ข่าว

ยธ.ชี้ครม.เสนอพรฎ.อภัยโทษเอง

ยธ.ชี้ครม.เสนอพรฎ.อภัยโทษเอง

16 พ.ย. 2554

ครม.ลงมติลับผ่านพรฎ.อภัยโทษ ยธ. เผย ไม่ได้ชงพรฎ.อภัยโทษ ชี้ ครม. มีอำนาจนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ปชป. ฉะ ผ่านพรฏ.อภัยโทษ เอื้อ 'ทักษิณ' กลับประเทศ

          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมาย เนื่องจากติดภารกิจที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้มีการประชุมลับในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่ว่าด้วยเรื่องตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ ถึงการดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรณีปราสาทพระวิหาร รวมถึงการประชุมสภาฯในวันพุธที่ 16 พ.ย.54 ว่าด้วยเรื่องขอให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งได้มีการเสนอให้มีการประชุมลับทั้ง 2 วัน

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่า ทำไมต้องเป็นการประชุมลับ ต้องรู้ว่า ในทางการเมืองมีความหมายไม่ควรจะทำอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าให้เป็นการประชุมลับ ก็จะยิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปใหญ่

ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่า มีการถ่ายทอดซีเกมส์ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้บอกว่า ไม่เป็นไร โดยให้ถ่ายทอดทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์แทน

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงญัตติด่วน ว่าด้วยเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคมาตุภูมิ ซึ่งนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข กล่าวในที่ประชุมครม.ว่า พล.อ.สนธิพูดได้ แต่จะมีคนตั้งข้อสังเกตหรือเปล่า พล.อ.สนธิเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศ

          ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่พล.อ.สนธิจะพูดเรื่องการปรองดอง เพราะพล.อ.สนธิ “ยึดเอง เสนอเอง” ซึ่งคิดว่า เมื่อจบเรื่องน้ำท่วมแล้ว จะมีคนสนใจเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้บอกว่า "ก็ดีแล้วจะได้เห็นความคิดของเขา เพราะฉะนั้นก็จะไม่มีการประชุมลับทั้งบ่ายวันอังคาร และวันพุธนี้ ส่วนที่วิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 ติดถ่ายทอดซีเกมส์ก็ถ่ายทอดไป ให้ถ่ายทอดผ่านทางวิทยุแทน"

          นอกจากนี้ ในส่วนที่ ครม. ได้มีมติเห็นชอบ ร่างพรบ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับความเห็นของสำนักงบประมาณ ในเรื่องการบริหารจัดการอัตรากำลัง ภายในกรอบอัตรากำลังที่มีอยู่เดิม เพื่อมิให้เป็นภาระงบประ มาณในระยะยาว ไปพิจารณาดำเนินการนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ไม่เป็นไร เราอย่าไปใช้ว่า เพิ่มอัตรากำลังพลแล้วจะเป็นภาระเรื่องงบประมาณ ซึ่งกำลังพลในส่วนของฝนหลวงเราอย่าไปคิดอะไรมากมาย ซึ่งในระยะยาวจะดีมาก"

ทั้งีน้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อยากให้ทางกพ.และกพร.ไปหาความเห็นร่วมให้เป็นเอกภาพ และตอนยกร่างให้กฤษฎีกาไปดูด้วย แต่อย่าไปตั้งแง่ก่อน อีกอย่างกรมฝนหลวงเกิดมาจากโครงการพระราชดำริ

          อนึ่ง ช่วงท้ายการประชุมครม.ครม. ได้สั่งประชุมลับโดยมีวาระพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ซึ่งที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบ แต่ไม่มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้แต่อย่างใด

 

ยธ. เผย ไม่ได้ชงพรฎ.อภัยโทษ ชี้ ครม. มีอำนาจนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ

          รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. วันที่ 14 พ.ย.54 กระทรวงยุติธรรมไม่ได้นำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษให้ที่ประชุมครม.พิจารณา แต่คาดว่า กรณีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 5 ธันวาคม ซึ่งประกอบด้วยโครงการต่างๆ จำนวนหนึ่ง

          ทั้งนี้ เรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ ถือเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 14 พ.ย.54 พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมประชุมครม. ซึ่งไม่มีมติเป็นที่เปิดเผย

