ข่าว

ศปภ.โยนกลับกทม.เจรจาม็อบรื้อคันกั้น

ศปภ.โยนกลับกทม.เจรจาม็อบรื้อคันกั้น

17 พ.ย. 2554

"ศปภ."โบ้ยผู้ว่าฯกทม.เจรจาชาวบ้านอีกที 19 พ.ย.นี้ ให้ได้ข้อยุติโดยเร็วเพื่อซ่อมคันกั้นน้ำคลองหกวา “ประชา”หลอกสื่อฯหัวหมุนเลี่ยงตอบคำถาม หลังหารือกับผู้ว่าฯกทม. “อนุดิษฐ์” ยอมรับสายไหมน้ำสูงขึ้น โยน กทม. รับผิดชอบคลองหกวาเช่นกัน

          เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 17 พ.ย. 54พล.ต.อ.พงศภัศ พงศ์เจริญ โฆษก ศปภ. กล่าวถึงกรณีการรื้อคันกันน้ำบริเวณคลองหกว่า ทาง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. และ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคมได้พูดคุยกับทางผู้ว่าฯกทม.แล้ว โดยสรุปกรณีนี้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม.ที่จะต้องไปเจรจากับชาวบ้านให้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อที่ ศปภ.จะได้เข้าไปซ่อมคันกั้นน้ำ ขณะนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ว่าจะซ่อมอย่างไร เพราะทราบว่ามีการรื้อคันกั้นน้ำออกถึง 30 - 40 เมตร

           อย่างไรก็ตามทราบว่าทาง กทม.จะไปเจรจากับชาวบ้านอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 19 พ.ย. ดังนั้นในช่วงนี้ ศปภ.จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลคันกั้นน้ำบริเวณดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการทำลายเพิ่ม ยอมรับว่าน่าห่วงเพราะน้ำกำลังแห้ง ไม่รู้ว่าน้ำจะเข้าพื้นที่ใดบ้าง.

           ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มที่ไปรื้อแนวคันกั้นน้ำบางคนเป็นกลุ่มเดียวกับที่รวมกันเรียกร้องบริเวณสายไหม 39



“ประชา”หลอกสื่อฯหัวหมุนเลี่ยงตอบคำถาม



           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.45 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเข้ามายัง อาคาร เอนเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดย พล.ต.อ.ประชา ได้หลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่มาทำการดักรอสัมภาษณ์ อยู่ที่บริเวณด้านหน้าอาคารดังกล่าว และเลือกไปใช้ลิฟท์ วีไอพี บริเวณด้านหลังอาคารแทน โดยขึ้นไปชั้น 15 เพื่อเข้าหารือกรณีที่ประชาชนมีการรื้อคันกั้นน้ำบิ๊กแบ๊กบริเวณถนนพหลโยธิน แยกคปอ.

           จากนั้น เมื่อเวลา 16.45 น.ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการหารือที่ชั้น 15 แล้ว พล.ต.อ.ประชา ก็ได้เดินทางลงมา ขณะทื่สื่อมวลชนหลายสำนักได้ทำการเฝ้ารอ เพื่อสัมภาษณ์อยู่ที่บริเวณประตูทางออกด้านหน้าของอาคารดังกล่าว โดยบริเวณประตูทางออกด้านหน้านั้น ได้มีรถยนต์ส่วนตัว  ยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน สห  5795 กทม. ของ พล.ต.อ.ประชา มาจอดรออยู่และทำการเปิดประตูไว้ เสมือนรอรับอยู่ แต่ พล.ต.อ.ประชา กลับเลือกเดินทางเลี่ยงสื่อมวลชน ไปใช้ทางออกบริเวณประตูด้านหลังของอาคารแทน เพื่อทำการหลบเลี่ยงกองทัพสื่อมวลชน โดยมีรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีอาร์วี สีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน กว 1935 กทม. มาจอดรับแทน ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวเกิดความสับสน วิ่งกันอลหม่าน แต่สุดท้ายก็ตามสัมภาษณ์ได้ในที่สุด

           ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่ประชาชนรื้อแนวคันบิ๊กแบ็กบริเวณถนนพหลโยธิน แยก คปอ.ว่าตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง  พล.ต.อ.ประชา กล่าวพียงสั้นๆว่า “ผมต้องไปอัดเทปถวายพระพร เดี๋ยวจะไม่ทัน” จากนั้นก็ขึ้นรถคันดังกล่าว ออกไปทันที ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้คาดการกันว่า การที่พล.ต.อ.ประชา ทำการหลบเลี่ยงกองทัพสื่อมวลชนนั้น เนื่องจากไม่อยากตอบคำถามกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออก พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันอังคาร(15 พ.ย.) ที่ผ่านมา


“อนุดิษฐ์”ยอมรับสายไหมน้ำสูงขึ้น หลังเปิดทางบิ๊กแบ็กแยกคปอ.


