ข่าว

'สาทิตย์'ถาม'เฉลิม'ตอบพรฎ.อภัยโทษ

'สาทิตย์'ถาม'เฉลิม'ตอบพรฎ.อภัยโทษ

17 พ.ย. 2554

“เฉลิม” ปัดแจงสภาเกณฑ์ "อภัยโทษ" ระบุเป็นความลับ หากเปิดเผยหวั่นผิดประมวลจริยธรรม ทำถูกถอดถอน เย้ย “ปชป.” ใช้วิธีโจมตีคนหนีคดี จะแพ้ซ้ำซาก โวประชาชนเลือก พท. 265 เสียงตัดสินแล้ว

           17พ.ย.2554ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทยราษฎร นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ  เรื่อง การพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษของรัฐบาลว่า ภายหลังจากที่มีข่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมขอพระราชทานอภัยโทษ และได้ตัดในส่วนของลักษณะบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายที่เคยมีออกไป คือ กฎหมายเกี่ยวกับการคอร์รับชั่น และกฎหมายยาเสพติด ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านของตรวจสอบหลักเกณฑ์การถวายคำแนะนำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 216 ทวิ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นเป็น การสมควรจะถวาย คำแนะนำต่อพระมาหากษัตริย์ขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษก็ได้ หลังจากที่สังคมเกิดความสงสัยว่า การออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษปีนี้ มีความพิสดาร เพราะได้ตัดมาตรา 4และมาตราที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมให้พระราชทานอภัยโทษเฉพาะผู้ที่ถูกตัดสินว่าทำความผิด และสำนึกความผิดด้วยการรรับโทษ ด้วยการแก้ไขให้ครอบคลุมผู้ที่ต้องคำพิพากษาแต่หลบหนีไม่มารับโทษ ให้สามารถเข้าหลักเกณฑ์อภัยโทษด้วยหรือไม่

           ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ชี้แจงแทน กล่าวว่า ในการถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์นั้น ครม. แต่ละคณะมีสิทธิ์ตัดสินใจที่แตกต่างได้ เพราะไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ระบุว่าต้องออกให้เหมือนกัน ทั้งนี้ตนยืนยันว่า 1.ได้ทำตามกฎหมาย และ 2.ไม่ได้เฉพาะเจาะจงผู้หนึ่งผู้ใด ดังนั้นรัฐบาลจะออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ อย่างไรก็ได้เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล หากผิดก็ติดคุก อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าหลักเกณฑ์การออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ไม่ได้ระบุชื่อใคร และผ่านการตรวจสอบ และพิจารณา โดยกรรมการของกระทรวงการยุติธรรม ข้าราชการหลายระดับ ซึ่งกรรมการชุดดังกล่าวนั้น เป็นชุดเดียวกับที่ นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้แต่งตั้ง

              “เหตุที่เผยแพร่ไม่ได้ เพราะยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งเมื่อ ครม. เสนอเข้าสู่ชั้นพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกาอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นผมจะตอบในรายละเอียดได้อย่างไร ที่ผ่านมาเคยมีกรณีกระทรวงการยุติธรรม มีความเห็นว่ามีรายชื่อที่ไม่สมควรได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อผลท้ายสุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ” ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจง

              จากนั้น นายสาทิตย์ ได้ถามต่อว่า เรื่อง พ.ร.ฎ.อภัยโทษ เป็นสิ่งที่สำคัญ จะเล่นลิ้นหรือปัดความรับผิดชอบว่าเป็นเรื่องทางราชการไม่เกี่ยวกับครม.ไม่ได้ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 216 ทวิ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ดังนั้นไม่ใช่เรื่องความลับ แต่เป็นการกระทำที่ลับๆ ล่อๆ ซุกๆ ซ่อนๆ และพิศดาร เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจน้ำท่วม ที่ จ.สิงห์บุรี ก่อนมีประชุม ครม.เพียง 1 วัน และไม่สามารถเดินทางกลับได้เพราะเครื่องเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้เดินทางไม่มีเรดาร์ ซึ่งความเป็นจริง จ.สิงห์บุรีห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถนั่งมอเตอร์ไซค์กลับกทม. ได้ และเมื่อเดินทางกลับตอนเช้าแทนที่จะเข้าร่วมประชุม ครม. กลับร่วมรายการโทรทัศน์ เมื่อ ครม. ประชุมเสร็จรัฐมนตรีบางคนบอกว่าเป็นความลับ เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ตนอยากทราบว่าสัตย์สาบานที่ให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ทั้งนี้เหตุที่นายกฯ ไม่เข้าร่วมประชุม เพราะ พ.ร.ฎ.อภัยโทษนั้นมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ในเชิงผลกระโยชน์ทับซ้อนใช่หรือไม่

               ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อ นายสาทิตย์ ถามถึงประโยคดังกล่าว จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิ์ประท้วงว่า นายสาทิตย์กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าร่วมประชุม เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น ทั้งที่มีการชี้แจงไปแล้วหลายครั้งว่า เครื่องเฮลิคอปเตอร์ไม่มีเรดาร์ อย่างไรก็ตามการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ได้ประโยชน์คนเดียว จากนั้นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมได้กล่าวตัดบททันที และให้ ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจง

