
สยามสามัคคีขู่เคลื่อนต้านพรฎ.ช่วย'แม้ว'
ยุทธศักดิ์ โยน ประชา ตอบชงพิจารณา พ.ร.ฎ.อภัยโทษ เอื้อ ทักษิณ "สยามสามัคคี" ออกแถลงการณ์ต้านระบุช่วย "ทักษิณ" ยันไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย จี้ ครม. แถลงมติต่อปชช. ขู่พร้อมปลุกมวลชนร่วมต่อต้าน อาจารย์นิติฯมธ.ติงผิดจังหวะอนาคตมีปัญหาแน่
ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 16 พ.ย.2554 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอการพิจารณาพ.ร.ฎ.อภัยโทษ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ต้องถามพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมว่า เรื่องที่เสนอมีรายละเอียดอย่างไร มีความมุ่งหมายอย่างไร เพราะเป็นผู้เสนอ ตนไม่รู้จะตอบอย่างไร ตนไม่มีสิทธ์ตอบในเรื่องกระทรวงยุติธรรม
อ้างนักบิน MI-17ไม่บินกลับดึกหวั่น“ปู”อันตราย
พล.อ.ยุทธศักดิ์เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ค้างคืนที่จ.สิงห์บุรี โดยอ้างว่าเฮลิคอปเตอร์ MI-17 ของกองทัพบกบินกลางคืนไม่ได้ ว่า ไม่จริง ตามที่ตนเข้าใจ คิดว่านายกรัฐมนตรีคงไม่ทราบว่า MI-17 บินกลางคืนไม่ได้ แต่ถ้าใช้ความสามารถในการมองเห็น เขาก็กล้าบิน ซึ่งขณะนั้นนักบินทำการบินวีไอพี และต้องลงที่ลานเอนกประสงค์ของกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ม.2รอ.) ซึ่งมีตึกสูงๆ มีแสงสว่างไม่เพียงพอ เขากลัวอันตรายจะเกิดขึ้น เพราะไม่มีเรดาร์ตรวจอากาศ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่า ตอนที่ซื้อ MI-17 ไม่มีเรดาร์ แต่อาจเพราะแพงเกินไปก็ได้ เหมือนกับแบล็คฮอล์กลำที่ตกก็ไม่มีเรดาร์
"สยามสามัคคี"ออกแถลงการณ์ต้าน
ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อเวลา 17.00น. ที่โรงแรมสยามซิตี้ กลุ่มสยามสามัคคีได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง "คัดค้านพ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ่วงทักษิณ แก้หลักเกณฑ์กฎหมาย กดดันพระเจ้าอยู่หัว". หลังจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติผ่านร่างพระราชกกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษพ.ศ.2554 เมื่อวันอังคาร(15พ.ย.)ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญแตกต่างจากพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษฉบับที่ผ่านมา คือ 1. การกำหนดคุณสมบัติของผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2.การไม่ระบุระยะเวลาการเข้ารับโทษ 3.การตัดบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายว่าด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งประเด็นนี้คณะกรรมากฤษฎีกามีความเห็นคัดค้านเอาไว้ จึงก่อให้เกิดความสงสัยแก่สังคมถึงเจตนาและความสุจริตในการกระทำดังกล่าว
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ทางกลุ่มมีความเห็นว่ามีประเด็นที่สังคมควรได้รับคำตอบอย่างชัดเจนจากครม.ดังนี้ 1.เหตุใดต้องมีการประชุมลับ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นราชนิติประเพณีที่ถือปฎิบัติกันมาต่อเนื่องยาวนาน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม และการบริหารงานยุติธรรม 2.เหตุใดต้องมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับคุณสมบัติ ระยะเวลาการรับโทษ การตัดบัญชีลักษณะความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ 3.การยกเลิกบัญชีลักษณะความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทุจริตคอรัปชั่นจะเท่ากับว่าครม.ชุดนี้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการทุจริตคอรัปชั่นใช่และสร้างบรรทัดฐานว่าผู้กระทำความผิดจะไม่ต้องรับโทษใช่หรือไม่ 4.หน้าที่ของรัฐ หน่วยงานรัฐและประชาชนต้องร่วมมือเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษมิใช่ผ่านร่างพ.ร.ฎ.เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษ มิใช่ผ่านผ่านพ.ร.ฎ.เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษทุกรูปแบบใช่หรือไม่
