
ย้อนรอยก่อนออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษ
ย้อนรอยก่อนออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษ : ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่นรายงาน
หากดูแค่ผลลัพธ์ ครม.ที่มีมติออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ โดยอาศัยโอกาสมหามงคล และมีคนได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ ราว 2.6 หมื่นราย อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นแทบจะทุกปี แต่หากมองเพิ่มเติมถึงผู้ได้ประโยชน์ที่อาจจะครอบคลุมไปถึง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะเห็นว่ามีเรื่องบังเอิญหลายเรื่อง จนเหมือนทุกอย่างปูทางมาเพื่อมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะที่มาถึงสาเหตุที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้ปัญหาน้ำท่วม ทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ตัดสินใจไม่ไปประชุม "เอเปค" ที่ ฮาวาย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน โดยส่ง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ไปประชุมแทน
เช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน นายกฯยิ่งลักษณ์ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ และจะลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี เพื่อตรวจเยี่ยมน้ำท่วมและพบปะประชาชน จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จาก พล.ม.2 ในเวลา 13.30 น. และกลับถึง กทม.เวลา 18.00 น.
ต่อมาเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ โดยมี "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนอีกจำนวนหนึ่ง เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์แบบ เอ็มไอ-17 ซึ่งถูกนำมาใช้ในภารกิจนี้ มุ่งหน้า จ.สิงห์บุรี ช้ากว่ากำหนดไปกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที
เมื่อถึง จ.สิงห์บุรี คณะของนายกรัฐมนตรีก็ปฏิบัติภารกิจจนครบและเสร็จสิ้นในเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่แจ้งกับทีม รปภ.นายกรัฐมนตรีและสื่อว่า ไม่ปลอดภัยที่จะบินกลับ เพราะมืดค่ำเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็มไอ-17 ไม่มีเรดาร์นำทาง ทั้งคณะจึงต้องนอนที่ จ.สิงห์บุรี
เจ้าหน้าที่จากสำนักนายกฯ ได้นำเสื้อยืดสีขาวที่เตรียมไปใช้ในงานมาให้ทุกคนใช้ผลัดเปลี่ยน เพราะไม่มีใครเตรียมเสื้อผ้าไปด้วย พร้อมกับแจ้งให้เข้าพักที่โรงแรมโกลเด้น ดราก้อน รีสอร์ท โดยระบุว่าเป็นการจองกะทันหัน
ปรากฏว่าเช้าวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน นายกฯก็ยังปฏิบัติภารกิจที่ จ.สิงห์บุรี และเดินกลับมาถึง กทม.เวลา 11.00 น. โดยไม่มีใครเอ่ยถึงการประชุม ครม.ในเวลา 09.00 น.
ดังนั้นการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อนายกฯ ไม่อยู่ และรองนายกฯ ลำดับที่ 1และ 2 "ยงยุทธ" และ "กิตติรัตน์" ไม่อยู่ การทำหน้าที่ "ประธาน" การประชุมจึงเป็นหน้าที่ของรองลำดับที่ 3 อย่าง "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง"
ที่บังเอิญ "เฉลิม" กำกับดูแลงานด้านยุติธรรม ดังนั้นเมื่อ ครม.ผ่านร่างพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ สังคมจึงตั้งข้อสังเกตว่า มติครั้งนี้มีเจตนาไม่สุจริต เพราะเนื้อหาที่ออกมาเอื้อประโยชน์ให้แก่ "ทักษิณ" ผู้เป็นพี่ชายนายกรัฐมนตรีขณะที่มีรายงานข่าวจากกองทัพแจ้งว่า สำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือขอสนับสนุนยานพาหนะรับ-ส่ง นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เกือบ 20 คน เพื่อไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก จึงมอบหมายให้จัดเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็ม-ไอ 17 จำนวน 1 ลำ ไปให้
ในหนังสือดังกล่าวยังแจ้งกองทัพบกว่า นายกรัฐมนตรีและคณะจะพักค้างคืนที่ จ.สิงห์บุรี 1 คืน โดยจะกลับกทม.ในวันที่ 15 พฤศจิกายน
ต่อมามีการอ้างสาเหตุที่กลับมาประชุมครม.ไม่ทัน เนื่องจากติดภารกิจจนมืดค่ำ ประกอบกับเฮลิคอปเตอร์ รุ่น เอ็มไอ-17 ไม่มีเรดาร์กลางคืน
แต่จากการตรวจสอบ "ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินในกองทัพ" จึงทราบว่า เฮลิคอปเตอร์ รุ่นเอ็มไอ-17 สามารถบินเวลากลางคืนได้ หากอากาศปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆและฝน นักบินทุกคนผ่านการฝึกบินเวลากลางคืนโดยไม่จำเป็นต้องมีเรดาร์กลางคืน เพราะมีอุปกรณ์เครื่องวัดต่างๆ ช่วยบินอยู่แล้ว
ดังนั้นเหตุผลที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ไม่นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.น่าจะมาจากสาเหตุหวั่นเกรงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและอาจถูกถอดถอนจากตำแหน่งมากกว่า
และน่าจะเป็นการ "จงใจ" ไม่ให้ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" มีส่วนร่วมในการผ่านมติช่วยเหลือ "ทักษิณ" ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ประชาชนกำลังทุกข์ระทมกันมากกว่า