          
           นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยและสารสนเทศ กล่าวถึงสถานการณ์การร้องขอให้ศปภ.รื้อคันบิ๊กแบ็กบริเวณแยกหน่วยควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ (คปอ.) ว่า ชัดเจนว่า สามารถเจรจากันได้และมีผลสรุปน่าพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ศปภ. พิจารณาแล้วก็ได้ดำเนินการตามคำร้องขอของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนบริเวณพื้นที่คลองหกวาที่อาจจะมีการร้องขอให้เปิดแนวบิ๊กแบ็กในลักษณะเดียวกันนั้นก็ต้องมีการเจรจากันก่อน เช่นเดียวกับบริเวณดอนเมืองและถนนพหลโยธินที่บริเวณคลองหกวา ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบอยู่ โดยทางศปภ.เองก็จะสนับสนุนเรื่องกำลังที่เข้าไปเจรจา และดูแลให้ปริมาณน้ำที่เข้ามาในกทม.อยู่ในปริมาณที่รับได้

           "เราดูข้อเรียกร้องและจะตอบสนอง พร้อมทั้งบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน ตนขอฝากไปยังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าเรื่องใด ขอให้มาเจรจากันด้วยเหตุผลกัน ทางศปภ.จะพิจารณาเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายคือทั้งฝ่ายเหนือคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กและฝ่ายทางด้านล่างบิ๊กแบ็กด้วยที่จะต้องมีความอะลุ่มอล่วย อยู่ด้วยกันอย่างสันติ" นอ.อนุดิษฐ์ กล่าว

           เมื่อถามว่ากรณีการรื้อบิ๊กแบ็กเริ่มมีการขยายไปในหลายพื้นที่มากขึ้น ทางศปภ.จะยังคงใช้วิธีการเจรจาเพียงอย่างเดียวต่อไปหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้เรายืนยันว่าจะยังคงใช้วิธีการเจรจาอยู่และการเจรจาที่เป็นวิธีการที่ใช้มาจนถึงขณะนี้ก็ยังเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผล ตนเชื่อมั่นว่าคนไทยด้วยกันน่าจะเข้าใจกัน คนที่เดือดร้อนมากกว่า จะมีวิธีการอบย่างไรทำให้คนเหล่านี้เดือดร้อนน้อยลง ประชาชนส่วนใหญ่คงไม่อยากทำลายกันเอง

           เมื่อถามอีกว่าลักษณะดังกล่าวจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบในหลายพื้นที่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า การเรียกร้องใดก็ต้องพิจารณาถึงเหตุผล และการบรรเทาทุกข์ บางอย่างเรียกมา 100 แต่ได้รับการบรรเทาทุกข์ไปประมาณ 50 ประชาชนก็พอใจ แต่การดำเนินการ 50 นั้นก็ไม่ได้กระทบต่อส่วนใหญ่ ข้อเรียกร้องนั้นสามารถทำได้

           น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นในเขตสายไหมหลังจากที่เปิดแนวบิ๊กแบ็กบริเวณแยกคปอ.ว่า เขตสายไหมระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ในพื้นที่ไกลออกไปก็จะต้องมีการติดตามว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นด้วยหรือไม่


ทบ.ส่งชุดปลอบขวัญเหยื่อน้ำท่วมหวั่นตึงเครียด



           พ.อ.วินธัย  สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ กองทัพบกเข้าดูแลเต็มที่และต่อเนื่อง ด้วยการส่งกำลังทหารกว่า 5 หมื่นนาย พร้อมยุทโธปกรณ์จำนวนมากเข้าช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร การแจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภค การตรวจรักษาทางการแพทย์ การสร้างและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้กองทัพบก ยังได้เปิดหน่วยทหารให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้งสิ้น 13 ศูนย์ ขณะนี้มีผู้เข้าพักอาศัยแล้ว 3,890 คน

           กองทัพบกมีความห่วงใยสุขภาพจิตของผู้ประสบอุทกภัยที่จำเป็นต้องย้ายออกจากบ้านเรือนของตนเองเพื่อเข้ามาพักอาศัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยผ่อนคลายจากความตึงเครียด กองทัพบกจึงส่งชุดทหารปลอบขวัญ เข้าพบปะและจัดกิจกรรมสร้างความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ อาทิ การขับร้องเพลง การฉายภาพยนตร์ พร้อมให้คำปรึกษาในการปฏิบัติตนหลังสถานการณ์น้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งแนะนำสิทธิที่ผู้ประสบภัยพึงได้รับจากทางราชการอีกด้วย ซึ่งชุดปลอบขวัญดังกล่าวจะเข้าพบปะเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ณ ศูนย์พักพิงของกองทัพบกทั้ง 13 ศูนย์ และศูนย์พักพิงที่ทาง กทม.จัดเตรียมไว้ ทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยชุดปลอบขวัญดังกล่าวได้ออกพบปะผู้ประสบอุทกภัยตั้งแต่ ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา               

           พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนการให้บริการทางการแพทย์ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยกรมแพทย์ทหารบกได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ที่ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ที่ 1อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ออกให้บริการตรวจรักษาพยาบาลประชาชนตลอด 24  ชั่วโมง โดยในวันนี้ชุดหน่วยแพทย์ทหารเคลื่อนที่ พร้อมยาและเวชภัณฑ์ ออกตรวจรักษาและ จ่ายยาให้กับผู้ป่วยณ ชุมชนรวมประดิษฐ์ ภาษีเจริญ, หมู่บ้านลัดดารมณ์ ปิ่นเกล้า, โรงเรียนสุเหร่าคลอง 1 คลองสามวา, โรงเรียนแย้มจาดวิชชานุสรณ์ บึงกุ่ม, ศูนย์พักพิงวัดนิมมานรดี ภาษีเจริญ และศูนย์พักพิงบางพลัด