พล.ท.นันทเดช กล่าวต่อว่า หลักการในการตรากฎหมายใดๆต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ มิใช่ประโยชน์เฉพาะบุคคล และจะต้องคำนึงถึงการยอมรับของประชาชน มิใช่การตรากฎหมายที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงต่อสังคม และที่สำคัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ได้บัญญัติเอาไว้อย่างชัดเจนวา พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพ.ร.ฎ.โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และ มาตรา 191 ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชทานอภัยโทษ
"แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เรื่องการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษนั้นเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเป็นการสมควรหรือไม่ที่คณะรัฐมนตรีจะนำเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมอย่างรุนแรงถวายต่อพระมหากษัตริย์ในวาระอันเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง การตรากฎหมายอภัยโทษในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษาอันเป็นมงคลยิ่ง เป็นทานบารมีและพระราชกุศลอันยิ่งใหญ่ จึงต้องไม่กระทำการใดอันเป็นกระทบกระเทือนต่อเบื้องพระยุคลบาท" พล.ท.นันทเดช กล่าว
อยากเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้เปิดเผยข้อมูลล ข้อเท็จจริงรายละเอียดของร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวต่อสาธารณชนโดยทันทีและขอเรียกร้องต่อประชาชนทุกภาคส่วนให้ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องชอบธรรมของพ.ร.ฎ.ดังกล่าว ตลอดจนแสดงออกถึงการต่อต้านคัดค้านร่างพ.ร.ฎ.ฉบับนี้ในทุกรูปแบบอย่างถึงที่สุด
ขณะที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่า การขอพระราชอภัยโทษมีหลักการอยู่ 2 ประการ คือ 1.การขอกราบบังคมทูลเป็นเฉพาะบุคคลโดยญาติ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ เคยทำแล้วแต่ติดตรงที่ตัวเองไม่ได้รับโทษในไทย ประกอบกับกรมราชทัณฑ์ไม่เคยยอมรับว่าคนหนีคดีจะเข้าลักษณะขออภัยโทษได้ 2.การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปตามรัฐธรรมนูญรองรับไว้ ซึ่งมีระเบียบของกรมราชทัณฑ์รองรับและมีการตราพ.ร.ฎ.ไม่ใช่อำนาจนิติบัญญัติแต่เป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และจะไม่มีทางนำไปสู่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญได้เลยเพราะอำนาจศาลรัฐธรรมนูญญตีความได้เฉพาะพ.ร.บ.เท่านั้น และที่สำคัญไม่ได้เป็นคำสั่งทางปกครองเพราะเป็นอำนาจโดยตรงของพระมหากษัตริย์
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมาบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องไม่ได้เพราะการตราพ.ร.ฎ.นายกฯถือว่าเป็นผู้ทั้งเสนอพ.ร.ฎ.ให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยและเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ" นายแก้วสรร กล่าว
