ข่าว

สรุปผลงานซีเกมส์17พ.ย54

สรุปผลงานซีเกมส์17พ.ย54

18 พ.ย. 2554

ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" รายงานการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 จากประเทศอินโดนีเซีย โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ย. มีการชิงกันทั้งสิ้น 57 เหรียญทอง

...........................

กอล์ฟชายไม่พลาดคว้า 2 ทอง

 

          กอล์ฟ วันสุดท้าย ประเภทบุคคลชาย “เจ้าฟลุก” รฐนน วรรณศรีจันทร์ หนุ่มวัย 16 ปี จากจันทบุรี ซึ่งมีสกอร์นำตั้งแต่รอบ 2 ทำเพิ่มอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม 4 วัน 2 อันเดอร์พาร์ 286 คว้าเหรียญทองแรกให้ทีมนักกอล์ฟไทย ขณะที่เหรียญเงินเป็นของรุ่นพี่ในทีมชาติ เนติพงศ์ ศรีทอง นักกอล์ฟวัย 18 ปี ที่ตีเสีย 1 โอเวอร์พาร์ 73 สกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ 290 เหรียญทองแดงเป็นของ จอร์จ จี จากอินโดนีเซีย สกอร์รวม 3 โอเวอร์พาร์ 291

          ขณะที่นักหวดก้านเหล็กชายอีก 2 คนที่เหลือ ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ทำ 3 โอเวอร์พาร์ 75 สกอร์ รวม 5 โอเวอร์พาร์ 293 จบที่ 6 และโชค เดชภิรัตนมงคล ตี 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 14 โอเวอร์พาร์ 302 ได้ที่ 12 และเมื่อรวมคะแนนที่ดีที่สุด 3 คน เหรียญทองประเภททีมชายจึงตกเป็นของทีมไทย ที่สกอร์ 869 ทิ้งเหรียญเงินอินโดนีเซียที่ได้ 878 ขาด 9 สโตรค

 

"พิณรัชย์" พ่ายเพลย์ออฟได้แค่เงิน

 

          ส่วนประเภทหญิง ไทยสามารถเก็บได้อีก 2 เหรียญเงิน จากบุคคลหญิง "น้องทราย" พิณรัชย์ หลุ่มบุญเรือง สาววัย 16 ปี ผู้นำใน 2 วันแรก ทำสกอร์ 5 โอเวอร์พาร์ 77 ในรอบสุดท้าย ทำให้มีคะแนนเท่ากับ ทาเทียนา วี จากอินโดนีซีย ที่รอบสุดท้ายฮึดทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวมเท่ากันที่ 1 โอเวอร์พาร์ 217 ต้องเพลย์ออฟตัดสิน ซึ่งในหลุมแรกสาวอิเหนาเซฟพาร์แซงคว้าแชมป์สำเร็จ ขณะที่น้องทรายเสียโบกี้ได้แค่เหรียญเงินปลอบใจ ส่วนในประเภททีมหญิง นักกอล์ฟสาวไทยอีก 2 คน พนิตตา อยู่สบายตี 3 รอบ 225 เท่ากับ ปวริศา สกอร์รวมของ 3 สาวไทยทำ 440 ได้แค่เหรียญเงิน โดยเหรียญทองเป็นของเจ้าภาพสกอร์รวม 439 เอาชนะทีมไทยไปแค่แต้มเดีย ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของมาเลเซีย 443 สโตรค

 

"บิ๊กรัง" พอใจผลงานหวดก้านเหล็ก

 

          นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟ กล่าวว่า พอใจกับผลงาน 2 ทอง 3 เงิน ซึ่งทำให้ทีมกอล์ฟไทยเป็นเจ้าซีเกมส์เป็นสมัยที่ 3 แม้จะผิดหวังกับทีมหญิงที่น่าจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ เพราะก่อนลงเล่นรอบสุดท้าย ไทยมีโอกาสเก็บหมดทั้ง 4 ทอง โดยหลังจากแมทช์นี้นักกอล์ฟทั้งหมดที่ยังไม่ตัดสินใจเทิร์นโปรก็จะเก็บตัวฝึกซ้อมต่อไป และหลังจากนี้จะเรียกตัวนักกีฬาที่ฟอร์มดีเข้ามาเสริมทีมชาติเพิ่มเติมด้วย

 

นนทพัฒน์เบิ้ลทองดาบฟอยล์

 

