
กทม.โยนศปภ.ยุติศึกรื้อกระสอบทราย
"สุขุมพันธุ์" โยนศปภ.ยุติศึกรื้อกระสอบทรายคลองหกวา หวั่นปชช.เลียนแบบรุกฮือไม่เลิก จับตาพหลฯ-วิภา หลังน้ำทะลัก ชาวสายไหมขนของหนีน้ำโกลาหล
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 พ.ย. 54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านกว่า 100 คน ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เข้ารื้อแนวกระสอบทรายบริเวณริมคลองหกวาสายล่าง เขตสายไหม ว่า ตนได้รับรายงานแล้วว่ามีการรื้อแนวคันกั้นน้ำเป็นทางยาว 50 เมตร ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต้องรอให้สำนักการระบายน้ำ กทม.ประเมินผลกระทบอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศปภ. รับทราบเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยพล.ต.อ.ประชา รับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าเจรจากับชาวบ้านเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงว่าการรื้อกระสอบทรายของชาวบ้าน จะเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นเช่นกัน ซึ่งกทม.จะเฝ้าระวังเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ตนย้ำมาตลอดว่า วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล โดยทุกฝ่ายต้องหารือกัน แต่คงต้องจับตาพื้นที่ถนนพหลโยธิน และบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติบนถนนวิภาวดีเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่อันดับแรกที่จะได้รับผลกระทบ
ผู้ว่ากทม. กล่าวต่อว่า ส่วนคำประกาศอพยพหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ ยังไม่จำเป็นต้องยกเลิกการประกาศ แต่เชื่อว่าประชาชนหลายคนคงอยากกลับเข้าไปดูแลบ้านของตัวเองถึงแม้จะมีการประกาศเป็นพื้นที่อพยพก็ตาม ขณะที่การฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวถนน รวมถึง เส้นทางต่างๆ กทม.ยังไม่สามารถประเมิณงบประมาณฟื้นฟูได้ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงพื้นที่ทางเท้า และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่น ไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบสัญญาณไฟจราจร ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
ชาวสายไหมขนของหนีน้ำโกลาหล
มีรายงานว่า ที่บริเวณสะพานข้ามคลองหกวาสายล่าง ซึ่งมีชาวบ้านย่านลำลูกการวมตัวกันรื้อคันกระสอบทรายออกเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้น้ำนั้นไหลเข้าพื้นที่ถนนสายไหม โดยข้อเรียกร้องของชาวลำลูกกาในการรื้อคันกระสอบทรายแนวคลองหกวาสายล่าง คือให้ทำบังเกอร์คลองหกวาเป็นฝายน้ำล้นตลอดแนว เปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ 1 เมตร และจ่ายค่าเยียวยาเพิ่ม ซึ่งขณะนี้มีเจ้าหน้าที่เข้าเจรจาในพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันชาวบ้านที่อยู่ใต้แนวกระสอบทรายต้องเร่งขนของหนีน้ำกันอย่างโกลาหลอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พื้นที่นี้น้ำแห้งไปแล้ว



