ข่าว

ยกทัพเยียวยา'ภาคเกษตร'

ยกทัพเยียวยา'ภาคเกษตร'

18 พ.ย. 2554

ยกทัพเยียวยา'ภาคเกษตร' ชุบชีวิตเกษตรกรหลังน้ำท่วม โดย...สุรัตน์ อัตตะ

             ผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคเกษตร แม้มูลค่าจะเทียบไม่ได้กับอุตสาหกรรมที่มีความเสียหายหลายแสนล้าน แต่ทว่ารัฐบาลจะยังให้ความสำคัญประเทศไทยในฐานะ "ครัวโลก" คงปฏิเสธไม่ได้ในการช่วยเหลือเยียวยาทั้งระบบด้วยเม็ดเงินเพียง 8.2 หมื่นกว่าล้านเท่านั้นจากพื้นที่ความเสียหายภาคการเกษตร รวมทั้งสิ้น 11.1 ล้านไร่

             "พื้นที่ปลูกข้าวจะได้รับความเสียหายมากที่สุดจำนวน  9.18 ล้านไร่ รองลงมาพืชไร่ 1.5 ล้านไร่ พืชสวนและพืชอื่นๆ 5 แสนไร่ แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ 9 พันไร่ ส่วนประมงเสียหาย 2.3 แสนไร่ แยกเป็นบ่อปลา 2.09 แสน ไร่ บ่อกุ้ง หอยและปู 3.1 หมื่นไร่ ด้านปศุสัตว์มีสัตว์ได้รับผลกระทบ 24 ล้านตัว แยกเป็นโคและกระบือ 3.1 แสนตัว แพะแกะ 3.4 แสนตัว สัตว์ปีก 3.5 ล้านตัว ขณะที่ผลผลิตข้าวเปลือกได้รับความเสียหายมากที่สุด 5.5 ล้านตัน ส่วนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ข้าวโพดและมันสำปะหลังเสียหายไม่มากนัก เพราะอยู่ในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว"

              ช่วงหนึ่งการเปิดแถลงข่าวของ "อภิชาต จงสกุล" เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงข้อมูลตัวเลขความเสียหายในภาคเกษตรจากการเกิดมหาอุทุกภัยครั้งใหญ่ พร้อมแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยแบ่งเป็นแผนการดำเนินงาน 5 แผนโครงการทั้งระยะสั้นเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันทีภายหลังน้ำลดและระยะยาว

             ซึ่งประกอบด้วย 1.การฟื้นฟูด้านอาชีพ 2.การช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 3.โครงการช่วยเหลือเกษตรกรในภาพรวม 4.การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะแผนการช่วยเหลือระยะสั้นและดำเนินการในทันที ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ตลอดจนเกษตรกรที่เพาะปลูกกล้วยไม้ (ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหาย) และ 5.การซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง

             โฆษกกระทรวงเกษตรฯ เผยต่อว่า สำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวที่มีพื้นที่เสียหายเกิน 50 เปอร์เซ็นต์จะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวตามที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 10 ไร่ในอัตราไร่ละ 10 กิโลกรัม เช่นเดียวกับเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้นและพืชผักที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์เช่นกัน ตลอดจนได้รับค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่ทำการเพาะปลูก รายละไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 400 บาท คิดเป็นมูลค่ารายละ 2,000 บาท

             นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชอาหารเพื่อการยังชีพเพื่อให้เกษตรกรปลูกพืชผักในบริเวณบ้านทุกครัวเรือนเป็นอาหารและลดรายจ่ายของเกษตรกรเหลือก็นำไปขายเป็นรายได้เสริม  สำหรับเกษตรกรที่เสียหายจากการเลี้ยงสัตว์น้ำจะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลานิล พร้อมอาหารปลาทุกครัวเรือนเช่นเดียวกับเกษตรกรที่เสียหายจากการเลี้ยงสัตว์ จะได้รับพันธุ์สัตว์ปีกเช่น ไก่พื้นเมือง ไก่ลูกผสมพื้นเมือง หรือเป็ดเทศ คละเพศ อายุ 1 เดือน พร้อมอาหาร และเวชพันธ์ ภาชนะใส่น้ำ และตาข่าย ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ที่ได้รับความเสียหายนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำโครงการ

