
'ศปภ.'สั่งห้ามจุ้นห้องสายด่วน1111
ศปภ.ปิดทางเข้า-ออก ห้องทำงาน สายด่วน 1111 ห้ามคนภายนอกจุ้นเด็ดขาด หวั่นสื่อจับผิด หลังมีภาพหลุด จนท. นั่งเล่นเกมส์ทิ้งสายปชช. "เลขาฯกสม."จวกรัฐปกปิดข้อมูลน้ำกับวลี"เอาอยู่"แนะเร่งกอบกู้ผู้ประสบภัย ขู่ฟ้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน
17 พ.ย. 54ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ภายหลังที่มีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ของศปภ. หมายเลข 1111 กด 5 กำลังเล่นเกมส์ในอินเตอร์เน็ต และยกหูโทรศัพท์ทิ้งไว้ โดยกรณีดังกล่าวนี้ ได้ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทางอินเตอร์เน็ต โดยภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น นาย ธงทอง จันทรางศุ โฆษกศปภ. ได้นำขณะสื่อมวลชน ขึ้นไปตรวจสอบและเยี่ยมชมการทำงานของเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์เมื่อวานนี้( 16 พ.ย.)
โดยวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้กลับขึ้นไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้ง ปรากฏว่าผู้บริหารระดับสูงของศปภ. ได้สั่งการให้เจ้าที่นำแผ่นป้ายมาปิดพื้นที่การทำงานดังกล่าวไว้ เพื่อไม่ให้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ โดยมีการปิดประตูเข้า-ออก ไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด
"เลขาฯกสม."จวกรัฐปกปิดข้อมูลน้ำกับวลี"เอาอยู่"
นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้แถลงความคืบหน้าในการดำเนินงานของ กสม. ว่า กสม.ได้เก็บรวบรวมข้อมูล ข้อร้องเรียนของผู้ประสบภัยตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน พบข้อมูลเบื้องต้นว่า ระบบเตือนภัย ระบบการสื่อสารของรัฐบาล กทม.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะแรกไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมและครบถ้วนเพียงพอที่จะทำให้คนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เตรียมการป้องกันตนเองได้ทันท่วงที แต่กลับย้ำเตือนให้ผู้คนเชื่อว่ารัฐบาลสามารถ “เอาอยู่” จัดการได้ หากมองในมิติของสิทธิแล้วเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนในสังคมจะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วนตามที่เป็นจริง การปกปิดข้อมูลหรือให้ความจริงเป็นบางส่วน นำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงดังที่พบกันอยู่ เพราะไม่ได้ทำการป้องกันอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ เมื่อประสบภัยแล้วเกิดความเสียหายโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องรับภาระน้ำท่วมขังนานกว่าที่อื่นเพราะรัฐบาลและ กทม. ต้องปกป้องคุ้มครองพื้นที่เศรษฐกิจหรือกรุงเทพฯ ชั้นใน ก็ไม่มีความชัดเจนทั้งเรื่องผลกระทบ เช่น ระดับน้ำ เวลาที่น้ำจะเริ่มลดลงได้ ตลอดจนการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐจะช่วยทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เช่น การช่วยดูแลซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว หรือการชดเชยค่าเสียหายอย่างเป็นธรรมด้วยจำนวนเงินที่เพียงพอและมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวต้องแบกรับภาระเพื่อให้พื้นที่อื่นๆ ปลอดภัย การเจรจาหรือขอร้องให้เสียสละเป็นครั้งคราว ในแต่ละพื้นที่ หรือการชดเชยค่าเสียหายที่ไม่เป็นธรรม จะไม่สามารถยุติความขัดแย้งในพื้นที่ต่าง ๆ ได้
นายแพทย์ชูชัย กล่าวว่า รัฐควรคำนึงถึงหลักการและแนวทางปฏิบัติของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons - IDPs) ที่ถูกบังคับหรือจำเป็นต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่อไปแสวงหาที่พักพิงที่อื่น ด้วยสาเหตุจากภัยพิบัติธรรมชาติ หรือจากโครงการของรัฐที่กระทบต่อวิถีชีวิตหรือชุมชน การดูแลของรัฐยังไม่สามารถให้ความมั่นใจในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ยั่งยืน ทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน เท่าที่รับฟัง การแก้ไขปัญหาให้ความสำคัญเป็นพิเศษเฉพาะภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หรือภาคการลงทุนจากต่างประเทศ โดยยังไม่มีความชัดเจนในการดูแลคนเล็กคนน้อย หรือกลุ่มคนพิเศษต่างๆ ที่มีวิถีชีวิตในถิ่นฐานของตนและต้องละถิ่นฐานออกมา เช่น ชาวนา เกษตรกร หรือชาวบ้านทั่วไป ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถส่งเสียงได้ดังพอ ทำให้ถูกละเมิดสิทธิมาโดยตลอด เพียงการให้เงินชดเชย 5,000 บาทคงไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่า รัฐได้ดูแลชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แล้ว การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ นอกเหนือจากความเสียหายทางกายภาพแล้ว ต้องคำนึงเรื่องผลกระทบอื่นๆ โดยเฉพาะต่ออ่อนแอเด็ก สตรี ผู้พิการ ผลกระทบด้านจิตใจ (trauma) การขาดปัจจัยสี่ ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิในชีวิต ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บ ความยากลำบากยากจนที่จะเกิดขึ้นหลังจากน้ำลด ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องใช้สิทธิเป็นตัวตั้งและไม่มีการเลือกปฏิบัติ
นายแพทย์ชูชัย กล่าวว่า ต้นเดือนธ.ค. นี้กสม. จะจัดเวทีสาธารณะ โดยเชิญผู้ได้รับผลกระทบ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อรัฐบาล กทม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้น และเป็นไปได้ว่า กสม. อาจพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามอำนาจที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การปกป้องคุ้มครองสิทธิทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป โดยจะประสานข้อมูลกับ ร.ศ.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ สภาทนายความ และทนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ออกมาแสดงบทบาทเพื่อสังคม ซึ่งจะได้ประสานงานกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ต่อไป
