ข่าว

'สร้างพลังใจ สู้ภัยน้ำท่วม'

'สร้างพลังใจ สู้ภัยน้ำท่วม'

16 พ.ย. 2554

'สร้างพลังใจ สู้ภัยน้ำท่วม' โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

        เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปร่วมฟังธรรมบรรยายหัวข้อ "สร้างพลังใจ สู้ภัยน้ำท่วม" โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม ในโครงการ "เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น" สัญจร นัดพิเศษ ที่จัดขึ้นเป็นการเฉพาะกิจเพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่ามีความน่าสนใจ จึงขอหยิบยกสาระในบางช่วงบางตอนมา "เล่าสู่กันฟัง" ในฉบับนี้

        ท่านเจ้าคุณบอกว่า ยามวิกฤติในขณะนี้ การกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของใครคงไม่ใช่การแก้ไขปัญหา การต่อว่า ด่าทอกัน จึงไม่มีประโยชน์ ซ้ำจะทำให้เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก ดังนั้น เราจึงต้องร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาทำให้เกิดปัญญา

        มนุษย์เราทุกวันนี้มักมี "โพร" อยู่หลายสิบตัว ในที่นี้ขอหยิบยกมากล่าวถึง 3 ตัว โพรตัวแรก คือ โพรบี ซึ่งมาจากคำว่า โพรเบลม (Problem) นั่นก็คือ ปัญหา เช่น คนที่ผลิตไฟฟ้าที่รู้จักกันดีว่า เอดิสัน เริ่มแรกเชื่อว่าเขาก็คงไม่ได้คิดในเชิงพาณิชย์ แต่เป็นความลำบากที่มองไม่เห็นในตอนกลางคืนจึงกลายเป็นปัญหา เขาจึงพยายามประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาแก้ปัญหานั้น จนได้ไฟฟ้าใช้ในที่สุด หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันนี้ เราก็ได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่นำมาใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยแก้ปัญหาความลำบากดั่งที่เห็นกันในชีวิตประจำวัน

       โพรตัวที่สอง คือ โพรเอฟ  ซึ่งมาจากคำว่า โพรเฟสชั่นนอล (Professional) นั่นก็คือ ความเป็นมืออาชีพ เราต้องมีความเป็นมืออาชีพที่จะวิเคราะห์ และคอยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องด้วยวิธีการที่เหมาะสม แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่างจะหมดไป และโพรตัวที่สาม คือ โพรเอฟ ซึ่งมาจากคำว่า โพรฟิต (Profit) นั่นก็คือ กำไร เป็นกำไรที่ได้จากความสุข ทุกครั้งที่เกิดปัญหา อย่ามองว่านั่นเป็นปัญหา แต่ให้มองว่า ปัญหาคือการสร้างปัญญา คือกำไรที่ได้จากปัญหานั้นๆ

       การเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตามก็ต้องเจอปัญหา สังเกตได้ว่าจะมีคนเก่งในด้านการบริหารและจัดการขึ้นมาหลายคน แต่ขอยกตัวอย่างบุคคลที่เป็นคนเก่งและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำมากที่สุดในประเทศไทยก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เจ้าฟ้าคือผู้ที่รู้เรื่องดิน ฟ้า อากาศ กับมนุษย์ และยังเป็นพระองค์แรกในโลกที่ดึงเมฆมาทำฝนตกในโลกได้ นอกจากนี้ ยังทรงพยากรณ์เรื่องภาวะเรือนกระจกมาเป็นเวลานานแล้ว

        ท่านทรงเป็นพระประมุข ทรงเป็นหัวใจของปวงชนชาวไทย ประทับอยู่บนหัวนอน แต่เราลืมนำในหลวงมาเป็นหัวคิด ไม่ค่อยมีคนไทยอ่านพระบรมราโชวาท ซึ่งเป็นพระราโชบายของในหลวง เมื่อทรงขึ้นครองราชย์พระองค์ศึกษาในเรื่องดิน ฟ้า และมีรับสั่งกับคนไทยตลอดมา แต่คนไทยซึ่งเป็นนักการเมืองไม่ฟัง ไม่ศึกษา ไม่ปฏิบัติตามพระราโชบาย ซึ่งจะต้องเผยแพร่และทำความเข้าใจอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้จึงเกิดภาวะอุทกภัยตามมา โดยเฉพาะในปีนี้หนักกว่าทุกปีเป็นเพราะว่ารัฐบาลไม่ได้มีการติดตาม ไม่มีการทำแผนการให้เป็นประเพณีวัฒนธรรม นั่นหมายถึง ข้าราชการทุกจังหวัดจะต้องรู้แผนที่ประเทศไทย และต้องเป็นแผนที่ฉบับในหลวง และต่อไปจะสร้างอะไรก็ต้องดูเส้นทางน้ำที่ในหลวงทรงห้าม และจัดการตามนั้น

         ในช่วงภาวะวิกฤติ เงินมี แต่ของไม่มี ทุกวันนี้เงินจึงไม่มีความหมาย เพราะว่าเอาไปซื้ออะไรก็ไม่ได้ อย่าคิดว่าการที่อพยพมาอยู่ศูนย์พักพิงฯ นี่ทุกข์แล้ว เพราะยังมีคนอีกมากที่ทุกข์กว่า เราต้องช่วยคนที่ช่วยตัวเอง ให้กำลังใจคนที่รักเราบ้าง ช่วยเราบ้าง ให้เราอยากอยู่ มิใช่อยากตาย ขอให้ท่านทั้งหลายภาวนาว่า "ในหลวงรักประชาชน พวกเราต้องกล้าผจญต่อภาวะวิกฤติ รักษาชีวิตไว้ถวายเป็นราชสักการะ" เพราะฉะนั้น ถ้ามีใครสักคนหนึ่งท้อใจ ฆ่าตัวตาย พระองค์ท่านคงจะเสียใจ ดังนั้น จงรักษาชีวิตไว้ถวายแด่พระองค์ท่าน ยิ่งถ้ารับถุงยังชีพพระราชทานไปด้วยแล้วยิ่งต้องรักษาชีวิตไว้ให้ดี จงพึงระลึกไว้ว่า "ในหลวงทรงกู้ทุกชีวิตให้พ้นภาวะวิกฤติ เราต้องรักษาชีวิตให้พ้นภาวะวิกฤติ เพื่อในหลวง"

-------------------------------
('สร้างพลังใจ สู้ภัยน้ำท่วม' โดย...บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)