ข่าว

'ปชป.'โวย'รัฐ'ทำราคายางร่วง

'ปชป.'โวย'รัฐ'ทำราคายางร่วง

17 พ.ย. 2554

'ประชาธิปัตย์' โวย 'รัฐบาล' ทำราคายางพาราร่วง ด้าน 'รมว.เกษตร' แจงราคาลงเพราะความต้องการในประเทศและต่างประเทศลดลง ผลกระทบจากน้ำท่วม

          17 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดของ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ราคายางพาราตกต่ำอย่างรุนแรง โดยระบุว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราคายางตกต่ำที่สุด รัฐบาลมีมาตรการมาช่วยเหลืออย่างไร เพราะราคายางสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สูงสุด ก.ก.ละ 190 บาท แต่วันที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบายในวันที่ 23 ส.ค.54 ราคายางดิ่งลงต่ำสุดอยู่ที่ก.ก.ละ 59 บาท ซึ่งแตกต่างกันถึง140-150 บาท ซึ่งราคายางที่ตกลงมากก.ละ 1 บาท จะทำให้ประเทศไทยเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งราคายางวันนี้แตกต่างกันถึง100 บาท ทำให้เกิดความเสียหาย 3 แสนกว่าล้านบาทเท่ากับรายได้ของการท่องเที่ยวทั้งปี อยากถามว่า รัฐบาลมีมาตรการอะไรบ้าง

          นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่าจนถึงวันนี้รัฐบาลก็ยังไม่ตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคายาง วันนี้เกษตรกรต้องการให้ตรึงราคายางอยู่ที่ ก.ก.ละ 120 บาท ตนอยากถามว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะทำให้ราคายางไปอยู่ที่ก.ก.ละ 120 บาท ได้อย่างไร และเมื่อไหร่ขอกำหนดวันที่ชัดเจน

          ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า ราคายางพาราที่ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ ณวันที่ 16 พ.ย. อยู่ที่กก.ละ 90 บาท ลดลงจากวันที่ 1 พ.ย. ที่อยู่ที่ ก.ก.ละ 103 บาท เนื่องมาจากความต้องการใช้ยางพาราในประเทศและต่างประเทศลดลง มาจากหลายปัจจัย 1.อุตสาหกรรมที่ผลิตลดลง โดยเฉพาะการผลิตอะไหล่รถยนต์ ที่ต้องซื้อยางพาราไปทำล้อรถยนต์ได้ชะลอการรับซื้อออกไปเนื่องจากน้ำท่วม 2. เศรษฐกิจจีนชะลอตัวจากการกดดันเพิ่มค่าเงินหยวน 3. นักลงทุนตลาดโตเกียว ยังไม่มีความชัดเจน ตรงนี้ก็ส่งผลกระทบ ซึ่งปัญหาการชะลอตัวต่างๆ คาดว่าจะเป็นระยะสั้นๆ โดยกระทรวงเกษตรฯมี มาตรการในการแก้ไขเหมือนปี 2552 โดยเฉพาะการแปรรูปยางให้เพิ่มมูลค่ามากขึ้น และสนับสนุนให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) สนับสนุนดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกรที่ร่วมโครงการ ในการรับซื้อน้ำยางสดและยางแผ่นดิบ โดยจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ เพื่อยกระดับราคายางพาราโดยเร็วที่สุด

          นายธีระกล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการหารือกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับยางพาราไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซียซึ่งจะประชุมในปลายสัปดาห์นี้และรมช.เกษตรฯที่รับผิดชอบเรื่องยางพาราก็อยู่ที่ประเทศจีนเพื่อไปแก้ไขปัญหายางพารา ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้นิ่งเฉยกับปัญหานี้เราจะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขในคณะกรรมการนโยบายยาง และส่งเรื่องให้ครม.ไปดำเนินการ รวมถึงให้ ธ.ก.ส.ให้ความช่วยเหลือในเรื่องเงินกู้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหลายอย่างแต่กลไกที่สำคัญคือเรื่องตลาดการซื้อ ทั้ง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ ยุโรป ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะรีบประสานงานให้มีการซื้อขายต่อไป

          "ผมคงบอกไม่ได้ว่าจะให้ราคายางไปอยู่ที่กก.ละ 120 บาท ได้เมื่อไหร่แต่รัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร วันนี้ ทิศทางของยางพาราก็อยู่ในตัวเลขที่กำลังเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาดและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" นายธีระกล่าว