ข่าว

'นายกฯ'พ้อต้องอดทน

'นายกฯ'พ้อต้องอดทน

15 พ.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์' พ้อต้องอดทนหลังมีคนเตรียมฟ้องร้อง 'รัฐบาล' ลั่น พร้อมให้พิสูจน์ เล็งหาช่องเยียวยาเพิ่มคนถูกน้ำท่วมมากกว่า 7 วัน โยนดีเอสไอตรวจสอบของบริจาคน้ำท่วม กำชับ ผวจ.จัดซื้อต้องโปร่งใส ย้ำช่วย กทม. ไม่แบ่งแยก

          15 พ.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลเพื่อไม่ให้เป็นไปตามที่สำนักข่าวกรอง ระบุว่าหลังน้ำลดฝ่ายตรงข้ามจะตั้งมวลชนเพื่อกดดันรัฐบาลว่า ก็ต้องรีบทำงานให้เร็วที่สุด ซึ่งตนต้องชี้แจงประชาชนเป็นระยะและเร่งรัดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างวันนี้กระทรวงแรงงานก็มีประกาศที่มีตำแหน่งงานรองรับแสนกว่าตำแหน่งก็พยายามให้ผู้ที่ว่างงานได้รับการจ้างงาน หรือว่าส่วนไหนที่มีมากเกินก็จะมีมาตรการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการเคลื่อนไหวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับรัฐบาลจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ต้องอดทนค่ะ” เพราะว่าเป็นอุทกภัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ การดูแลต่างๆต้องมีแน่นอนที่อาจจะไม่สามารถบริการได้อย่างทั่วถึง ตนต้องทำหน้าที่ชี้แจง “ก็อดทนค่ะ”

          "ทุกอย่างที่เราทำเราทำด้วยความตั้งใจและรอบคอบอย่างดีที่สุดก็เชื่อว่าตรงนั้นคงไปพิสูจน์กัน ก็พร้อมที่จะชี้แจงพร้อมให้ข้อมูล ประชาชนที่ประสบภัยก็คงทราบและเข้าใจดีในเรื่องของภัยธรรมชาติ ถ้ามีคำถามมาหรือมีข้อมูลต่างๆมาก็ยินดีชี้แจงทุกอย่างทุกขั้นตอน" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

 

'นายกฯ'เล็งหาช่องเยียวยาเพิ่มสำหรับคนถูกน้ำท่วมมากกว่า7วัน

 

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนมาตรการเยียวยาให้ประชาชนที่น้ำท่วมเป็นเวลานานนับเดือนที่เกินกว่าเกณฑ์ปกติที่ท่วมขังนานกว่า 7 วันแล้วได้รับเงิน 5,000 บาทว่า อันนี้ฝากคณะกรรมการชุดที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ดูแลด้วย เบื้องต้นเราเองต้องพยายามในการวางกติกาต่างๆ แต่ว่าส่วนของการเยียวยาเบื้องต้นเร่งทำอยู่แล้ว ก็คงจะนำส่วนนั้นไปพิจารณาอีกครั้ง

 “แต่ส่วนตัวอยากจะเยียวยาประชาชนว่าทำอย่างไรให้กลับมาตั้งตัว วันก่อนก็เป็นห่วงในส่วนของพื้นที่ อย่างเช่น สวนดอกไม้ ในฝั่งตะวันตกฝั่งธนที่เสียหายไปก็สั่งการให้รองนายกฯยงยุทธ และเร่งรัดกทม.สำรวจความเสียหาย เพราะลักษณะของชีวิตประจำวันจะต่างกับต่างจังหวัด ต่างจังหวัดอาจจะใช้กฎเกณฑ์เดิมได้ วิถีชีวิตต่างจังหวัดอาจจะมีระเบียบชัดเจน ในส่วนของกทม.ต้องเร่งสำรวจความเสียหาย ซึ่งวันนี้เรารอกทม.สำรวจความเสียหายกลับมาแล้วจะเร่งดูแล” นายกฯ กล่าว

 

