ข่าว

 รวบ'ยุ่น'สวมรอยเบิกเงินเกลี้ยงบัญชี

รวบ'ยุ่น'สวมรอยเบิกเงินเกลี้ยงบัญชี

17 พ.ย. 2554

รวบ'ยุ่น'สวมรอยเบิกเงินเกลี้ยงบัญชี : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

          "สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" สำนวนสุภาษิตไทย ยังคงใช้ได้กับ "คาซูโอะ โคบายาชิ" ชายชาวญี่ปุ่นวัย 54 ปี สวมรอยกดเงินจากบัญชีผู้อื่น แต่พลาดท่านำบัตรเอทีเอ็มของตัวเองไปกดเงินสดในตู้เอทีเอ็มก่อน ที่จะนำบัตรเอทีเอ็มที่สวมรอยมาเบิกเงินสดร่วม 2 ล้านบาท จนนำมาสู่การติดตามจับกุมในที่สุด!!
   
          การแกะรอยคดีเริ่มจาก ด.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีผู้รับมอบอำนาจ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) จากธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) มาแจ้งความเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 มีบุคคลสัญชาติญี่ปุ่นถือรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานจาก สน.พระโขนง เวลา 14.30 น. ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 พร้อมหนังสือเดินทางระบุชื่อ นายนากายามา ฮิชาชิ แสดงตนเป็นเจ้าของบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 049-2-09xxx-x สาขาอโศกดินแดง ต้องการออกบัญชีและออกบัตรเอทีเอ็มทดแทนที่สูญหาย โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบตามขั้นตอนจนเชื่อว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริง จึงออกสมุดธนาคารและบัตรเอทีเอ็มให้
   
          ถัดจากนั้นเพียง 4 วัน เวลา 13.00 น. ธนาคารได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ ของธนาคารว่า ชาวญี่ปุ่นเจ้าของบัญชีดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทย อาจมีบุคคลอื่นนำบัตรเอทีเอ็มถอนเงินจากบัญชีตนเองในประเทศไทยหลายครั้ง เป็นจำนวนเงิน 1,919,030 บาท เมื่อธนาคารตรวจสอบอย่างละเอียดผู้ที่มายื่นขอสมุดบัญชีออมทรัพย์และบัตรเอทีเอ็มทดแทนไม่ใช่นายนากายามา จึงร้องขอให้ช่วยติดตามชาวญี่ปุ่นที่สวมรอยเจ้าของบัญชีตัวจริง
   
          ด.ต.กิตติพันธ์รายงานข้อมูลให้แก่ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง . พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม. เพื่อรายงานให้ พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม.ทราบแล้วสั่งการให้ พ.ต.อ.อธิศวัฒน์ กมลรัตน์ ผกก1 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.สมชาย เดชแพ รองผกก.  พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด สว. ร.ต.อ.ประเสริฐ แก้วมุกดา ร.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รองสว.กก.1 บก.สส.สตม.  ด.ต.สมควร สุพงษ์ จ.ส.ต.ธีทัต รัตนปราณี และ ส.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมสืบสวน
   
          ความเคลื่อนไหวทางบัญชีของเจ้าของบัญชีตัวจริง ถูกตรวจสอบพบว่า ชาวญี่ปุ่นต้องสงสัยใช้บัตรเอทีเอ็มของเจ้าของบัญชีตัวจริง กดเงินย่าน จ.ปทุมธานี รวมเกือบ 9 หมื่นบาท จากนั้นใช้สมุดบัญชีถอนเงินสดจากธนาคารกสิกรไทย สาขารามคำแหง 1.8 ล้านบาท จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารพบว่าใบหน้าของชายชาวญี่ปุ่นไม่ใช่ใบหน้าของนายนากายามา
   
          เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่า วันที่ชายชาวญี่ปุ่นต้องสงสัยกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มครั้งแรก ได้นำบัตรเอทีเอ็มใบหนึ่งพร้อมใส่รหัสกดเงินแต่ไม่ได้ทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อตรวจสอบบัตรเอทีเอ็มดังกล่าว พบว่าธนาคารกสิกรไทย สาขาลาดพร้าว ออกให้แล้ว ซึ่ง นายคาซูโอะ โคบายาชิ เป็นเจ้าของบัญชีมีสถานที่พักอยู่ที่ห้องพักย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ อีกทั้งรูปถ่ายเป็นบุคคลเดียวกับชายชาวญี่ปุ่นต้องสงสัย
   
          ชุดสืบสวนจึงติดตามสะกดรอยตามข้อมูลเบาะแส จนกระทั่งติดตามนายคาซูโอะ นั่งอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านบางกะปิ จึงเชิญตัวมาสอบสวนพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมฟัง การสอบสวนนายคาซูโอะ ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ไปขอเปิดสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มทดแทนของบุคคลสัญชาติเดียวกัน โดยใช้วิธีการปลอมแปลงเอกสารทั้งหมด
   
          สำหรับ "คาซูโอะ โคบายาชิ" ใช้เอกสารปลอมแปลงของบรรดาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น 46 ราย เพื่อสมอ้างเป็นเจ้าของบัญชีแล้วถอนเงินจากบัญชีร่วมสิบล้านบาท ซึ่งหนึ่งในเหยื่อเป็นถึงเจ้าของบริษัทผลิตเกมชื่อดังในญี่ปุ่น 
   
          นายคาซูโอะ เดินทางเข้าออกประเทศไทยรวมแล้ว 12 ปี จนสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ระหว่างนั้นเปิดบริษัท 2 แห่งเพื่อรับปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนบริษัท ทำวีซ่า ทำบัญชีงบดุล ให้แก่บุคคลสัญชาติเดียวกัน ตั้งแต่ราคา 5,000-50,000 บาท แต่เป็นการทำธุรกรรมแอบแฝงผัดผ่อนลูกค้าด้วยเหตุผลต่างๆ จากนั้นนำเอกสารสำคัญเช่นหนังสือเดินทางฉบับจริงขายให้แก่แก๊งลูกหมู
   
          "ทางการญี่ปุ่นต้องการตัวนายคาซูโอะ มานานแล้ว เพราะมีผู้เสียหายถูกฉ้อโกง และถูกนำเอาเอกสารสิทธิของผู้อื่นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นายคาซูโอะ เคยแจ้งความว่าหนังสือเดินทางของตนเองสูญหาย แล้วไปที่สถานทูตแจ้งขอให้ออกหนังสือเดินทางใหม่ให้ แท้จริงหนังสือเดินทางเล่มเก่ามีปัญหาเกี่ยวกับการอยู่ต่อในประเทศไทย" พ.ต.อ.อิทธิพลระบุ