
ศปภ.ยันนิคมฯลาดกระบังน้ำไม่ท่วม
ศปภ.ยันนิคมฯลาดกระบังปลอดภัย ระดับน้ำคงที่ พร้อมเพิ่มความสูงแนวคันกั้นอีก 1 ม. สภาทนายความเผยยอดยื่นฟ้องกว่า 20 ราย สอบถามผ่านสายด่วน 1167 อีกกว่า 100 ราย
15พ.ย. 2554 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แจ้งว่า สถานการณ์น้ำที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ในขณะนี้ ยังไม่มีน้ำท่วมเข้ามาภายในนิคมฯ โดยทางนิคมฯได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมเพื่อดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระดับน้ำเฉลี่ย 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งระดับน้ำยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ในบางจุดระดับน้ำต่ำกว่าแนวเขื่อนเดิม คือ 1.5 เมตร แต่บางจุดในนิคมฯ อาจสูงกว่าเล็กน้อย ขณะนี้ได้เสริมคันกั้นน้ำอีก 1 เมตร รวมเป็น 2.5 เมตร เพื่อรองรับน้ำที่อาจสูงขึ้น
นายเสริมศักดิ์ สินธุเสก ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจถึงความปลอดภัยของนิคมฯลาดกระบัง เนื่องจากระดับน้ำลดลงกว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลสถานการณ์น้ำที่นิคมฯลาดกระบัง อย่างเต็มที่ เพราะหากเสียหาย จะคิดเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาท และจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อการลงทุนในประเทศไทย
ยอดเหยื่อน้ำท่วมยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ 20 ราย
นายเกรียงศักดิ์ วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฎิบัติการ สภาทนายความ กล่าวถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ว่า ในช่วงบ่ายสภาทนายความได้มีการหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดำเนินคดีช่วยเหลือประชาชน โดยได้ข้อสรุปว่าจะให้ความช่วยเหลือประชาชนใน 5 ประการ คือ การฟ้องร้องในคดีแพ่ง อาญา ปกครอง ไกล่เกลี่ย และขอยืดเวลาการชำระหนี้ รวมทั้งการเป็นตัวกลางเรียกร้องค่าเยียวยาแก่ผู้ประสบภัย นอกเหนือจากเงินเยียวยาที่รัฐจะให้ 5,000 บาท
อย่างไรก็ตาม คิดว่ารัฐน่าจะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกระลอก แต่หากรัฐไม่มีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหายมากกว่าเงินเยียวยา 5,000 บาท ในพื้นที่ กทม. ก็มายื่นเรื่องที่สภาทนายความ ถ.ราชดำเนิน เพื่อรับความช่วยเหลือได้ โดยมาด้วยตนเองหรือรวมกลุ่มมาเป็นคณะ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน รูปภาพบ้านเรือนทรัพย์สินที่เสียหาย พร้อมประเมินค่าความเสียหายประกอบมาด้วย ส่วนต่างจังหวัดก็สามารถยื่นเรื่องได้ที่สภาทนายความจังหวัดซึ่งมีตัวแทนอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเรามีการตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแก่ผู้ประสบอุทกภัย 2554 (คชภ.) ซึ่งมีตนเป็นประธานเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของประชาชนแล้ว
รัฐกับสภาทนายความนั้น ได้รับรายงานว่ามีประมาณ 20 กว่าราย อย่างไรก็ตามสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำยังไม่ลดก็ได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดยังสายด่วน 1167 ของสภาทนายความจำนวนกว่า 100 สาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้แนะนำในเรื่องคดีและการเตรียมเอกสารหลักฐานไว้ให้พร้อม แต่ยังไม่มีใครฟ้องนายกฯ หรือรัฐบาล
น้ำท่วมทำรายได้รัฐหดเหลือ1.09ล้านล้าน
นายสาธิต รังคศิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 55 ว่า ในปีงบประมาณ 54 นี้กรมสรรพากรได้ปรับเป้าหมายรายได้เหลือเพียง 1.09 ล้านล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ 1.6 ล้านล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะจากนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ 7 แห่ง จาก 78 แห่ง ใน 7 แห่งนั้นมีบริษัทอยู่ 108 ราย ได้รับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด โดยเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ประเมินความเสียหาย 22,000 ล้านบาท กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความเสียหาย 5,600 ล้านบาท กลุ่มซับพลายเชนท์อีก 40,800 ล้านบาท ในแง่ภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมกว่า 20,000 ล้านบาท



