะกองภูเขาเลากาที่ท่วมบ้านท่วมเมือง? เราจะใช้เวลาและเงินทองขนาดไหนในการซ่อมแซมถนนหนทางและเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย และการปรับปรุงเคหสถาน? และจะต้องใช้กำลังใจเพียงใดในการลุกขึ้นต่อสู้กับชีวิตและความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
   
          อย่างไรก็ตาม ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเรามีรัฐบาลที่คอยรับปกป้องและคอยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ตลอดเวลาตั้งแต่ต้น เราก็คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้กับบทเรียนอีกด้านหนึ่งของชีวิตแบบนี้ก็ได้นะครับ-อาเมน