
ทฤษฎีสมคบคิดเรื่องหวัดเม็กซิโก
ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดกำลังระบาดหนักในแดนจังโก้เม็กซิโก ต้นตอของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตอนนี้สื่ออินเทอร์เน็ตจึงท่วมท้นไปด้วยข่าวลือเกี่ยวกับทฤษฎีการสมคบคิด หนึ่งในข่าวลือนั้นก็คือเรื่องประธานาธิบดีเฟลิเป คาลเดรอน และครอบครัวไม่ได้คาดผ้าปิดจมูกเหมือนกับคนทั่วไป เป็นเพราะได้แอบฉีดวัคซีนมหัศจรรย์จากแคนาดาแล้วต่างหาก
ขณะที่บล็อกเกอร์คนหนึ่งอ้างว่าแท้ที่จริงแล้ว โรคระบาดที่ว่านี้ไม่ได้มีอยู่จริง หากแต่เป็นการสร้างขึ้นมาเองของแดนดินถิ่นอินทรีอันชั่วร้ายระหว่างทดลองการโจมตีด้วยอาวุธเชื้อโรค ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งก็ว่าโรคระบาดนี้มาจากการปล่อยข่าวของนักการเมืองเลือดเย็นกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากไม่เคยมีใครได้เห็นศพของเหยื่อโรคระบาดนี้แม้แต่รายเดียว
นักเล่นเน็ตอีกรายหนึ่งระบุว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มาจากการร่วมกันประดิษฐ์คิดค้นระหว่างกลุ่มนักศึกษาอเมริกันและเยอรมันแห่งมหาวิทยาลัยโอไฮโอเพื่อจะสร้างไวรัสสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา
นอกจากนี้ ข่าวลืออีกมากมายนับไม่ถ้วนนั้นยังได้โยงเรื่องของไข้หวัดใหญ่เข้ากับนิทานพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง เหมือนกับต้นตำนานของชูปาคาบราส์เมืองช่วงทศวรรษ 2533 อันเป็นเรื่องของเขี้ยวปริศนาที่สังหารสัตว์นับหมื่นตัวทั่วทวีปละตินอเมริกา แต่มักจะมีคนอ้างเสมอๆ ว่าพบเห็นที่เม็กซิโก
เว็บไซต์ยอดฮิตยูทูบเองตอนนี้ก็มีเพลงฮิตเพลงหนึ่งชื่อ "ชิลานโกลานเดีย" อันเป็นสมญานามของกรุงเม็กซิโกซิตี้ เนื้อความว่าไข้หวัดใหญ่มรณะนี้เป็นโรคร้ายตัวจริงที่ระบาดในชิลานโกส์โดยไม่รู้ว่าเมืองนี้ปกคลุมด้วยหมอกควันพิษ พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนอพยพหนีออกจากนี้เมืองนี้ เนื่องจากไม่มีใครช่วยเหลือได้ จะวิงวอนให้ซูเปอร์แมนมาช่วยก็ไม่ได้ มีหวังคนผู้นั้นคงจะตายเสียก่อนตอนที่อินเดียนาโจนส์มาถึง
แต่ท่ามกลางข่าวร้ายย่อมมีข่าวดี หนึ่งในผู้ที่โชคดีที่สุดก็คือเกรกอริโอ ซอเซโด หรือชื่อจัดตั้งว่า เอล คารามิวลาส หนึ่งในผู้นำจอมโหดแห่งกลุ่มค้ายาเสพย์คิดกัลฟ์ คาร์เทล นักโทษหนีคุกจากเงื้อมมือของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐมานานก่อนจะถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่เมืองชายแดน 2 ประเทศ
แต่การจับกุมจักรพรรดิแห่งวงการยาเสพติดโลกกลับกลายเป็นแค่ข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง เนื่องจากสื่อทั่วโลกต่างมุ่งโหมประโคมข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู หนำซ้ำ ระหว่างที่ทหาร-ตำรวจเม็กซิโกลากตัวเอล คารามิวลาส ไปประจานต่อหน้ากองทัพนักข่าวและตากล้อง กลับไม่มีใครจดจำเขาได้ เนื่องจากต้องคาดผ้าปิดจมูกเหมือนกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ
ช่างโชคดีอะไรปานนั้น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



