
เล็งดึงเงินนอกงบประมาณโปะคลังจับตาเงินลงทะเบียนปริญญาโทม.รัฐ-ค่าธรรมเนียมศาล
คลังหน้ามืดรายได้ลดฮวบ หาช่องดึงเงินนอกประมาณโปะงบรายจ่ายปี 2553 เสริมสภาพคล่องกว่าหมื่นล้านบาท เล็งยืมเงินค่าลงทะเบียนนักเรียนปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยของรัฐ เงินค่าธรรมเนียมศาลมาใช้ก่อน จ้องยุบกองทุนไร้ประสิทธิภาพ
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2552 ที่อาจต่ำกว่าเป้าหมายถึง 3 แสนล้านบาท จากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งกระทบถึงงบประมาณปี 2553 ด้วย ว่าทำให้กระทรวงการคลังต้องเร่งพิจารณาจัดหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้งบประมาณ โดยเฉพาะในปีงบ 2553 กรมบัญชีกลางมีแนวคิดจะยืมเงินนอกงบประมาณบางส่วนที่ไม่มีภาระจ่ายทันทีมาปรับใช้ในโครงการต่างๆ ตามที่รัฐบาลไม่สามารถจัดสรรเงินให้ได้
สำหรับเงินนอกงบประมาณที่คาดว่าจะขอยืมมาใช้ก่อนอาจจะเป็นเงินได้ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ของรัฐ เช่น เงินจากการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษา ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีหลายมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทจำนวนมาก และนำเงินรายได้ในส่วนนี้ไปฝากธนาคารไว้เฉยๆ โดยที่ยังไม่มีภาระการใช้จ่ายเร่งด่วน
นอกจากนี้ ยังมีเงินจากค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งเกิดจากผู้ฟ้องร้องในคดีแพ่งต่างๆ ต้องวางเงินจ่ายค่าธรรมเนียมศาลเพื่อฟ้องร้องคดี โดยเงินเหล่านี้จะได้รับคืนก็ต่อเมื่อชนะคดี ซึ่งแต่ละคดีก็มีเวลาถึง 2-3 ปี ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสให้กรมบัญชีกลางสามารถยืมมาจำนวนหนึ่งก่อนแล้วค่อยนำคืนเมื่อสถานเศรษฐกิจดีขึ้นหรือเมื่อมีรายได้เข้าคลังตามสมควร
"คาดรายได้จากเงินนอกงบประมาณที่จะขอยืมมาใช้จ่ายเสริมสภาพคล่องของภาครัฐในปี 2553 น่าจะเป็นหมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณาหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปคุยด้วย ซึ่งจะเป็นเพียงหน่วยงานที่มีเงินเหลืออยู่มากและไม่มีภาระจ่ายเร่งด่วนเท่านั้น" น.ส.สุทธิรัตน์กล่าวและว่า ช่องทางการยืมเงินนอกจากงบประมาณมาใช้ ถือเป็นเครื่องมือทางการคลังที่ยังไม่เคยถูกนำมาใช้ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นความจำเป็น เนื่องจากรายได้ปรับลดลงมากและภาระหนี้รัฐบาลที่เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ กองทุนเงินนอกงบประมาณปัจจุบันกรมบัญชีกลางดูแลอยู่ 95 กองทุน จากการตรวจสอบเมื่อปี 50 มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นทุน 7.9 แสนล้านบาทและหนี้สิน 7.8 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้กระทรวงการคลังมีอำนาจบริหารจัดการทั้งยกเลิก ยุบเลิกและสั่งการให้นำเงินคืนบางส่วนได้ หากประเมินพบว่าไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยเป็นการลงนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยตรง



