
'ปึ้ง'อ้างไม่รู้ครม.ออกมติอภัยโทษ'แม้ว'
'สุรพงษ์' อ้างไม่รู้ ครม.ลักไก่ ออกมติอภัยโทษ 'ทักษิณ' ด้าน อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ชี้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบปัญหา หลังออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ
16 พ.ย.54 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีระบุมีมติออกพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ทราบว่ามีการออกมติดังกล่าวหรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ประชุมด้วย เนื่องจากติดประชุมร่วมรัฐสภา เรื่องไทย-กัมพูชา แต่เท่าที่ติดตามข่าวเรื่องการออก พ.ร.ฎ. อภัยโทษดังกล่าว เห็นว่าเป็นการออกในโอกาสครบรอบ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งมีการทำเป็นประจำทุกปี เชื่อว่าไม่ใช่การลักไก่ออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษในช่วงน้ำท่วมหรือเอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณแต่อย่างใด อีกทั้งการขอพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้มีผู้เข้าข่ายถึง 2.6 หมื่นคน แต่ไม่รู้ว่า และขั้นตอนสุดท้ายขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจว่าจะพระราชทานอภัยโทษให้หรือไม่
บอกตัดเงื่อนไขปมทุจริตทิ้งไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อถามถึงกรณีที่ครม.ได้เสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ โดยตัดเงื่อนไขเรื่องคดียาเสพติด และคดีทุจริตคอรัปชั่นทิ้งไปซึ่งเสมือนเป็นการเจตนาเอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายสุรพงษ์ ตอบว่า เงื่อนไขทั้งสองข้อเป็นการออกเพิ่มเติมในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เติมได้ เราก็มีสิทธิตัดทิ้งได้ คุณเติมฉันไม่ว่า แต่ฉันตัดอย่ามาโวย ทั้งนี้การออกพระราชกฤษฎีกาถือเป็นอำนาจของครม.ที่มีสิทธิทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนำเข้าสภาฯหารือ เหมือนกับที่สมัยที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยออกพระราชกฤษฎีกากู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งนี้เชื่อว่าอาจจะมีการนำเอาประเด็นเรื่องการออก พ.ร.ฎ.กฤษฎีกาอภัยโทษจะจุดชนวนให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยการปลุกม็อบสีต่างๆตามมาภายหลัง แต่รัฐบาลชุดนี้ก็เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะมีที่มาจากการเลือกตั้ง 15 ล้านเสียง และทุกประเทศก็ให้การต้อนรับดี
อดีตส.ส.ร.ชี้รัฐต้องรับผิดชอบปัญหาหลังออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษ'ทักษิณ'
วันเดียวกัน นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) กล่าวถึงกระแสข่าวคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ว่า อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลที่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้สมควรได้รับอภัยโทษอย่างไร เมื่อถามว่าการทำในช่วงนี้เหมาะสมหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาว่าทำเพื่อประโยชน์ของใคร หากทำเพื่อบุคคลทั่วไปก็สมควรทำ แต่หากทำเพื่อบุคคลคนเดียวก็ไม่ควร เพราะการออกกฎหมายควรทำเพื่อคนส่วนรวม เมื่อถามว่าอาจมีการกำหนดเงื่อนไขทำเพื่อบุคคลทั่วไป แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจได้รับประโยชน์ด้วย หากทำเพื่อบุคคลทั่วไปแต่ใครจะอยู่ในเงื่อนไขด้วยอันนั้นก็เป็นเรื่องผลพลอยได้ และหากทำแล้วทำให้บ้านเมืองสงบจริงก็ควรทำ แต่ถ้าทำแล้วยังทะเลาะเบาะแว้งกันก็ไม่ควร
“ที่ผ่านมาการออกกฎหมายลักษณะดังกล่าวก็ทำกันมาตลอด ในวโรกาสสำคัญๆ แต่มีปัญหาตรงที่ร่างนี้มีพ.ต.ท.ทักษิณอาจได้ประโยชน์ด้วย เลยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก เพราะของเดิมที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ กำหนดเงื่อนไขยกเว้นคดียาเสพติดและคดีทุจริตคอรัปชันด้วย ดังนั้นครม.เมื่อตัดสินใจเอง ก็ต้องรับผิดชอบในปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย” นายเสรี กล่าว