          ฟันดาบชิง 2 ทอง ประเภทฟอยล์ทีมชาย และเอเป้ทีมหญิง ทีมนักดาบหนุ่มสาวไทยเก็บได้เพิ่มอีก 1 ทอง 1 ทองแดง โดยฟอยล์ทีมชายไทย ซึ่งประกอบด้วย พัฒนพงศ์ ศรีสวัสดิ์, สถาบัน นุชประไพ และนนทพัฒน์ ปานจันทร์ รอบแรกได้บาย รอบรองชนะเลิศเอาชนะ สิงคโปร์ 37-27 เข้ารอบชิงชนะเลิศเจออินโดนีเซีย ก่อนที่ทีมไทยจะไล่เอาชนะไปอย่างสนุก 45-31 คว้าเหรียญทองที่ 3 ให้ทีมฟันดาบไทย และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของนนทพัฒน์ หลังได้จากฟอยล์บุคคลชายมาแล้ว ส่วนเอเป้หญิง วันวิภา ทองเผือก, ดาเรศ มากสิน และวิจิตตา ทาคำวงศ์ ได้บายในรอบแรก รอบตัดเชือกพ่ายอินโดนีเซียหวุดหวิด 40-41 ได้แค่เหรียญทองแดง

 

พุทธรักษาซิวทองเรือพาย

 

          เรือพายชิง 6 ทอง ทีมนักจ้ำบึ้ดของไทย คว้าเพิ่มได้อีก 2 ทอง จาก รัตนพล เทพพิบาล และชัยชนะ ทะคำ ในประเภททั่วไปชาย 2 คนพายคู่ สถิติ 6.40.180 นาที และพุทธรักษา นีกรี ในประเภททั่วไปหญิง 1 คนพายคู่  สถิติ 8.08.990 นาที รอจากนี้ยังได้อีก 1 จาก พุทธรักษา นีกรี กับ บุศยามาศ  แผลงกระโทก ในประเภทไลท์เวทหญิง 2 คนพายคู่ สถิติ 7.44.300 นาที เหรียญทองตกเป็นของพม่า สถิติ 7.37.740 นาที รวมไปถึงอีก 2 ทองแดง จากประเภทไลท์เวท 4 คนพายเดี่ยว และประเภททั่วไปชาย 8 คนพายคู่ อีกด้วย

 

“ศราวุฒิ” ทองเปตองชู้ตติ้ง

 

          เปตอง วันสุดท้ายชิง 2 ทอง ในประเภทชู้ตติ้งบุคคลชาย ศราวุฒิ ศรีบุญเพ็ง เล่นรอบชิงชนะเลิศกับ พุง บา พิ ลอง (เวียดนาม) ก่อนที่ ศราวุฒิ จะเอาชนะไปได้ 38-20 คะแนน คว้าเหรียญทองมาครอง ส่วนประเภทชู้ตติ้งบุคคลหญิง ธิดา บัวเบา ได้เหรียญทองแดง โดย แพ้ ตรัน ทิ พวง (เวียดนาม) ในรอบรองชนะเลิศ สรุปทีมเปตองไทยทำได้  3 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง

 

มวยปล้ำคว้าเหรียญทองส่งท้าย

 

          มวยปล้ำ วันสุดท้าย นักปล้ำไทยได้อีก 1 เหรียญทอง ในรุ่น 84 กก.ชาย มีนักกีฬา 5 คน คือ เมธี เทพาคำ ทำผลงานชนะรวด 4 นัด โดยนัดแรก ชนะคะแนน ซอ โม อัง (พม่า), นัดสองชนะคะแนน รูดี อามานโต (อินโดนีเซีย), นัดสาม ชนะน็อก เจสัน บาลาบอล (ฟิลิปปินส์) ในยกที่ 2 และนัดสุดท้าย ชนะคะแนน พระจันฉาย โพนฉาย (ลาว) คว้าเหรียญทองที่ 3 ได้สำเร็จ ขณะที่รุ่น 120 กก.ชาย ภูริศ แก้วเกิด ได้เหรียญเงิน นัดแรก ภูริศ แพ้คะแนน ฮา วัน โฮ (เวียดนาม) แต่มาชนะ ฟอน ชุม ชีวินห์ (กัมพูชา) ยกแรก ได้เหรียญเงินไปครอง และรุ่น 74 กก.ชาย สิทธิชัย วรรณา นัดแรกแพ้คะแนน ทัต ดู แคน (เวียดนาม), นัดสอง ชนะคะแนน ดอน สอบ (กัมพูชา), นัดสามแพ้คะแนน ฟาเรียนสยา (อินโดนีเซีย) และนัดสี่ชนะคะแนน เคียว วิน โอ (พม่า) ได้เหรียญทองแดง สรุปผลงานนักมวยปล้ำไทย ทำได้ 3 ทอง 5 เงิน กับ 5 ทองแดง