               โดย ร.ต.อ. ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เล่นลิ้น และยึดถือตามกฎหมาย ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าระดับอดีตรัฐมนตรีจะไม่เข้าใจเรื่องกฎหมายและความหมายของคำว่าทุจริต ที่หมายถึง การแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคดีซื้อที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท. ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาณ ณ ป้อมเพ็ชร์ อดีตภรรยานั้นไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นการทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

               “ที่ผมบอกว่าเป็นความลับ เพราะรักษาความในประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ที่ต้องรักษาความลับไว้ เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นอาจถูกยื่นถอดถอนได้ ฐานทำผิดวินัย พวกผมกว่าจะได้มาเป็นรัฐบาลยากลำบาก เมื่อได้เป็นแล้วก็อยากเป็นให้ครบ 12 ปี ที่ไม่บอกไม่ใช่ว่าผมกลัวใครต่อต้าน ” ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจง

           ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวอีกว่า ไม่มีอะไรปกปิด พูดซ้ำซากทำเพื่อคนคนเดียว ไม่อายหรือที่พูดแบบนี้ เพราะตัดสินแล้วโดยประชาชนที่เลือกพวกตนมี 265 เสียง และคณะกรรมการที่ยกร่างเรื่องนี้คือรมว.ยุติธรรมคนที่แล้วเป็นคนคัดเลือกและแต่งตั้งเอาไว้ ไม่ใช่คณะกรรมการที่พล.ตอ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ตั้งเอง รัฐบาลท่านตามล่าพ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลนี้ไม่ตามล่า ก็เป็นสิทธิของตน และพระราชกฤษฎีกาฯฉบับนี้จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล ยังมีคณะกรรมการพิเศษอีกชุดจะมาเป็นผู้กลั่นกรองว่าใครมีสิทธิจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่ใช่ตนหรือน.ส.ยิ่งลักษณ์

               “สมัยท่านเป็นรัฐบาลคดี 91 ศพไม่คืบหน้า ผมมา 2 เดือนกว่าแท้ๆ เมื่อวานนี้ทหารก็ให้การชัดเจนว่าปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ได้ปฏิบัติตามคำวั่งของผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับหน่วยของเขา นี่คือความรวดเร็วในการทำงาน ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และเมื่อนายกฯไม่อยู่ทุกรัฐบาลเขามีการแบ่งงานอยู่แล้ว เบอร์หนึ่งไม่อยู่ เบอร์สอง เบอร์สาม ก็ทำหน้าที่ได้ ตนมีโอกาสเป็นนายกฯ 3-4 ชั่วโมง ก็ทำไป พูดอย่างไม่อายผมกลัวถูกถอดถอนเหมือนกัน เพราะวุฒิสภามีอำนาจถอดถอนได้ กว่าจะมาเป็นรัฐบาลได้มันลำบากยากเย็น คราวนี้ก็อยากอยู่ครบเทอม”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

               จากนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า “คนรับจ็อบต้องพลิ้วอย่างนี้จริงๆ ทำไมถึงตอบไม่ได้ว่าทำไมรัฐบาลถึงถวายคำแนะนำ โดยตัดเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย ปปช. และกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติดออกไป นั่นแสดงให้เห็นว่าใครที่รวยแล้วโกง เมื่อถูกตัดสินว่าทำผิด ก็ออกกฎหมาย ล้างความผิด ถือเป็นสิ่งที่ทำผิดหลักนิติรัฐ ในปีมหามงคล รัฐบาลพึงถวายสิ่งดีๆ แต่สิ่งที่กำลังดำเนินการนั้น ก่อให้เกิดเป็นกระแสความขัดแย้งในสังคมวงกว้าง ทำวิกฤตการเมืองซ้อนวิกฤตน้ำท่วม หากเป็นไปตามที่ประชาชนสงสัยว่า ออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษเพื่อช่วยคนทุจริต ช่วยคนหนีคดีที่ไม่สำนึกผิดให้ได้รับประโยชน์ด้วย เป็นเรื่องที่รัฐบาลบังควรแนะนำเรื่องแบบนี้หรือไม่

               ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า “นักกฎหมายที่นั่งดูการถ่ายทอดสดการประชุม เชื่อว่าจะร้องไห้ เพราะผู้ถามไม่เข้าใจกฎหมายอย่างมาก ส่วนคำว่าหนีคดี ติดคุก พูดมาหลายปีก็แพ้ซ้ำซาก แพ้ไม่เข็ด หากยังเดินต่อไปแบบนี้ รอบหน้าผมชนะ 150 แน่ รัฐบาลชุดนี้ทำอะไรคำนึงถึงความถูกต้อง ไม่มีรัฐบาลไหนอยากให้คนสองฝ่ายฆ่ากัน ผมยืนยันว่า รัฐบาลทำโปร่งใส อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ได้ทำเพื่อเป็นประโยชน์เฉพาะผู้หนึ่งผู้ใด”