ข่าว

'ปชป.'เหน็บ'นายกฯ'พิจารณาตัวเอง

'ปชป.'เหน็บ'นายกฯ'พิจารณาตัวเอง

17 พ.ย. 2554

'ชวนนท์' เหน็บ 'ยิ่งลักษณ์' ทำภารกิจประสบความสำเร็จ จี้ พิจารณาตัวเองอย่าทำบาปกับ 'ปชช.' ชี้ ประเทศต้องการคนที่จิตใจบริสุทธิ์ - ตั้งใจทำงาน

          17 พ.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงประเด็นในเรื่องการพิจารณาพระราชกฤษฏีาพระราชทานอภัยโทษ ของคณะรัฐมนตรีว่า พรรคขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ เพราะประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ และมีความอ่อนไหวในสังคมสูง และเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และตัวนายกฯ ลดต่ำลงอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นที่ 1 เรื่องการเดินทางไปสิงห์บุรี นายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องชี้แจงว่า หากการไปค้างแรมที่สิงห์บุรีนั้นเป็นเหตุสุดวิสัย และนายกฯ ก็ต้องตอบว่า หากเป็นเช่นนั้นก็ได้เตรียมอุปกรณ์ค้างคืนพร้อมเพรียงอย่างนั้นได้อย่างไร หรือนายกฯ เดินทางไปที่ไหน ก็จะมีกระเป๋าเดินทางเตรียมไปด้วยทุกครั้งหรือไม่

          ในเรื่องพาหนะการเดินทางนั้น ทางฝ่ายทหารก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เฮลิคอปเตอร์ แบบ MI-17 สามารถเดินทางในตอนกลางคืนได้แม้ไม่มีเรดาร์ แต่หากรัฐบาลไม่เชื่อมั่นในพาหนะดังกล่าว นายกฯ ก็ยังมีทางเลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยรถยนต์ กลับจากสิงห์บุรี ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถเลือกพาหนะเฮลิคอปเตอร์แบบอื่น ที่มีสมรรถนะเดินทางตอนกลางคืนได้อีกมากมาย

          นายชวนนท์ กล่าวว่า ตอนเช้าของวันประชุมครม. นายกฯ ก็เลือกที่จะไม่เดินทางกลับมาในช่วงเช้าให้ทันการประชุมครม. ทั้งที่ไม่ได้มีภารกิจสำคัญเร่งด่วนใด ๆ ที่จ.สิงห์บุรี และเมื่อเดินทางกลับมาในช่วง 11 น.ทราบว่าก็ยังมีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกเกือบ ครึ่งชม.เหมือนเป็นการจงใจถ่วงเวลา ให้การประชุมครม. สิ้นสุดลงเสียก่อน นอกจากนั้นแม้เมื่อเดินทางมาถึงทำเนียบแล้ว การประชุมครม. ก็ยังไม่สิ้นสุด แต่นายกฯ ก็ไม่เดินทางมาที่ห้องประชุมแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเพราะเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งจะทำให้สังคมสงสัยและเคลือบแคลงในความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรีหญิงท่านนี้

          ต้องชี้แจงถึงรายละเอียดการพิจารณาพ.ร.ฏ. ว่ามีการบรรจุเป็นวาระลับ และนายกฯ ทราบมาก่อนหรือไม่ และนายกฯ มีความเห็นอย่างไรต่อรายละเอียดของพ.ร.ฎ.โดยเฉพาะในประเด็นคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าข่ายได้รับสิทธิ์ในการอภัยโทษในครั้งนี้ เพราะนายกฯ ไม่สามารถตอบว่าไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวได้ เพราะเป็นผู้บริหารสูงสุด หากเลือกที่จะไม่ใส่ใจทั้งในส่วนของการเดินทางมาประชุมครม. และสาระของการประชุมในเรื่องสำคัญเช่นนี้ ก็ต้องกลับไปทบทวนตนเองว่าจะเป็นนายกฯ อยู่เพื่ออะไร

          นายชวนนท์ กล่าวว่า  หากนายกฯ ตั้งใจสร้างสถานการณ์ไปค้างที่สิงห์บุรี และหลีกเลี่ยงการประชุมครม.เพื่อไม่ต้องการให้สุ่มเสี่ยงกับการถูกดำเนินการตามกฎหมาย หากพ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับประโยชน์จากพ.ร.ฏ.ดังกล่าวนั้น ก็เท่ากับว่า นายกฯ ของประเทศไทย ไม่มีความบริสุทธิ์ใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน กล้าสร้างเรื่องหลอกลวง และไม่ได้เจตนาที่จะมาเป็นนายกฯ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่ต้องการทำเพื่อญาติสนิท เพื่อประโยชน์ของบุคคลใกล้ชิด นายกฯ นั้นถูกกล่าวหาว่าไร้ความรู้ และความสามารถในการบริหารงานราชการแผ่นดิน แต่ขณะนี้ท่านกำลังจะถูกกล่าวหาว่า ละทิ้ง และหลอกลวงรวมทั้งไม่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการทำงานให้กับประชาชน

          พรรคขอเรียกร้องให้นายกฯ ทบทวนเรื่องนี้ เพราะจะเป็นชนวนจุดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย จะเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ ในการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ผู้ที่ถูกตั้งข้อหากระทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต อีกทั้งไม่สำนึกผิด ไม่เคยมารับโทษ กลับมีสิทธิ์ในการได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งจะมีผลเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย แต่หากนายกฯ ไม่กล้าที่จะชี้แจงทั้งในเรื่องรายละเอียดการหลีกหนีการปฏิบัติหน้าที่ และรายละเอียดกฎหมายฉบับดังกล่าว เราก็เห็นว่าท่านไม่มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับการเป็นนายกฯ โดยเฉพาะในเวลาที่ประเทศและประชาชนกำลังประสบวิกฤติมหาอุทกภัย พี่น้องประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ไว้ใจเลือกท่านให้มาเป็นนายกฯ ท่านกลับไม่ใส่ใจเข้ามาร่วมประชุมครม.เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือแต่กลับทำเรื่องนี้เป็นวาระซ่อนเร้นแอบแฝงเพื่อช่วยเหลือบุคคลเพียงคนเดียว

          “หากท่านมีเจตนาเป็นเช่นนั้นก็ถือว่า ขณะนี้ภารกิจที่ท่านได้รับมอบหมาย ตั้งแต่ก่อนที่จะรู้จักการเมืองได้ประสบความสำเร็จ ทางพรรคฯ จึงขอให้ท่านพิจารณาตัวเองว่า เมื่อได้ทำบุญกับคนกับคนใกล้ชิดแล้ว อย่าทำบาปกับพี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้เลย เพราะขณะนี้ประเทศต้องการคนที่มีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน มีจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมจะร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับประชาชน และพร้อมที่จะทำความเข้าใจ ลดความขัดแย้งในประเด็นที่มีข้อสงสัย รวมทั้งต้องการคนที่เอาจริงเอาจังใส่ใจกับปัญหาของบ้านเมือง และมีความรู้ ความสามารถเพียงพอ เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” นายชวนนท์  กล่าว