ข่าว

ผบ.ทอ.อ้อนรบ.ของบฟื้นฟูทัพฟ้า

ผบ.ทอ.อ้อนรบ.ของบฟื้นฟูทัพฟ้า

15 พ.ย. 2554

ผบ.ทอ.อ้อนรัฐบาลของบเร่งด่วนฟื้นฟูทัพฟ้าเสียหายมาก พร้อมประสานเหล่าทัพ-หน่วยราชการกู้ดอนเมือง ชี้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำ พ้อเครื่องสูบน้ำไม่พอ ต้องขอกรมชลฯเพิ่ม รัฐจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ให้ประเทศพ้นวิกฤติ

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 พ.ย.2554 พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นางนภาพร ศุภวงศ์ ภริยา และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางลงพื้นที่เขตดอนเมืองเพื่อตรวจสภาพปริมาณน้ำแนวคันบิ๊กแบ็ก และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนบริเวณเขตดอนเมือง โดยพล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า จากสภาพของฐานทัพอากาศดอนเมือง ทั้งสถานที่ราชการ เขตที่พักอาศัยถูกน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่งกองทัพอากาศได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเตรียมการฟื้นฟู โดยได้สำรวจและจัดทำแผนขึ้นมาอย่างเร่งด่วน เพราะเกิดความเสียหายมาก ทั้งสถานที่ทำงาน ระบบโทรคมนาคม การติดต่อสื่อสาร ยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์ภาคพื้น อุปกรณ์สำนักงาน บ้านพักอาศัย ระบบสาธารณูปโภค จึงต้องมาดูว่า แผนเร่งด่วนหลังจากน้ำลดลงแล้วจะทำอย่างไร เพื่อสามารถกลับมาทำงานได้เร็วที่สุด แม้จะไม่ได้ถึง 100% ก็ตาม โดยจะของบกลาง คืองบเร่งด่วนและฉุกเฉินจากรัฐบาล ส่วนแผนระยะกลาง คือ การขอตั้งงบประมาณประจำปีต่อไปเพื่อฟื้นฟูให้กลับมาทำงานต่อไป

          
           ส่วนการดูแลแนวกั้นบิ๊กแบ๊กนั้น เป็นการดำเนินการของกระทรวงคมนาคมและกทม. โดยกองทัพอากาศร่วมกับตำรวจในการดูแลแต่สิ่งที่น่าเห็นใจ คือ ประชาชนที่อยู่เหนือบิ๊กแบ๊กมีระดับน้ำสูงมากขึ้นรวมถึงบางส่วนราชการของกองทัพอากาศ  สำหรับความคืบหน้าการกู้สนามบินดอนเมืองนั้น ตอนนี้แปรสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำไปแล้ว  โดยมีหน่วยงานที่มาร่วมดูแล ทั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของท่าอากาศยานไทยคือด้านตะวันตกทั้งหมด ทั้งลานจอดรันเวย์ แท๊กซี่เวย์ทั้ง 2 ด้าน ส่วนทางตะวันออกเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ ซึ่งพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟู ต้องบูรณาการจากส่วนราชการ ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมประกอบด้วยกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ  บริษัทท่าอากาศยานไทย กรมชลประทาน และกทม. มาร่วมวางแผนและฟื้นฟู