'ยิ่งลักษณ์'โยน'ดีเอสไอ'ตรวจสอบของบริจาคน้ำท่วม

          น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงเรื่องการทุจริตถุงยังชีพว่ายืนยันว่าจะตรวจสอบ ซึ่งจริงเมื่อเราทราบเรื่องก็ตั้งกรรมการสอบขึ้นมาทันที และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ปัจจุบันก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน  อย่างไรก็ตามเราได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ปัจจุบันย้ายออกจากพื้นที่แล้ว และเปลี่ยนชุดทำงานชุดใหม่เข้าไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ข้อมูลที่สมาชิกสภาผู้แทนฯเสนอมาเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ถือว่าเป็นความสำคัญที่ประชาชนให้ความไว้วางใจก็ได้มอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ที่มีอำนาจหน้าที่ส่งข้อมูลทั้งหมดรวมถึงข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการตรวจสอบไปให้กับกองคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษในการสืบ

          “ถ้าค้นพบความผิดก็ต้องลงโทษ นี่คือสิ่งที่ยืนยันพี่น้องประชาชน ว่าเราให้ความสำคัญตรงนี้และเป็นห่วงไม่น้อยกว่าพี่น้องประชาชน ถ้าข้อห่วงใยเหล่านี้ก็จะเอาไปปฏิบัติตามและเอาไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความกระจ่างและชัดเจนและโปร่งใส สำหรับในเรื่องของการจัดซื้อ “ นายกฯ กล่าว

          น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นช่วงรอยต่อที่เริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดมีหน้าที่และมีอำนาจหน้าที่ที่จะดูแลอยู่แล้ว และมีวงเงินพิเศษที่จะซื้อ เราก็ได้เร่งรัดให้ทางจังหวัดซื้อถุงยังชีพดูแลประชาชนและย้ำว่าทุกจังหวัดต้องดูแลการซื้อให้ถูกต้องและโปร่งใสตามระเบียบราชการทุกอย่าง

          เมื่อถามว่านอกจากถุงยังชีพที่ส่งให้ดีเอสไอตรวจสอบแล้ว ก็ยังมีเสียงร้องเรียนในส่วนของบริจาคส่วนอื่น อาทิ สุขากระดาษจะมีการตรวจสอบด้วยหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราจะมีการตรวจสอบทั้งหมด คือเราส่งข้อมูลให้ดีเอสไอทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการตรวจสอบถุงยังชีพที่ตั้งนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผ่านไปสัปดาห์กว่าแล้วแต่ทำไมผลยังไม่ออกมา นายกฯ กล่าวว่า ก็มีผลสอบเบื้องต้น แต่ว่าในข้อมูลนั้นยังตรวจไม่ครบ พอได้ข้อมูลจากสภาก็ส่งให้ทั้งสองชุดแบบรวมไปเลย ให้ตรวจตั้งแต่ต้นจนจบทั้งหมดเลย

          น.ส.ยิ่งลักณ์ยังระบุอีกว่า ในส่วนของ กทม. ก็ได้ดูแลอบย่างทั่วถึง โดยให้งบประมาณ 50 ล้านบาทในการเบิกซื้อถุงยังชีพ ในการดูแลหรือครัว และค่าใช้จ่ายต่างๆในกรณีฉุกเฉิน และถ้าไม่พอก็สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เช่นกัน ซึ่งยืนยันว่าศปภ.ไม่ได้ทิ้งหากกทม.ร้องขอหรือขอการสนับสนุน เราเร่งรัดให้ทุกอย่างโดยให้หน่วยงานเป็นแกนหลักก่อน แล้วเราก็ค่อยสนับสนุนให้เกิดภาพรวมทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพที่สุด

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้งบประมาณ 50ล้านบาทกับกทม.ไปซื้อถุงยังชีพหมายถึงว่าศปภ.จะไม่ส่งถุงยังชีพให้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำทั้งสองส่วน คือกทมม.สามารถใช้งบฉุกเฉินสามารถจัดซื้อเองได้เลย ถ้ากทม.ไม่พร้อมอยากให้ศปภ.จัดให้เพิ่มก็ทำได้ เพือให้เกิดความคล่องตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของกทม.นั้น ครม.ได้อนุมัติวงเงินเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท จำนวนวงเงิน 3,000 ล้านบาทแล้ว ตอนนี้ก็รอการสำรวจจากกทม.และเขตที่เร่งรัดไปแล้ว ซึ่งเป็นการเยียวยาเบื้องต้น แต่ยังไม่รวมในส่วนของบ้านเรือนเสียหาย ส่วนการฟื้นฟูก็จะดูว่าส่วนอื่นเสียหายอย่างไรบ้างคงจะช่วยเสริมเพิ่มเติม และอาชีพที่เสียไป