สถานการณ์น้ำที่บริเวณแยกบรมราชชนนีและแยกอรุณอัมรินทร์
สถานการณ์น้ำที่ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขาเข้าตั้งแต่แยกบรมราชชนนี มุ่งหน้าแยกอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ในขณะนี้น้ำได้ลดลงจนแห้งสนิทรถทุกชนิดสามารถสัญจรได้แล้ว แต่ในทางกลับกันถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขาออกจนถึงแยกบรมราชชนนี ระดับน้ำยังสูงตั้งแต่ 20 - 40 เซนติเมตร รถเล็กยังไม่สามารถผ่านได้ ส่วนเส้นทางถนนอรุณอัมรินทร์ที่จะมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ระดับน้ำยังท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีเพียงรถขนาดใหญ่และรถกระบะที่สามารถวิ่งผ่านได้ ด้านการจราจรตั้งแต่แยกบรมราชชนนีมุ่งหน้าตลิ่งชันเข้าสู่ถนนชัยพฤกษ์ทั้งขาเข้าและขาออก น้ำบนถนนแห้งเกือบตลอดเส้นทางมีเพียงบางจุดที่น้ำยังท่วมเล็กน้อยไม่เกิน 10 เซนติเมตร รถทุกชนิดสามารถใช้เส้นทางได้จนถึง สน.ตลิ่งชัน ก่อนถึงสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ และจากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่าขณะนี้ประชาชนเริ่มนำรถยนต์ส่วนตัวมาขับขี่บนท้องถนนมากขึ้น
ขณะที่ห้างสรรพสินค้าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวทั้งเซ็นทรัลพลาซ่าปิ่นเกล้า พาต้าปิ่นเกล้า เมเจอร์ปิ่นเกล้า และเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า ได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว แต่ประชาชนยังเข้าใช้บริการค่อนข้างบางตาและร้านค้าต่างๆ ก็ยังเปิดให้บริการไม่ครบทุกร้าน ส่วนบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการทำความสะอาดและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากน้ำท่วม
บช.น.เตรียมแผนดูแลการจราจรหลังน้ำลด
สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง และสามารถเปิดการจราจรได้หลายเส้นทางแล้ว แต่พบสภาพความเสียหายของถนนหลายสายเป็นหลุมบ่อจากการถูกน้ำกัดเซาะ พื้นผิวถนนมีตะไคร้น้ำเกาะ อาจทำให้รถลื่นไถลเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงได้ให้แนวทางเตรียมการดูแลการจราจรหลังน้ำลด อาทิ การตรวจสอบดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นสภาพถนน สัญญาณไปจราจร ป้ายจราจรที่ชำรุดเสียหายให้สามารถใช้การได้ โดยประสานหน่วยงานรับผิดชอบซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด การจัดตำรวจจราจรร่วมปฏิบัติงานกับสำนักงานเขตเก็บขยะ วัสดุสิ่งของที่เป็นอุปสรรคในการเดินรถออกจากพื้นผิวจราจร และให้แต่ละสถานีตำรวจนครบาลจัดตำรวจจราจร พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือรถยนต์ที่จอดหลบภัยน้ำท่วมเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมีปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ติดต่อเจ้าของรถยนต์ที่จอดบริเวณทางขึ้นลงสะพานข้ามแยก ที่จอดซ้อนคันบนสะพาน หรือพื้นที่ปลอดภัย หรือแนวก้างปลา ลักษณะกีดขวางการจราจร ให้รีบเคลื่อนย้ายโดยเร็ว
สำหรับป้ายทะเบียนรถยนต์ที่หล่นหายจากภาวะน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร เจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1197
ธ.กรุงเทพเพิ่มการดูแลความพร้อมของเครื่องเอทีเอ็ม
นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกรณีเกิดปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครในขณะนี้ ธนาคารพบว่าจำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งมวลชนในการเดินทางเพิ่มขึ้น อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ทำให้มีผู้ใช้บริการเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพที่ติดตั้งอยู่ในทุกสถานีรถไฟฟ้า ทั้ง 2 ประเภท มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ทางธนาคารฯ จะเพิ่มการดูแลเครื่องเอทีเอ็มในบริเวณดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ให้ทุกเครื่องมีความพร้อมที่จะให้บริการตลอดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์เบิกถอนเงินสดสำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค หรือแม้แต่สำรองไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ธ.กสิกรไทยจัดโครงการน้ำใจไทยเกื้อกูลไทย
นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้จัดโครงการ น้ำใจไทย เกื้อกูลไทย ฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำท่วมกับเครือธนาคารกสิกรไทย โดยเชิญชวนพนักงานในเครือแต่ละจังหวัดไม่ต่ำกว่า 100 คน ร่วมมือกับผู้มีจิตอาสาและประชาชนในพื้นที่ ทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือ Big Cleaning Day ฟื้นฟูชุมชนที่ประสบอุทกภัยรุนแรงใน 10 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สิงห์บุรี สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี และเขตประสบภัยพิบัติรุนแรงในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งส่งเจ้าหน้าของธนาคารฯ ลงพื้นที่ให้บริการด้านคำปรึกษาแก่ผู้ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือเรื่องการวางแผนสำหรับฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่หลังน้ำลด