           
           “อุปสรรคคือน้ำที่มาทางด้านเหนือและยังมาอย่างต่อเนื่องและล้นเข้ามาทางถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งไม่สามารถสะกัดกั้นได้ และน้ำชุดนี้ยังเข้าไปเติมในสนามบินดอนเมือง ซึ่งสนามบินดอนเมืองมีพื้นที่ 4 พันไร่ หรือ 6.4 ล้านตารางเมตร. โดยคำนวนน้ำลึก 1 เมตร  ปริมาณน้ำจะมีถึง 6.4ล้านลูกบาศก์เมตร  ถ้าลึก 1.5 เมตรจะมีน้ำประมาณ10ล้าน ลบ. ม. โดยจะต้องระบายน้ำส่วนนี้ออกทางด้านใต้ จึงต้องบูรณาการว่าจะสามารถระบายไปทางไหนได้บ้าง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เดือดร้อนทุกคน แม้กองทัพอากาศจะเป็นผู้ประสบภัยแต่เรายังให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง และขีดความสามารถในการสูบน้ำ เท่าที่ได้ตรวจสอบมีโรงสูบน้ำอยู่ประมาณ15-16โรงสูบ เป็นของ บ.ท่าอากาศยานดอนเมือง 12-13 โรงสูบ และของกองทัพอากาศ 2 โรงสูบ  ซึ่งจากขีดความสามารถการสูบออกไม่มากเมื่อเทียบกับน้ำที่อยู่ในสนามบิน จึงต้องบูรณาการกับกรมชลประทานในการขอเครื่องสูบน้ำ สำหรับความเสียหายในกองทัพอากาศเยอะมากแต่ยังไม่อยากบอกเป็นตัวเลข ต้องเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นขึ้นไป แต่แม้จะเสียหายมากแต่ขีดความสามารถในการป้องกันประเทศเสียน้อยมาก เพราะกำลังรบหลักอยู่ต่างจังหวัด รวมถึงเครื่องบินรบ และกำลังทางอากาศ”พล.อ.อ.อิทธพร กล่าว 

          
           เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลตัดงบกองทัพอากาศ 1 หมื่นล้านบาท  พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังจะไปเสนองบประมาณกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในส่วนของกองทัพอากาศได้ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งคงจะต้องปกป้องงบประมาณว่า จะรักษากรอบงบประมาณมากน้อยแค่ไหน รวมถึงงบเร่งด่วนฉุกเฉินที่จะทำให้กองทัพอากาศปฏิปัติภารกิจขั้นต้นได้ โดยขณะนี้กองบัญชาการกองทัพอากาศ และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ได้กลับมาอยู่ในที่ตั้งปกติ แต่ปัญหาคือกำลังพลส่วนใหญ่ไม่สามารถมาปฎิบัติงานได้ เพราะน้ำท่วม ตอนนี้กำลังวางแผนให้ข้าราชการส่วนใหญ่มาทำงานได้


รัฐจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ให้ประเทศพ้นวิกฤติ


           นพ.สุรวิทย์  คนสมบูรณ์ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ย.นี้ในเวลา 09.09 น. สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ได้ร่วมกันจัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่แผ่นดินให้ผ่านพ้นวิกฤติอุทกภัย โดยในกรุงเทพฯจัดที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ซึ่งในวันและเวลาดังกล่าวจะมีกรรมการมหาเถรสมาคม พระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวน 184 รูปทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดยครม.จะไปร่วมงานนี้ด้วย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯไปร่วมพิธีดังกล่าว

   
           นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันในต่างจังหวัดจะมีการจัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกันทั่วประเทศในวัดสำคัญ ๆ ของจังหวัด จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนในจังหวัดนั้น ๆไปร่วมพิธีในวันดังกล่าว ทั้งนี้สามารถแต่งกายด้วยชุดสุภาพตามปกติไปร่วมพิธี แต่หากไม่สามารถไปได้ก็ให้นั่งดูทีวี หรือฟังวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุ โทรทัศน์อีกหลายช่องที่จะถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศในวันและเวลาดังกล่าว

   
           “ในสมัยพุทธกาล เวลาเกิดเหตุการณ์ข้าวยากหมากแพง เมื่อได้มีการจัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ปรากฎว่าทำให้สถานการณ์คลี่คลายและผ่านพ้นไปได้ ดังนั้นหวังว่าการจัดพิธีในวันเสาร์ที่ 19 พ.ย. นี้จะช่วยให้คนไทยมีพลังจิตที่เข้มแข็งและส่งผลให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้” นพ.สุรวิทย์ กล่าว