
สภาทนายปฏิเสธเป็นศัตรู'รบ.ปู'
"นายกฯ"สภาทนายความปฏิเสธเป็นศัตรูกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชี้แค่เป็นตัวแทนฟ้องให้ประชาชนที่เดือดร้อน ชาวรังสิตร้องบ้างเดือดร้อนจากบิ๊กแบ็ก จี้ ศปภ.เยียวยา ประชุมศภจ.ตร.ตรวจสอบเส้นทางการจราจร
15พ.ย.2554นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ เปิดเผยกรณีการเตรียมยื่นฟ้องรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ว่า สภาทนายความไม่ได้ตั้งเป้าจะเป็นคู่ความกับรัฐบาล เราไม่ได้ปฏิปักษ์หรือเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง เพียงแต่เราเคยหารือพูดคุยกับคณะนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่อื่นๆว่า กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้น และมีผู้เสียหามาเข้าพบ หารือ ขอคำปรึกษาจากเรา และเราได้สอบข้อเท็จจริง ศึกษาหาข้อมูล และมาตรการเยียวยาต่างๆแล้ว
หากพบว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวพันไปถึงใคร ก็จะฟ้องบุคคลนั้นเป็นจำเลย เช่นในคดีอาญา ก็อาจฟ้องเป็นจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ในตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือถ้าเข้าข่ายความรับผิดตาม พ.ร.บ.จัดตั้งและพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาตรา 3 มาตรา 9 ก็ต้องฟ้องเพิกถอนคำสั่งและให้เยียวยาแก้ไข หรือถ้าเสียหายทางกายภาพก็ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน หากเป็นความรับผิดทางแพ่ง ก็ฟ้องฐานละเมิดทำให้เขาเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.มาตรา 420 และ 438 อย่างไรก็ตามต้องดูข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหมดหากฟ้องส่วนราชการ ผู้ถูกฟ้อง ก็คือหัวหน้าหน่วยงาน ถ้าเป็นคดีอาญาก็ต้องระบุตัวบุคคลให้ชัดเจน
“ผมไม่ได้มีเป้าว่าจะฟ้องนายกรัฐมนตรี สภาทนายความไม่ได้เป็นศัตรูกับรัฐบาล เราทำงานให้ประชาชนที่เสียหาย เราไม่มีหน้าที่เป็นโจทก์เสียเอง ที่ปรากฏเป็นข่าวออกไปว่า สภาทนายความจะฟ้องรัฐบาล เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ซึ่งสภาทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เราไม่มีหน้าที่ไปยุยงใครมาฟ้องใคร มันผิดมรรยาททนายความ ตามพ.ร.บ.ทนายความ แต่ถ้าใครเดือดร้อนมาเราต้องช่วย และเราจะทำงานเป็นรูปคณะกรรมการ”นายสักกล่าวตอนท้าย
ชาวรังสิตร้องเดือดร้อนจากบิ๊กแบ็ก
นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และคณะได้เดินทางไปรับฟังข้อเรียกร้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเขตรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่สำนักงานเทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายปราโมทย์ เจริญลาภนพรัตน์ อดีตประธานชุมชนตลาดสุชาติ นายสว่าง จรัสบุญไพศาล ประธานชุมชนตลาดสุชาติ นายปกรณ์พัฒน์ เทพเอื้อตระกูล ประธานชมรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี เป็นตัวแทนผู้ประสบภัยเขตรังสิต ปทุมธานี ร่วมเสนอข้อเรียกร้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ประเด็นที่มีการหารือก็คือตามที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ( ศปภ.) ได้วางแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือ BIG BAG บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่กรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งปรากฏว่าแนวกระสอบทรายได้ทำให้น้ำในเขตรังสิตอยู่ในภาวะทรงตัว และลดระดับลงไปอย่างล่าช้า สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนได้ถูกน้ำท่วมขังในระดับสูงมาเป็นเวลาเดือนเศษมาแล้ว
จึงได้เสนอข้อเรียกร้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยให้รื้อแนวกระสอบยักษ์ ที่ขวางกั้นทางน้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาออกให้หมด เพื่อให้น้ำจากบริเวณรังสิตลดระดับลงไปอย่างรวดเร็ว และให้วางแนวกระสอบทรายยักษ์ ที่บริเวณทางรถไฟสายเหนือตลาด แนวตั้งแต่บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ถึงนิคมอุตสาหกรรมนวนคร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่มาขวางคลองเปรมประชากร ไหลกลับเข้ามาท่วมขังเพิ่มเติมในพื้นที่ชุมชนรังสิตอีก
นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า พร้อมที่จะรับข้อเสนอดังกล่าวเสนอต่อศปภ. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ประชุมศภจ.ตร.ตรวจสอบเส้นทางการจราจร
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสถานการณ์อุทกภัย พร้อมด้วย พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผบก.จร. และพ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบก.ทล. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์รักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและการจราจร (ศภจ.ตร.)
พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า หลังจาก ผบ.ตร. ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจสอบเส้นทางการจราจร ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ได้ข้อสรุปว่าเส้นทางที่ดูแลเป็นพิเศษมีอยู่ 3 จุด คือ เส้นพระราม 2 ,เส้นมอเตอร์เวย์ ธัญบุรี-ลำลูกกา ,เส้นถนนหมายเลข 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี พร้อมเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบมาวางแผนในการจัดเส้นทางจราจร ซึ่งได้ข้อสรุปในจุดที่จะเปิดเส้นทางและจัดระเบียบรถบรรทุก รถยนต์ โดยจะประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เส้นทางลำลูกกาจะทำให้แบ่งเบารถจากโทลล์เวย์ได้ พร้อมอำนวยความสะดวกและแจ้งข่าวสารให้รับรู้เป็นระยะ
พล.ต.ต.อุทัยวรรณ เปิดเผยว่า เส้นทางถนนส่วนใหญ่น้ำได้ลดลงไปมาก และได้เปิดเส้นทางจราจรอย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว อาทิ เส้นราชวิถี ตั้งแต่ สะพานกรุงธนบุรีถึงแยกบางพลัด รามอินทราเปิดถึงกม.2 ถนนพหลโยธินสามารถเข้ามาทางสะพานควายได้แล้วทำให้เส้นสุทธิสารลดความคับคั่งลงได้ และขอความร่วมมือเคลื่อนย้ายรถที่จอดกีดขวาง ทางแยก ทางโค้ง ทางขึ้น-ลง เพราะทางด่วนนั้นเปิดให้บริการฟรี ถ้าไม่เคลื่อนย้ายก็จะนำรถที่จอดขวางทางนำไปจอดไว้ทางข้างหน้าให้พ้นทางกีดขวาง ปัจจุบันการจอดรถบนทางด่วนและโทลล์เวย์ได้ลดลงไปเยอะ เพราะสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว
พ.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือ กู้ด่านธัญบุรี เพราะยังมีปริมาณน้ำมาก ซึ่งต้องทุบแบริเออร์ เพื่อเปิดเส้นกทม.ไปสู่บางปะอิน เพื่อให้รถเล็กใช้ช่องทางได้ 1 ช่องทางด่านเก็บเงิน ส่วนรถขนาดใหญ่ให้ใช้ 2 ช่องทาง โดยหลักการรถจะวิ่งเข้าออก 3 ช่องทาง จากการแก้ปัญหาทำให้รถติดจากท้ายแถวลดลง ทั้งนี้ให้ตำรวจได้จัดเวร เพื่อบังคับรถยนต์ไปตามเส้นทางที่บังคับ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ภาพที่ปรากฎในสื่อ ได้พบว่ามีการสร้างนั่งล้านที่มีความสูงกว่า 5 เมตร อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ซึ่งชาวบ้านสร้างขึ้นมาเอง โดยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ 2 สน. ได้แก่ สน.บางยี่ขัน เส้นทางคู่ขนานถนนบรมราชชนนี และสน.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โทลล์เวย์ เซียรังสิต ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบและหาวิธีป้องกัน



