ข่าว

หงส์ขยี้สาลิกา3-0ไล่ผี3แต้มเท่าเดิม

หงส์ขยี้สาลิกา3-0ไล่ผี3แต้มเท่าเดิม

03 พ.ค. 2552

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไล่จี้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี เหลือ 3 แต้มเท่าเดิม เมื่อเปิดบ้านหักปีก "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล 3-0 ส่งผลให้เด็กของ "ฮอตช็อต" อลัน เชียเรอร์ ใกล้ตกชั้นเข้าไปทุกขณะ ขณะที่ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปี

 ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง เปิดแอนฟิลด์ พบกับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 18 นัดนี้ ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะเพื่อไล่จี้แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เหลือ 3 แต้ม เพื่อรักษาโอกาสลุ้นแชมป์ต่อไป เกมนี้ได้ สตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมกลับมา แต่ไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส หัวหอกที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากำเริบอีก ทำให้ เดียร์ก เคาท์ เป็นหัวหอก และมี อัลเบิร์ต ริเอรา กับ ยอสซี เบนายูน ช่วยทำเกมรุก ขณะที่ ดาเนียล แอ็กเกอร์ กองหลังที่เพิ่งต่อสัญญาก็ได้ลงเป็นตัวจริง

 ด้าน นิวคาสเซิล ก็ต้องการ 3 แต้ม เพื่อลุ้นหนีตกชั้น เกมนี้ อลัน เชียเรอร์ กุนซือชั่วคราววางแผนเปิดหน้าบุกเต็มตัว เมื่อใช้กองหลังแค่ 3 คน ก่อนอัดส่ง ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส กับ เดเมียน ดัฟฟ์ เล่นทางปีก โดยมีกองกลางอย่าง นิคกี้ บัตต์, อลัน สมิธ และโจอี้ บาร์ตัน ส่วนกองหน้าเป็น โอบาเฟมี มาร์ตินส์ กับ มาร์ วิดูก้า ส่วน ไมเคิล โอเว่น อดีตกองหน้าหงส์แดงถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง

 เริ่มเกมขึ้นมา ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองเกมรุกได้ทันที และมีโอกาสได้ประตูนำจากลูกยิงไกลของ สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่สตีฟ ฮาร์เปอร์ นายทวารนิวคาสเซิลปัดออกไปได้ หลังจากบุกขึงพืดอยู่นาน กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นในนาที 22 จากลูกที่ เดียร์ก เคาท์ แย่งบอลจาก ฌอง อแลง บูมซง ก่อนยิงยัดเข้ามาให้ ยอสซี เบนายูน พุ่งชาร์จเข้าไป ลิเวอร์พูล นำ 1-0 ถัดมาอีก 6 นาที ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่ 2 จากลูกเตะมุม สตีเวน เจอร์ราร์ด โยนเข้ามาให้ เดียร์ก เคาท์ โหม่งคนเดียวเข้าไป จากนั้นเจ้าถิ่นยังคงเป็นฝ่ายบุก หวิดได้ประตูที่ 3 จากลูกยิงไกลของ ซาบี้ อลอนโซ แต่บอลไปชนคาน หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 2-0

 เริ่มครึ่งหลังเกมยังเป็นไปในทิศทางเดิม แถม นิวคาสเซิล ยังต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาที 77 อีกด้วย เมื่อ โจอี้ บาร์ตัน ถูกใบแดง ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะบวกสอร์เพิ่มได้อีกเป็น 3-0 จากการโขกของ ลูคัส เลวา นาที 87 ส่งผลให้จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ 3-0 แข่ง 35 นัด มี 77 แต้ม ไล่จี้ แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและทีมจ่าฝูง ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 3 แต้มเท่าเดิม ขณะที่ นิวคาสเซิล แข่ง 35 นัด มี 31 แต้มเท่าเดิม ยังอยู่อันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย ไล่หลัง ฮัลล์ ซิตี้ ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 3 แต้ม