 

ปันจักสีลัตชิง 4 คู่แพ้รวด

 

          ปันจักสีลัตชิง 12 ทอง มีนักกีฬาไทยผ่านเข้าชิง 4 คน ปรากฏว่าพ่ายรวดได้แค่เหรียญเงิน โดย รุ่น 50 กก.ชาย อโนทัย ชูเพ็ง ไล่เตะ ไดอัน คริสเตียนโต ของเจ้าภาพแทบจะข้างเดียว แต่แต้มไม่ขึ้น พ่าย 0-5 ซึ่งระหว่างแข่งขันมีการขว้างปาขวดน้ำจากกองเชียร์อิเหนาด้วย ทำเอากองเชียร์ไทยเดือด จนหวิดมีเรื่อง หลังการแข่งขันบรรดาสื่อมวลชนจากชาติอาเซียนต่างประณามเจ้าภาพที่โกงน่าเกลียด

          ส่วนรุ่น 60 กก.ชาย อนุรักษ์ ปักการะนัง แพ้ ทราน แวน ตวน (เวียดนาม) 0-5, รุ่น 60 กก.หญิง จุฑารัตน์ น้อยเทพา พ่าย รอสมา จากอินโดนีเซีย 0-3 และรุ่น 75 กก.ชาย คฑาหัตถ์ รักษาพล พ่าย ฟาอุซา คาลิด จากมาเลเซีย 0-5

          หลังการแข่งขัน รัตนาพร ทัพบำรุง ผู้จัดการทีมของไทย เปิดเผยว่า ซีเกมส์หนนี้ไทยได้ 4 เงิน 3 ทองแดง ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ นักกีฬาไทยแพ้ผู้ตัดสิน โดยเฉพาะคู่ของอโนทัย ชูเพ็ง ที่เป็นความหวังเหรียญทองของไทย ทั้งสนามเห็นกันหมดว่าไทยน่าจะได้เหรียญทองมากกว่า เป็นเพราะเจ้าภาพทำทุกอย่างเพื่อเหรียญทอง ซึ่งผลงานของสมาคมครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเป้าที่หวังไว้ 2 ทอง

 

สองล้อเก็บเพิ่ม 1 เงิน 1 ทองแดง

 

          จักรยานชิง 2 ทอง จากประเภทถนนทีมและบุคคลชาย ระยะทาง 180 กม.เส้นทางจากเมืองบันดุง-เมืองซูบัง มีนักกีฬา 45 คนร่วมแข่งขัน ทีมสองล้อไทย ประกอบด้วย ธนศักดิ์ ธารชัย, ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์, โอกาส บัวลอย, นวุติ ลี้พงษ์อยู่ และสราวุฒิ สิริรณชัย ทั้งหมดเพิ่งซิวแชมป์ประเภททีมไทม์ไทรอัลมา ผลปรากฏว่า ประเภทบุคคล ไทยได้เหรียญทองแดงจาก ภุชงค์ เวลา 4.41.14 ชม., เหรียญทอง ฮาริ ฟิเตรียนโต อินโดนีเซีย เวลา 4.39.58 ชม.และเหรียญเงิน กาเลโด ฟิลิปปินส์ เวลา 4.41.04 ชม.ด้านประเภททีม เมื่อนับ 3 คนของแต่ละทีมเข้าเส้นชัย อินโดนีเซีย ทำเวลาดีสุด คือ 14.04.04 ชม. ได้เหรียญทองไปครอง ส่วนทีมไทยได้เหรียญเงิน เวลา 14.05.23 ชม. และเวียดนาม เหรียญทองแดง เวลา 14.10.20 ชม.

 

ลูกยางสาวคว่ำพม่าทะลุชิงทอง

 

          วอลเลย์บอลหญิง ทีมสาวไทยที่ก่อนหน้านี้ทำสถิติชนะมาแล้ว 2 นัดรวด ลงเล่นนัดที่ 3 เอาชนะพม่าขาดลอย 3-0 เซต 25-9, 25-12, 25-4 เก็บ 6 คะแนนเต็ม ผ่านเข้าชิงชนะเลิศแน่นอนแล้ว แม้จะเหลือการเล่นรอบแรกนัดสุดท้ายกับ "เจ้าภาพ" อินโดนีเซีย ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ก็ตาม

 

ชายหาดหนุ่มฉลุยเข้ารอบ

 

