
เจ้าของรถเมินคำสั่งห้ามจอดบนโทลเวย์
เจ้าของรถยนต์เมินคำสั่งห้ามจอดบนโทลเวย์ หลังตำรวจนครบาลได้ประชาสัมพันธ์ให้นำรถมาจอดเคลื่อนย้ายรถลงไปจอดด้านล่าง คปภ. เผยยอดประกันผู้ประสบภัยน้ำท่วม 7 แสนล. แบ่งเป็นภาคอุตสาหกรรม 6.5 แสนล. ภาคครัวเรือน 5 หมื่นล.
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบนทางด่วนโทลเวย์ หลังจากตำรวจนครบาลได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่นำรถมาจอดเคลื่อนย้ายรถลงไปจอดบริเวณด้านล่าง เพื่อจะเคลียร์เส้นทางไปสายเหนือและอีสาน โดยกำหนดเส้นตายว่าจะลากรถที่ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ซึ่งในวันนี้ได้มีประชาชนที่นำรถมาจอดบนโทลเวย์ได้เคลื่อนบย้ายรถออกไปแล้วบางส่วน แต่ยังคงมีรถที่จอดอยู่เป็นระยะ โดยฝั่งขาออกรถจอดเบาบางมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถที่จอดซ้อนคัน ในวันนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว แต่ในฝั่งขาเข้านั้นยังคงมีรถจอดอยู่หนาแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริเวณทางลงโทลเวย์ยังคงมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างแอบตั้งวินเพื่อรอรับประชาชนที่นำรถมาจอดด้านบนโทลเวย์ลงไปด้านล่าง ทั้งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์สั่งห้ามรถจักรยานยนต์วิ่งบนโทลเวย์ โดยจะดำเนินการเอาผิดตาม พรบ.จราจรอย่างเข้มงวด แต่ยังมีกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างฝ่าฝืนมาตั้งวินกันอยู่ นอกจากนั้น ยังมีบรรดาประชาชนทั่วไปนำรถจักรยานยนต์มาวิ่งด้านบน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจตราหรือกวนขันแต่อย่างใด
เผยยอดประกันผู้ประสบภัยน้ำท่วม 7 แสนล.
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ. ได้ติดตามและรวบรวมความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม พบว่ามีจำนวนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และได้ทำประกันไว้จำนวนเงินเอาประกันทั้งสิ้น 7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการทำประกันในภาคอุตสาหกรรม จำนวน 6.5 แสนล้านบาท ภาคครัวเรือนจำนวน 5 หมื่นล้านบาท โดยเบื้องต้น ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงประมาณ 20 - 30 % ของวงเงินเอาประกัน หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่จำนวนมาก ดังนั้น สิ่งที่อุตสาหกรรมประกันภัยต้องเร่งดำเนินการ คือ เร่งรัดประเมินความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อให้มีการจ่ายสินไหมทดแทนในการประสบภัยให้กับผู้เอาประกันได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามาก อาจส่งผลให้ความสามารถในการรับประกันของบริษัทประกันภัยลดลง และที่สุดต้องมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยแน่นอน ซึ่งขณะนี้ หลายบริษัทมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันไปแล้วส่วนความคุ้มครองต่อวงเงินของผู้เอาประกันต่อกรมธรรม์ก็จะต้องลดลงตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม จากการที่ คปภ. ได้หารือกับบริษัทประกันภัยในประเทศส่วนใหญ่ มีการปรับเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่เบี้ยที่เพิ่มขึ้น เป็นภาระที่ประชาชน หรืออุตสาหกรรม สามารถซื้อ หรือเลือกซื้อตามความจำเป็น หรือความเสี่ยงของแต่ละราย โดยเบี้ยในส่วนที่เพิ่มขึ้น สามารถมองเห็นชัดเจนในกรมธรรม์ โดยจะเป็นอนุสัญญาในการประกันภัยที่เกิดจากน้ำ ซึ่งผู้ซื้อประกันสามารถเลือกซื้อตามความเสี่ยงของตนเองได้



