
ม.พายัพชี้คุณสมบัติพรฎ.อภัยโทษชัดเกิน
อธิการฯ ม.พายัพ ระบุคุณสมบัติพ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษชัดเจนเกินไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร เลขาฯ ครป. จวกทำลายและแทรกแซงหลักนิติรัฐ สภาฯ ตั้งกมธ.ปรองดอง “พล.ต.อ.วิเชียร-เลขาฯกฤษฎีกา”ร่วมด้วย
17พ.ย.2554 ผศ.ดร.ประดิษฐ์ เถกิงรังสฤษฎ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยกรณีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาวาระจร "ลับ" ผ่านความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ ว่า พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ตนเองเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เงื่อนไข หลักเกณฑ์ หรือคุณสมบัติของผู้เข้าข่ายเข้ารับประราชทานอภัยโทษ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนเห็นด้วยกับพ.ร.ฎ.ดังกล่าวในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ หลักเกณฑ์ออกมากว้างๆ
แต่การกระทำของรัฐบาลตอนนี้มีการกำหนดคุณสมบัติทั้ง เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือแม้กระทั่งการตัดคำแนบท้ายที่มีเนื้อหาระบุว่า ผู้ที่เข้าข่ายได้รับการอภัยโทษ จะต้องเป็นโทษที่ไม่เกี่ยวกับคดียาเสพติดและคดีทุจริตคอรัปชั่น ทั้งยังไม่มีการระบุถึงระยะเวลาการเข้ารับโทษ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เรื่องยาเสพติดใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย มันชัดเจนเกินไปว่าเอื้อประโยชน์ให้กับใคร ซึ่งไม่ต้องเอ่ยชื่อคนก็น่าจะทราบกัน
เลขาฯครป.จวกทำลายและแทรกแซงหลักนิติรัฐ
นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคระกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยกรณีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาวาระจร "ลับ" ผ่านความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ ว่า จากการที่ได้ติดตามข้อมูลเรื่องดังกล่าวพบว่ารัฐบาลมีเจตนาที่จะไม่ให้ประชาชนรับรู้ ซึ่งนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในรายละเอียดก็มีการแก้ไขทั้งเรื่องต้องเป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และยังได้ตัดเงื่อนไขประเด็นเรื่องคดียาเสะติดและคดีทุจริตคอรัปชั่น และไม่ระบุเวลาการรับโทษ
"ดูโดยรวมแล้วเค้าทำเพื่อให้ทักษิณ ได้กลับประเทศ ถือเป็นการทำลายและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในประเทศ และยังเป็นการทำลายทั้งหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม ทำให้ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม ที่รัฐบาลกล้าทำแบบนี้ เพราะคิดว่าเอาอยู่ หวังจะใช้มวลชนเป็นเงื่อนไขกดดัน ซึ่งจะทำให้จากกฎหมายกลายเป็นกฎหมู่ ระบบยุติธรรมในประเทศถูกทำลายไป" นายสุริยันต์ กล่าว
โดยการมีการพิจารณาร่างพ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ในขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในประเทศยังอยู่ในภาววิกฤตนั้นสะท้อนให้เห็นว่า จุดประสงค์หลักของการเข้ามาของรัฐบาลชุดนี้ต้องการที่จะช่วยเหลือคนเพียงคนเดียว ไม่ได้ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างที่ได้หาเสียงไว้แต่แรก และได้ฉวยโอกาสตอนที่ประชาชนอ่อนแอต้องต่อสู้กับปัญหาน้ำท่วมเร่งดำเนินการ เหมือนเป็นการหักหลักและตบหน้าประชาชน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากไม่มีการคัดค้านหรือต่อต้านจากสังคมร่างพ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ฉบับนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
สภาฯตั้งกมธ.ปรองดอง“พล.ต.อ.วิเชียร-เลขาฯกฤษฎีกา” ร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ภายหลังการพิจารณากระทู้ถามสดและกระทู้ทั่วไปเสร็จสิ้นลง ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นผู้เสนอ และร่าง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมพรรษา 84 พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 พ.ย.
มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยที่ประชุมได้มีมติสียงข้างมาก 271 ต่อ 5 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 38 คน อาทิ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น ทั้งนี้กำหนดการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยให้มีการประชุมครั้งแรกเพื่อเลือกประธานกมธ.และเลขานุการกมธ.ในวันที่ 18 พ.ย.เวลา 10.00น.ห้อง 3701 อาคารรัฐสภา 3