          อย่างไรก็ตาม ตามหลักเกณฑ์ปฎิบัติในการยกร่าง พรฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นการทั่วไป เนื่องในวโรกาสสำคัญต่าง ๆ ครม.จะยกร่าง พรฎ.และนำขึ้นทูลเกล้าฯ เนื่องจากการอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ

          ทั้งนี้ ขั้นตอนการปฏิบัติจะกระทำในทางลับ โดยครม.จะทูลเกล้าฯผ่านไปยังสำนักองคมนตรี เพื่อให้กลั่นกรอง ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อลงพระปรมาภิไธย โดยในบางปี การโปรดเกล้าพรฎ.อภัยโทษ ก็เสร็จทันวโรกาสสำคัญ แต่ในบางปี พิจารณาไม่ทัน ก็ดำเนินการได้ช้ากว่าวโรกาสสำคัญ

          ส่วนภายในเนื้อหาของพระราชกฤษฎีกา ถือเป็นพระราชอำนาจที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในบางกรณี ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกับที่ครม.ทูลเกล้าฯขึ้นไป

          รายงานแจ้งด้วยว่า ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ จะมีระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และการคัดกรองนักโทษที่อยู่ในข่ายได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เช่น นักโทษชรา ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นปี โดยเป็นผู้ที่มีโรคร้ายแรง หรือต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือเป็นผู้ที่ต้องโทษกักขังแทนค่าปรับ

          ส่วนนักโทษคดียาเสพติด ในบางปีได้รับการอภัยโทษบ้าง แต่ได้รับการลดโทษในสัดส่วนที่น้อยมาก

 

ปชป. ฉะ ผ่านพรฏ.อภัยโทษ เอื้อ 'ทักษิณ' กลับประเทศ

 

          นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวกรณีที่ครม.มีมติผ่านร่างพรฏ.ขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ...ว่า เรื่องของพรฏ.อภัยโทษ ถือเป็นวาระทั่วไป ที่จะพิจารณากันในช่วงที่มีวาระสำคัญ เช่น เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการประชุมครม.ที่ผ่านมา ก็จะเป็นการพิจารณาแบบเปิดเผย แต่รัฐบาลชุดนี้ กลับมีการพิจารณาที่ไม่มีความโปร่งใส เพราะเป็นการประชุมลับ

          นอกจากนี้ การตัดเงื่อนไขคุณสมบัติของนักโทษ ที่จะเข้าข่ายในการรับพระราชทานอภัยโทษก็ต้องถามว่า รัฐบาลตัดออกทำไม ทั้งที่สำนักงานกฤษฏีกาก็เคยคัดค้านมาก่อน สุดท้ายเมื่อฝ่ายการเมืองมีนโยบายออกมาแบบนี้ สำนักงานกฤษฏีกาก็คัดค้านไม่ได้

          นายพีระพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของคำแนบท้ายของพรฏ.อภัยโทษ พ.ศ.2553 ที่มีการระบุว่า ผู้ที่เข้าข่ายได้รับอภัยโทษ จะต้องเป็นโทษที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติด และการทุจริตคอรัปชั่น แต่ในพรฏ.อภัยโทษฉบับดังกล่าว ครม.กลับให้มีการตัดคำแนบท้ายออกไปนั้น อยากถามกลับว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจ จะตัดในส่วนนี้ออกทำไม

          "ทำให้คิดได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะได้ประโยชน์ในส่วนนี้ ผมทราบมาว่า การพิจารณาพรฏ.อภัยโทษ ไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมครม.ตามปกติ ทำไมอยู่ ๆ จึงเป็นวาระสอดแทรกเข้ามาประชุมได้อย่างไร ซึ่งพอดีกับที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่าไม่สามารถเดินทางกลับมาจากจ.สิงห์บุรีได้ทัน"

          นายพีระพันธุ์ ยังเห็นว่า เป็นแผนการเพื่อให้นายกฯ ไม่ต้องมาเข้าร่วมประชุม เพราะหากนายกฯ มาประชุม และร่วมลงมติกับครม.ในเรื่องดังกล่าว จะเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกัน และอาจมีความผิดได้