          “ซึ่งก่อนหน้านั้นทำทั้งสองส่วน จะบอกว่าเราส่งเองก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะถ้าดูจากบัญชีรายชื่อรายละเอียดทั้งหมดทางผู้ว่ากทม.ก็ขอถุงยังชีพไปเองด้วย จะมีทั้งสองส่วนคือศปภ.เอาไปแจกเองอีกส่วนหนึ่งกทม.ร้องขอค่ะ จำนวนอาหารกทม.ร้องขอก็ส่งให้ทั้งหมด หรือบางครั้งในส่วนของประชาชนร้องขอจาก1111 กด 5 ก็ประสานงานมา เพราะจำนวนประชากรในกทม.หนาแน่นมาก ดังนั้นการดูแลอาจจะทำได้ยาก บางเขตต้องเพิ่มผู้ว่าสามจังหวัดดูแลในหนึ่งเขต ก็เพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด” นายกฯ กล่าว

 

'นายกฯ'แจงสื่อถามไม่ชัดเลยเป็นที่มาของคำตอบไม่มีคำสั่งรื้อบิ๊กแบ็ก

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงกรณีการรื้อบิ๊กแบ็ก ว่าพล.ต.อ.ประชา พรหมณ์นอก รมว.ยุติธรรม ฐานะผอ.ศปภ.ก็รายงานว่าประชาชนอยากขอเปิดทางบิ๊กแบ็กเพื่อเป็นเส้นทางสัญจรบ้าง ซึ่งประชุมก็สรุปเมื่อก่อนเราต้องกั้นเพื่อชะลอน้ำแต่เนื่องจากวันนี้ปริมาณน้ำส่วนใหญไม่ได้เพิ่มเข้ามา และแนวการระบายน้ำก็มีทางอื่นออกสามารถเร่งระบายในคลองเปรมประชากรและเร่งเครื่องสูบน้ำได้ คิดว่าในส่วนที่ให้ประชาชนเปิดสำหรับทางสัญจรนั้นพอรับได้ นั่นคือข้อสรุปของคณะกรรมการ

          “จากนั้นดิฉันก็ลงมาข้างล่างก็มาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน พอดีคำถามของสื่อเนี่ยถามว่า ได้มีการสั่งให้รื้อบิ๊กแบ๊กหรือเปล่า ดิฉันก็ตอบว่าคำสั่งให้รื้อบิ๊กแบ๊กเนี่ยไม่ได้สัง เพียงเท่านั้นเองนะคะ ทำให้ข้อมูลสับสนว่าเอ๊ะจากภาพประชาชนมาขอรื้อแล้วยิ่งลักษณ์บอกว่าไม่ได้สั่งคือในข้อเท็จจริงคำถามมันเป็นอย่างนั้น และมีอีกคำถามหนึ่งถามกลับมาว่าแล้วน้ำที่เหนือบิ๊กแบ๊กเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ดิฉันตอบว่าบิ๊กแบ๊กถ้าเราภาพรวมของน้ำไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง แต่ว่าในส่วนของคนที่อยู่ต้องรู้สึกว่าเพิ่ม เพราะมวลน้ำจริงไม่ได้เพิ่มเพราะไหลตามคลองต่างๆทางสื่อก็ทราบใช่ไหมค่ะ แต่ว่าคนที่อยู่บนบิ๊กแบ๊กเขาต้องรู้สึกแน่ เพราะว่าน้ำค่อยๆไหลลงมา มันก็ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นรู้สึกว่าน้ำเยอะขึ้น เพราะน้ำจะไหลตามแรงโน้มถ่วง ก็เลยทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมน้ำไม่ได้เพิ่ม บังเอิญก็เลยไปตัดบางคำออกไป จริงๆก็เรียนแบบนั้น” นายกฯ กล่าว
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของบิ๊กแบ๊กเองตนก็เป็นห่วง ดังนั้นในตอนกลางคืนในส่วนของการเจรจานั้นพล.ต.อ.ประชาเองก็เป็นห่วงเลยให้ส.ส.เข้าไป ซึ่งตามหลักที่เราคุยกันในลักษณะของการดูแลประชาชน ถ้าเกิดขึ้นพื้นที่ไหนผู้ว่าฯจังหวัดนั้นต้องเป็นตัวแกนหลัก ก็เลยเรียนว่าไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่อยากให้ท่านผู้ว่าฯเป็นผู้ที่เป็นหลักในการตัดสินใจ เพราะว่าบางครั้งการเปิดที่หนึ่งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องกำหนดที่เดิมเราอาจจะสามารถมีการระบายน้ำได้ อย่างกรณีนี้ในเรื่องของบิ๊กแบ๊ก

