
'อุเทน'แนะ'นายกฯ'เพิ่มเครื่องสูบ
'อุเทน' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' เพิ่มเครื่องสูบ-ผลักดันน้ำ 4 สถานีหลัก เร่งเคลียร์ขยะ เพื่อเปิดทางน้ำไหล คาดช่วยฝั่งธนบุรีพ้นวิกฤติได้ภายใน 15 วัน
16 พ.ย.54 นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาคณะทำงานน้ำของนายกรัฐมนตรี อดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจการระบายน้ำของฝั่งคลองตะวันตกของ กทม.พร้อมยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีว่า จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมาพบว่า กทม.ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (ฝั่งธนบุรี) มีสถานีสูบน้ำหลักที่ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 4 สถานี คือ สถานีสูบน้ำคลองชักพระ สถานีสูบน้ำคลองมอญ สถานีสูบน้ำคลองบางกอกใหญ่ และสถานีสูบน้ำคลองดาวคะนอง โดยได้เพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำได้ 15 ล้านลบ.ม.ต่อวัน หากเปรียบเทียบถึงมวลน้ำที่ขังอยู่ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ เขตบางแค รวมทั้งถนนหลัก 2 สายคือ ถนนบรมราชชนนี และถนนเพชรเกษม ก็ถือว่ายังระบายน้ำได้น้อย ทั้งนี้ควรเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำอีก เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้มากกว่านี้
นายอุเทน กล่าวว่า นอกจากนี้ตนพบว่า มีขยะจำนวนมากทุกสถานีสูบ และมีเศษขยะสมทบอยุ่ตลอดเวลา ทำให้อัตราการสูบของเครื่องไม่เต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน กทม.ควรเพิ่มมาตรการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงาน เพื่อให้ระดับน้ำด้านในประตูน้ำลดลงอย่างน้อยวันละ 10 เซนติเมตร ถ้าดำเนินการเช่นนี้ จะสามารถทำให้กทม.ฝั่งธนบุรีพ้นวิกฤติน้ำท่วมได้ไม่เกินภายใน 15-20 วัน
ดังนั้นขอเสนอให้เพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีคลองชักพระและสถานีสูบน้ำคลองมอญ อีกสถานีละ 5 เครื่อง ขนาด 3 ลบ.ม.ต่อวินาที และซ่อมเครื่องสูบน้ำคลองภาษีเจริญให้ใช้ได้ทั้ง 4 เครื่อง ควรให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เก็บขยะทุกสถานีสูบน้ำ เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะส่งผลช่วยให้ระดับน้ำในพื้นที่และถนนบรมราชชนนี ถนนเพชรเกษมและบริเวณใกล้เคียงมีระดับน้ำที่ลดลงและสามารถใช้งานได้ตามปกติในเร็ววัน ทั้งนี้คณะทำงานฯจะลงพื้นที่ไปดูการระบายน้ำในคลอง มหาสวัสดิ์ที่ระบายลงแม่น้ำท่าจีน บริเวณคลองสุคต และคลองสามบาทในวันที่ 17 พ.ย.นี้ เพื่อช่วยในการกระบายน้ำและลดวิกฤติน้ำท่วมกทม.ในฝั่งธนบุรีต่อไป



