
ศปภ.ยอมเปิด'บิ๊กแบ็ก'แยกคปอ.5เมตร
“พงศพัศ”เผย ศปภ.แก้เหตุขัดแย้ง รื้อ “บิ๊กแบ็ก”แยก คปอ.ได้แล้ว ระบุยอมเปิด 5 เมตร แต่ต้องติดตามผลตลอดเวลา ชี้ หากมีผลกระทบมาก พร้อมปรับทำฝายน้ำล้นแทน
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 พ.ย.ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ศปภ. กล่าวถึงการลงพื้นที่แก้ปัญหาการรื้อแนวบิ๊กแบ็ก ที่บริเวณแยก คปอ. ถนนพหลโยธินหลังได้รับมอบหมายจาก ศปภ.ให้เข้าไปเจรจากับชาวบ้านว่า เป็นเรื่องที่ทาง กทม.ได้เจรจากับแกนนำ โดยเดิมได้เปิดเป็นลักษณะของฝายน้ำล้นทั้งสองฝั่ง ฝั่งละ 5 เมตร แต่หลังจากที่ทางกทม.ได้เจรจาแล้ว ประชาชนต้องการให้เปิด 5 เมตร แต่ไม่ให้เป็นฝายน้ำล้น โดยให้เปิดถึงพื้นล่าง เพื่อให้เรือสามารถสัญจรไปมาได้ โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งทาง กทม.ได้ยืนยันแล้ว สามารถรับมือปริมาณน้ำที่จะไหลเพิ่มเข้ามาได้ โดยจะเร่งสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับด้านล่าง ขณะที่ทางสำนักระบายน้ำของ กทม.จะตรวจวัดระดับน้ำทุกชั่วโมง ว่ามีระดับสูงขึ้นมาน้อยเท่าใด สามารถบริหารจัดการน้ำได้หรือไม่ โดยจะใช้เวลาทั้งมด 48 ชั่วโมง และจะทำการสรุปผล ทั้งนี้ทางกทม.ได้สรุปผลการเจรจากับทางชาวบ้านที่มาชุมนุมว่า หากน้ำที่ปล่อยออกมานั้น ทำให้มีปัญหากับพื้นที่ด้านล่าง ทางกทม.จะขอทำเป็นฝายน้ำล้นแทน
เมื่อถามว่า หากเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ศปภ.จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า คงต้องพิจารณาเป็นจุดไป โดยจะต้องพิจารณาว่าประชาชนที่อยู่หลังแนวบิ๊กแบ็กเดือดร้อนแค่ไหน เพราะความเดือนร้อนคงแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ส่วนประชาชนที่อยู่หลังแนวกั้นบริเวณดอนเมือง สายไหม พหลโยธินและคูคตบางส่วน ทางศปภ.ได้ไปสำรวจ พบว่ามีความเดือดร้อนจริง เพราะระดับน้ำค่อนข้างสูง และท่วมขังมาเป็นเวลานาน ก็อาจจะมีการเปิดแนวกั้นให้ประชาชนหายใจได้บ้าง เอาน้ำเน่าออกมาบ้าง ซึ่งประชาชนก็เข้าใจ
เมื่อถามว่า หากทางพื้นที่สายไหม เกิดไม่พอใจที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจะทำอย่างไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ยอมรับว่าน้ำไหลเข้ามาค่อนข้างแรง เพราะระดับน้ำของทั้งสองฝั่งแตกต่างกันมาก แต่ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงเพราะจะมีการประเมิณระดับน้ำทุกชั่วโมง และยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าประชาชนคงเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น