 ส่วนเกมเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ มิดเดิลสโบรช์ 2-0 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มี 80 แต้ม และเหลือเกมให้เล่นอีก 4 แมทช์ ทำให้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อว่าชัยชนะนัดนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่เข้าใกล้แชมป์อย่างมาก และตอนนี้คงค่อยๆ จัดการเกมที่เหลือไปที่จะนัด ส่วนฟอร์มการเล่นนัดนี้ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้เล่นทุกคนต่างทำผลงานของตัวเองได้ดี

 ด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือมิดเดิลสโบรช์ หวังอย่างเดียวว่าทีมต้องไปชนะนิวคาสเซิลให้ได้ในเกมนัดต่อไป และเชื่อว่าชัยชนะจะทำให้โมเมนตัมของทีมกลับมาได้อีกครั้ง เพื่อจะกลับมาสู้ต่อในเกม 2 นัดสุดท้าย

 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอน เอาชนะ ฟูแล่ม 3-1 จาก นิโกลาส์ อเนลก้า นาที 1, ฟลอรองต์ มาลูด้า นาที 10 และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 53 ส่วนทีมเยือนได้จาก เอริค เนฟแลนด์ นาที 4 ทำให้ เชลซี มีเพิ่มเป็น 74 แต้ม อย่างไรก็ตาม กุส ฮิดดิงค์ กุนซือเชลซี ยังไม่พอใจกับลูกทีมฟอร์มลูกทีมในบางจุด หลังจากปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่เล่นบอลมากเกินไป และจะต้องไม่ทำอย่างนี้ในเกมนัดเจอบาร์เซโลนาในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในวันพุธนี้

 ด้าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกไปเยือน "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ที่ แฟรตตัน ปาร์ค ด้วยการส่งตัวสำรองลงสนามหลายคน แต่ก็ยังทำได้เหนือกว่าครึ่งแรกออกนำ 2-0 จากลูกโหม่งของ นิคลาส เบนท์เนอร์ นาที 13 และจุดโทษของ เบนท์เนอร์ นาที 41 ก่อนที่ครึ่งหลัง คาร์ลอส เบลา มายิงเป็น 3-0 นาที 56 และ โนเอล ปามาโรต์ กองหลังทีมเยือนโดนใบแดงนาที 78 และจบเกม 3 แต้มเป็นของอาร์เซนอล

 ส่วนผลคู่อื่นๆ แมนฯ ซิตี้ ชนะ แบล็คเบิร์น 3-1 จากประตูของ เฟลิเป้ ไซเชโด้ นาที 27, โรบินโญ่ นาที 34 และ เอลาโน นาที 45 ส่วนทีมเยือนได้จาก คีธ แอนดรูว์ส นาที 66, สโต๊ค แพ้ เวสต์แฮม 0-1 จาก ดิเอโก้ ตริสตัน นาที 33, สเปอร์ส ชนะ เวสต์บรอมวิช 1-0 จาก เจอร์เมน เจนาส นาที 43 และ วีแกน เสมอ โบลตัน 0-0

 ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
แมนฯ ยูไนเต็ด 34 25 5 4 63 23 80
ลิเวอร์พูล 35 22 11 2 69 26 77
เชลซี  35 22 8 5 59 21 74
อาร์เซนอล 35 19 11 5 63 32 68
แอสตัน วิลล่า 34 15 10 9 50 44 55
เอฟเวอร์ตัน 34 14 11 9 48 36 53
เวสต์แฮม 35 13 9  13 39 38 48
แมนฯ ซิตี้ 35 14 5 16 56 46 47
ฟูแล่ม  35 12 11 12 35 31 47
สเปอร์ส 35 13 8 14 42 41 47
วีแกน  34 11 9 14 31 38 42
โบลตัน  35 11 6 18 40 51 39
สโต๊ค  35 10 9 16 33 50 39
ปอร์ทสมัธ 35 9 11 15 35 53 38
แบล็คเบิร์น 35 9 10 16 38 58 37
ซันเดอร์แลนด์ 34 9 8 17 31 46 35
ฮัลล์ ซิตี้ 34 8 10 16 37 59 34
นิวคาสเซิล 35 6 13 16 37 56 31
มิดเดิลสโบรช์ 35 7 10 18 25 51 31
เวสต์บรอมวิช 35 7 7 21 33 64 28