ข่าว

เนปาลระส่ำหลังนายกฯ สั่งปลดผบ.ทบ.

เนปาลระส่ำหลังนายกฯ สั่งปลดผบ.ทบ.

04 พ.ค. 2552

กาฐมาณฑุ-การเมืองเนปาลร้อนระอุ หลังนายกฯ เหมาอิสต์สั่งปลด ผบ.ทบ.ฟ้าผ่า พรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาลทันที

สถานการณ์ทางการเมืองของเนปาลร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนายประจันทรา นายกรัฐมนตรี สั่งปลดนายพลรักมานกุด คาทาวาล ผู้บัญชาการทหารบก แบบสายฟ้าแลบ เมื่อวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) โดยอ้างว่าไม่ยอมทำตามคำสั่งของรัฐบาล ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญ ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเหมาอิสต์ตกอยู่ในภาวะง่อนแง่น

 "เราถอนตัวจากการสนับสนุนหลังการตัดสินใจปลดผู้บัญชาการกองทัพแต่เพียงฝ่ายเดียวของรัฐบาล เหมาอิสต์ดำเนินการลงไปทั้งๆ ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากเรา พวกเขาละเมิดความเห็นชอบทางการเมือง พฤติกรรมของพวกเขาเป็นอันตรายต่อกระบวนการสันติภาพ" นายอัมมริต โบฮารา แกนนำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล-ยูนิไฟด์ มาร์กซิสต์ เลนินนิสต์ (ซีพีเอ็น-ยูเอ็มแอล) กล่าว

 ทางด้านพรรคร่วมรัฐบาลอีกหลายพรรคได้คว่ำบาตรการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการปลด ผบ.ทบ. ขณะที่พรรคเนปาลีคองเกรสซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นความพยายามที่ "ไม่เป็นประชาธิปไตยและเผด็จการ" ของรัฐบาลเหมาอิสต์ เพื่อเอาการปกครองแบบเผด็จการมาใช้กับเนปาล

 การสั่งปลด ผบ.ทบ.ในครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นถึงการแย่งอำนาจกันระหว่างกลุ่มเหมาอิสต์กับกองทัพซึ่งเคยกุมอำนาจมาก่อน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว นายกฯ ประจันทราก็เพิ่งจะขอให้นายพลรักมานกุดชี้แจงถึงเหตุผลที่ว่าทำไมคำสั่งของรัฐบาลเรื่องการเกณฑ์ทหาร และปลดนายทหารระดับสูง 8 คนถึงได้รับการเพิกเฉย

 ทั้งนี้ความขัดแย้งระหว่างกองทัพและรัฐบาลเหมาอิสต์มาจากเรื่องที่ว่ารัฐบาลต้องการให้นักรบเหมาอิสต์ ซึ่งปัจจุบันถูกจำกัดบริเวณอยู่ในค่ายที่เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ดูแลอยู่ ถูกโอนมาเข้าร่วมกองทัพ แต่กองทัพไม่ยอมรับอดีตทหารกองโจร 1.9 หมื่นคนนี้เพราะมองว่าถูกปลูกฝังแนวคิดทางการเมืองแบบเอียงซ้ายเข้าไว้

 รัฐมนตรีข่าวสารของเนปาลได้ชี้แจงว่า นายพลรักมานกุดถูกปลดออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็เพื่อที่จะรักษา "อำนาจสูงสุดของพลเรือน" เอาไว้ แต่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นรายงานว่า ผบ.ทบ.ผู้นี้ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ขณะที่แหล่งข่าวทางทหารผู้หนึ่งได้เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า บรรดานายทหารระดับสูงของเนปาลกำลังจัดประชุมกันอยู่เพื่อตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

 ทั้งนี้ กบฏเหมาอิสต์ยอมวางอาวุธและยุติสงครามประชาชนนองเลือดที่ดำเนินมานานนับทศวรรษเมื่อปี 2549 และคว้าชัยชนะแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว แถมยังสามารถล้มล้างราชวงศ์เนปาลที่ถือเป็นราชวงศ์ฮินดูแห่งสุดท้ายของโลกลงได้ แต่รัฐบาลเหมาอิสต์ก็ต้องประสบปัญหามากมายในการปกครองประเทศ