          วอลเลย์บอลชายหาด รอบ 16 ทีมสุดท้าย แข่งแบบน็อกเอาท์ แพ้คัดออก ทีมนักตบหนุ่มไทยเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้ทั้ง 2 ทีม โดยทีมไทย 1 (กิตติพัทธ์ ยังถิ่น /ธีรภัทร โพธิ์เหลือง) ชนะ ลาว (ทำมะสิน พงสะหวาด/ ทินกร พันทาดา) 21-14, 21-19 เข้ารอบไปพบ มาเลเซีย 2 (คอน ชอง หลง/นอร์ดิน ราฟี แอสรูกี) ส่วนทีมไทย 2 (สิทธิชัย สังขโชติ /ประทีป สุขโต) ชนะ กัมพูชา 2 (โสพาล อู/สามาด ลิม) 21-14, 21-19 เข้ารอบก่อนรอง พบ เวียดนาม 1 (เหงียน ตรอง ง็อค/ฟาม อัน ตวน)

 

ฟุตซอลสาวถล่มเจ้าภาพ 8-0

 

          ฟุตซอล ทีมสาวไทยลงสนามนัดแรกพบ "เจ้าภาพ" อินโดนีเซีย ก่อนเอาชนะไปเหนือชั้น 8-0 จากการทำประตูของ อรทัย ศรีมะณี นาที 2, 11, 30 หทัยชนก เทพคุณ นาที 4, 26 จิระประภา นิ่มรัตนสิงห์ นาที 12 ดาริกา เพียรภายลุน นาที 27 นิภาพร ศรีวะรมย์ นาที 39 โดยหลังการแข่งขัน “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม กุนซือสาวไทยกล่าวว่า สถานการณ์ในเกมแรกอาจจะทำให้ตื่นสนามอยู่บ้าง แต่การเริ่มต้นที่ดีทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น สกอร์ 8-0 ถือว่าทุกคนทำหน้าที่ตามแผนที่วางไว้

 

“อิศ จันท์” ร่วงรอบแรก

 

          สนุกเกอร์ ประเภทชายเดี่ยว “อิศ จันท์” อิศรา กะไชยวงศ์ เจอกับ รูดี ซูเลย์แมน ของอินโดนีเซีย  ผลปรากฏว่า อิศ จันท์ แพ้ไปขาดลอย 1-4  เฟรม 55-68, 38-52, 39-73, 74-46 และ 39-77 ตกรอบแรก ทำให้ประเภทนี้เหลือเพียง “เอฟ นครนายก” เทพไชยา อุ่นหนู คนเดียวเท่านั้น โดยยอมรับว่าพลาดเองที่เก็บแต้มในจังหวะสำคัญไม่ได้ ในขณะที่นักสอยคิวเจ้าภาพก็เล่นได้ดีมากด้วย

 

กกท.หวั่นทัพไทยชวดอันดับ 2

 

          “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะประธานกรรมการเตรียมนักกีฬาซีเกมส์ เปิดเผยว่า รู้สึกกังวลใจกับสถานการณ์ของทัพนักกีฬาไทยที่ถูกเจ้าภาพทำเหรียญทองทิ้งห่าง และถูกเวียดนามทำเหรียญแซงหน้าเป็นที่ 2 เพราะไทยตั้งเป้าในการคว้าอันดับ 2 และเจ้าเหรียญทองกีฬาสากล โดยไม่มั่นใจว่าไทยจะสามารถแซงเวียดนามกลับมารั้งที่ 2 ได้หรือไม่ เนื่องจากกีฬาหลายชนิดทำผลงานได้ไม่ตามเป้า เช่น ยิงปืน ที่ตั้งเป้าไว้ 5 ทอง แต่ทำได้จริงเพียง 1 ทอง อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าทัพไทยจะสามารถทำได้ถึง 100 ทองแน่

 

ยกเหล็กลุ้นเอกชัยทองแรก

 

          พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนัก เปิดเผยหลังการประชุมผู้จัดการทีมซีเกมส์ ที่เมืองปาเลมบัง ว่าเมื่อดูจากโปรแกรม เปรียบเทียบคู่แข่งขันแล้ว เชื่อว่าไทยจะทำได้มากกว่า 5เหรียญทอง โดยวันที่ 18 พฤศจิกายน มี 3 จอมพลังไทยขึ้นเวที ได้แก่ อรรถพล แดงจันทึก รุ่น 69 กก.ชาย, สมพล แก้วเกิด และเอกชัย ยีรัมย์ รุ่น 77 กก.ชาย ทั้งนี้ จากสถิติคาดว่าเอกชัยน่าจะมีโอกาสลุ้นเหรียญทองให้ทีมไทยเป็นคนแรก ขณะที่ “เก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ แข่งขันรุ่น 53 กก.หญิง ในวันที่ 20 พฤศจิกายน