นายแก้วสรร กล่าวด้วยว่า แนวปฎิบัติที่ทำมา คือ ต้องถูกควบคุมตัวตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการต้องโทษและจะนำไปสู่การอภัยโทษได้ แต่ปรากฎว่าครม.มีมติตัดความผิดลักษณะดังกล่าวออกไป ดังนั้น ฝ่ายบริหารไม่สามารถใช้อำนาจเสนอพระราชทานอภัยโทษได้ เพราะเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารมาหักล้างอำนาจฝ่ายตุลาการเนื่องจากคดีที่ดินรัชดาของพ.ต.ท.ทักษิณถือว่าเป็นที่สุดแล้ว เท่ากับว่าการตราพ.ร.ฎ.ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหารเป็นการมาแทรกแซงอันเป็นการหักล้างทำลายอำนาจตุลาการ นับว่าเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญซึ่งฐานการกระทำนี้เป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีถูกถอดถอนทั้งคณะ
"หลักการอภัยโทษต้องเป็นการลดโทษจากการมีความประพฤติดีโดยจะไม่มีการปล่อยตัวทันทีซึ่งถือเป็นหลักปฎิบัติมาโดยตลอด และต่อให้แก่หรือเจ็บป่วยอย่างไรจะไม่มีการปล่อยตัวในคดีคอรัปชั่นและยาเสพติดเด็ดขาด" นายแก้วสรร กล่าว
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า ถือว่าเป็นการซ้ำเติมประชาชนในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น รัฐบาลไม่สมควรมาอ้างถึง 15 ล้านเสียงเพราะรัฐบาลกำลังจะเป็นผู้สร้างวิกฤตการเมืองขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกัน ต้องมีการตรวจสอบว่าการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาอ้างไม่รู้เรื่องหรือปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและน้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ โดยจากนี้ต่อไปต้องมีการพิสูจน์เจตนาของนายกฯด้วยว่าจงใจค้างคืนที่สิงห์บุรีเพื่อไม่กลับประชุมครม.หรือไม่เนื่องจากมีรายงานว่ากองทัพเตรียมจะนำเฮลิคอปเตอร์ไปรับเพื่อให้เดินทางกลับมายังกทม.
"หลังจากนี้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้มีวิกฤติภัยธรรมชาติแล้ว และต่อจากนี้จะมีวิกฤตทางการเมืองเกิดขึ้นอีก จึงขอเรียกร้องให้ครม.ที่มีการประชุมลับ ออกมาแถลงผลการประชุมในเรื่องนี้ เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจทันที"นายสมชาย กล่าว
ขณะที่พ.ญ.พรพันธุ์ บุญรัตพันธุ์ สว.สรรหา กล่าวว่า ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกันสร้างบุญกุศล ซึ่งการอภัยโทษจะได้กุศลนั้นจะต้องดำเนินการกับบุคคลที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ แต่ถ้ามีการทำลักษณะนี้ถือว่าไม่เป็นการสร้างบุญกุศลเพราะบุคคลดังกล่าวไม่ได้มารับโทษตามกฎหมาย ตรงกันข้าม จะทำให้บุญกุศลอันดีนั้นแปดเปื้อนไปด้วย
"ที่สำคัญในเมื่อนายกฯไม่สามารถรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมแต่อย่างน้อยควรรักษาคำพูดของตัวเองที่เคยบอกว่าจะไม่ทำอะไรเพื่อคนคนเดียว เพราะมิฉะนั้นแล้วนายกฯจะไม่รักษาตัวตนของตัวเองได้" พ.ญ.พรพันธุ์ กล่าว
นายนิติธร ล้ำเหลือ กล่าวว่า การตราพ.ร.ฎ.เป็นการทำลายหลักการตรวจสอบ หลักการกฎหมายโดยเฉพาะประมวลกฎหมายที่สำคัญหลักการควบคุมสังคมได้ถูกทำลาย ในทางกลับกันพ.ร.ฎ.นี้เป็นการฟื้นฟูการคอรัปชั่น ที่ทำให้บุคคลสามารถกระทำความผิดได้โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้น แม้ว่าพ.ร.ฎ.จะยังไม่มีการตราออกมาแต่ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วจากการแสดงเจตนาให้เห็นว่ามีความจงใจในการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ
"ส่วนตัวจะรวบรวมองค์กรต่าง ๆ เพื่อรวบรายชื่อถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน โดยจะไม่รอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาครม.สามารถออกพ.ร.ฎ.โดยตัดลักษณะความผิดในเรื่องคดีทุจริตได้หรือไม่" นายนิติธร กล่าว
จากนั้นนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสว.สรรหา กล่าวว่า ในวันที่ 22 พ.ย.เวลา 10.00น. กลุ่มสยามสามัคคคีจะมีการประชุมอีกครั้งที่โรงแรมสวนดุสิตเพลซเพื่อกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวต่อไป
อาจารย์นิติฯมธ.ติงผิดจังหวะอนาคตมีปัญหาแน่
นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นกฎหมาย แต่โดยหลักการนั้น พระราชกฤษฎีกาจะเขียนอย่างไรก็ได้ ตรงนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการยกร่างกฎหมาย แต่ควรรอความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะมีความเห็นอย่างไร
อย่างไรก็ตามแต่เดิมนั้นมาตรา 4 ในพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษฉบับที่ผ่าน ๆ มาบัญญัติไว้ว่า นักโทษต้องอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงมาตรา 6 ที่บัญญัติว่าหากอายุ 60 ปี ขึ้นไป และรับโทษ 1 ใน 3 มาแล้ว จะได้รับการพิจารณาอภัยโทษ รวมทั้งยังเคยบัญญัติไว้ในท้ายประมวลพระราชกฤษฎีกาไว้ว่า ผู้ที่กระทำความผิดข้อหาค้ายาเสพ ตัดไม้ ทำลายป่า และคอร์รัปชั่น จะไม่สามารถรับอภัยโทษได้ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็มีการได้รับอภัยโทษ
นายทวีเกียรติ กล่าวอีกว่า กฎหมายนั้นจะยกร่าง หรือมีข้อยกเว้นอย่างไรก็ได้ตามภาวะเหตุการณ์ แต่หากมีข้อยกเว้นก็จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น หากผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีและคำพิพากษาบางคนเข้าเงื่อนไขนี้ ในอนาคตสังคมจะไม่มีการเคารพกฎหมาย
ทั้งนี้ จากกระแสข่าวที่ออกมานั้น หากเป็นจริง ตนคิดว่ารัฐบาลดำเนินการในจังหวะที่ไม่ดี บ้านเมืองกำลังวุ่นวายกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งอาจจะมีปัญหาตามมาในอนาคต และหากร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เกิดขึ้นจริงตามที่เป็นข่าว ครม.ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบ หากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ตามมา
อย่างไรก็ตาม คิดว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาในช่วงนี้ และอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ จากนั้นทำการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยกล่าวอ้างคุณงามความดีที่ตัวเองเคยกระทำไว้กับบ้านเมือง เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า
“พล.อ.สนธิ”ชี้สังคมบอบช้ำเร่งปรองดอง
พล.อ.สนธิ สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้ชี้แจงเหตุผลการเสนอตั้งกมธ.วิสามัญฯว่า การปรองดองเป็นหัวใจหลักของสังคมเวลานี้ หากไม่มีการปรองดองเกิดขึ้น สังคมไทยจะบอบช้ำยิ่งขึ้น จึงตัดสินนำญัตติการปรองดองเข้าสภาฯ เชื่อว่า ทุกคนรักชาติ ให้บ้านเมืองมีความสงบ วันนี้เมื่อตนเข้าสภา สิ่งแรกที่อยากทำคือ สร้างความปรองดอง ซึ่งตนให้กำลังใจและเห็นใจทุกรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง วันนี้เป็นจังหวะที่จะทำวิกฤตเป็นโอกาส สร้างความรัก สามัคคีให้คนในชาติ ซึ่งต้องลืมอดีต สร้างแต่ปัจจุบัน เพื่อประชาชน ซึ่งสภาต้องเป็นจุดเริ่มต้นสร้างความปรองดอง จึงเสนอญัตติด่วนตั้งกมธ.วิสามัญการสร้างความปรองดอง
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งของคนในชาติมาจากเหตุผลความเชื่อ ทัศนคติทางการเมือง ที่แตกต่างกัน ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ยิ่งเกิดวิกฤตอุทกภัยก็เกิดข้อครหา แบ่งสีแบ่งพวก ทำให้ความช่วยเหลือไม่เป็นธรรม ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของรัฐ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและประเทศ ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงขอเสนอญัตติเพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการเยียวยาสังคมไทย ให้กลับสู่การรู้รักสามัคคีให้คนในชาติกลับมาอยู่กันแบบมีความสุข นำไปสู่การพัฒนาประเทศในทุกด้าน วันนี้ถึงเวลาที่เราควรเริ่มนับ 1 ในการสร้างความปรองดองในชาติ