          “ตอนกลางคืนวันนั้นหลังจากที่รู้เหตุการณ์ก็ได้ให้ทีมงานเข้าไปดูพื้นที่เขาเข้าไปถึงประมาณเกือบตีหนึ่ง และได้โทรมาหาเพื่อสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมว่าระดับน้ำเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังส่ง ผอ.สำนักระบายน้ำของกทม.ก็ไปพื้นที่ด้วย เพื่อดูว่าปริมาณน้ำจริงๆแล้วมีผลกระทบแค่ไหนที่จะกลับเข้ามาประชุม ซึ่งวานนีก็ประชุมต่อโดยที่ผอ.ศปภ. ก็เชิญผู้ว่าฯเข้ามาประชุมเพื่อตกลงกันเพราะในพื้นที่นี้มีความสำคัญว่าการเปิดแนวที่หนึ่งถ้าเปิดแล้วมีผลกระทบ แต่ถ้าระดับน้ำเครื่องระบายน้ำหรือเครื่องสูบน้ำสามารถรองรับได้ ก็ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถอะลุ่มอะหล่วยกันได้ เพราะว่าเราดูภาพรวมว่าทำยังไงให้น้ำนั้นลดลง อันนี้ถึงเป็นที่มาของการที่ให้กทม.เข้ามาร่วมในการตัดสินใจ”นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว

          นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สุดท้ายก็มีการตัดสินใจร่วมกันว่ายินยอมให้เปิดทางให้พี่น้องประชาชนที่จะเปิดเส้นบิ๊กแบ๊กตรงนั้น แต่ต้องกราบเรียนว่าเราไปก็ไปเร่งระบายในส่วนอื่นเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้การระบายน้ำทั้งในฝั่งระวันออกและฝั่งตะวันตกทำได้เยอะขึ้น ลงไปยังเครื่องสูบน้ำของกทม. ในส่วนของบางซื่อและส่วนต่างๆ ระดับในการสูบก็ทำได้มากกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่แต่ การทำนั้นก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปแล้วแต่ฝั่ง

          “ทางศูนย์ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ เราก็ได้ให้ความร่วมมือและทำงานร่วมกับกทม. ซึ่งต้องอาศัยหลักความเข้าใจและลงพื้นที่และการสำรวจร่วมกัน จะตอบฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ เพราะกทม.จะรู้ว่าศักยภาพการระบายน้ำนั้นแค่ไหน”นายกฯ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพื้นที่อื่นรือบิ๊กแบ๊กบ้างจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า รอให้ถึงเวลาตรงนั้นก่อนดีไหม เราไม่อยากจะเอาอะไรมากำหนดกฎเกณฑ์ ณ วันนี้ขอว่าจากที่เป็นข่าวอยู่ที่มีประชาชนบางกลุ่มอยากรื้อบิ๊กแบ๊ก ซึ่งนายยงยุทธก็ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปหารือกับประชาชน ซึ่งเราก็จะทำหน้าที่เจรจาอย่างเต็มที่และการดูแลเยียวยามีมาตรการที่ทำอยู่ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีบางกลุ่มที่การเยียวยาไม่ได้ช่วยแก้ เพราะบางครั้งเขาอาจจะทุกข์หรืออาจจะมีปัญหาอื่นๆแทรกแซงเข้ามา ซึ่งเราก็พยายาม