              "สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจะให้ความช่วยเหลือด้านหนี้สิน โดยจะยืดอายุเวลาการชำระหนี้เก่าออกไป 3 ปี ส่วนกู้ใหม่วงเงินไม่เกินรายละ 100,000 บาท โดยรัฐชดเชยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่วนเกษตรกรที่เสียชีวิตจะจำหน่ายหนี้ออกโดยรัฐรับภาระชำระหนี้แทน"

             อภิชาติ แจงรายละเอียดต่อว่าสำหรับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในภาพรวมนั้น จะแบ่งออกเป็น 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพื้นฟูสุขภาพสัตว์และป้องกันโรคระบาดสัตว์หลังน้ำลดโดยจัดหายาและอุปกรณ์ในการดูแลรักษา 2.โครงการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารสัตว์สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์หลังน้ำลด โดยผลิตเสบียงอาหารสัตว์ หญ้าแห้งและอาหารข้น

             3.โครงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ราบลุ่มหลังน้ำท่วมเพื่อขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืด (พื้นที่ลุ่มน้ำยม/ลุ่มน้ำ เจ้าพระยา/ลุ่มน้ำโขง/ลุ่มน้ำท่าจีน) โดยเฉพาะสัตว์น้ำจืด ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านตัวต่อปี ทำให้เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยมีรายได้เสริมจากการจับสัตว์น้ำและมีอาหารไว้บริโภคในครัวเรือน และ 4.โครงการป้องกันและฟื้นฟูพื้นที่ดินถล่ม จ.อุตรดิตถ์ และ จ.เชียงใหม่ โดยจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิด ดินถล่ม และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่เกิดดินถล่ม

             นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมโดยจัดทำโครงการบำบัดน้ำเสียและบรรเทาปัญหาน้ำเน่าจากเหตุอุทกภัย โดยใช้สารเร่ง พด.6 ของกรมพัฒนาที่ดิน อีกทั้งยังมีการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง โดยแบ่งเป็นการดำเนินงานเพื่อสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมระบบชลประทานในพื้นที่ 19 จังหวัด และจัดทำโครงการช่วยเหลือด้านทรัพย์สินของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่เสียหายจากอุทกภัยจำนวน 786 แห่งในพื้นที่ 30 จังหวัด โดยใช้เงินอุดหนุนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

             "สุดท้ายคือโครงการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบปัญหาจากอุทกภัย เพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรที่ได้รับความเสียหายและอบรมเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลเกษตร ในเบื้องต้นมูลค่าความเสียหายภาคเกษตรประมาณ 8.2 หมื่นล้าน โดยพื้นที่นาข้าวมากที่สุดประมาณ 5.1 หมื่นล้าน" โฆษกกระทรวงเกษตรฯ สรุปทิ้งท้าย 

**************************************************
เตรียมเมล็ดพันธุ์ 7.2 หมื่นตันช่วยชาวนา

             นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาชาวนาหลังน้ำลด ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าวได้เตรียมการช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่เพาะปลูกข้าวเพื่อเป็นการเยียวยาและฟื้นฟูชาวนาให้ปลูกข้าวหลังน้ำลดได้ทันทีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงกรกฎาคม 2555 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้วโดยใช้งบประมาณดำเนินการจากงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 1,727.516 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมส่งมอบจำนวนทั้งสิ้น 72,100 ตัน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ให้การช่วยเหลือนั้น คาดว่าจะได้ผลผลิต 3.19 ล้านตันข้าวเปลือกจะส่งผลให้ชาวนาสามารถนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 55,736 ล้านบาท ขณะเดียวกันผลผลิตในส่วนนี้ยังสามารถนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีไปกระจายใช้ในการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปอีกด้วย

             นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าวกล่าวเสริมว่า สำหรับแผนการให้ความช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยกรมการข้าวได้วางแผนดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่1การให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลด ที่คาดว่าจะมีพื้นที่ 3,316,600 ไร่คิดเป็นปริมาณเมล็ดพันธุ์จำนวน 33,166 ตัน ส่วนในระยะที่ 2 ที่จะใช้ปลูกในฤดูนาปี ที่คาดว่าจะมีพื้นที่ 3,532,900 ไร่ คิดเป็นปริมาณ38,934 ตัน รวมเมล็ดพันธุ์ทั้งสิ้น 72,100 ตัน สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือนั้น ต้องเป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวและมีพื้นที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหายจากอุทกภัย มากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น

-----------------------------------

(ยกทัพเยียวยา'ภาคเกษตร' ชุบชีวิตเกษตรกรหลังน้ำท่วม  โดย...สุรัตน์ อัตตะ)