ข่าว

ครม.คลอดโผ34ผู้ว่าฯเด็กเนวินถูกเด้ง

ครม.คลอดโผ34ผู้ว่าฯเด็กเนวินถูกเด้ง

15 พ.ย. 2554

ครม.คลอดโผ 34 ผู้ว่าฯ แล้ว เด็กเนวินโดนเตะตกเก้าอี้เพียบตามคาด 'พีระศักดิ์' คืนชีพเป็นผู้ว่าฯระนอง พร้อมต่ออายุ 'ผู้ว่าฯสุพรรณ' ครั้งที่สอง อีก 1 ปี

             นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสังกัด และนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จำนวน 34 ราย ดังนี้ 1.นายชนม์ชื่น บุญญาวาสน์ รองปลัดกระทรวงให้ดำรงตำแน่งผู้ว่าฯ ราชบุรี 2.นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3.นายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 4.นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าฯระนอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯระนอง 6.นายสุรชัย ขันอาสา อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ลำพูน 7.นายประภาศ บุญยินดี ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 8.นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าฯ นราธิวาส ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม 9.นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 10.นางวรรณธิดา บุญประคอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯสมุทรปราการ

             นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า 11.นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าฯชลบุรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ จันทบุรี 12.นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าฯ อุดรธานี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ชลบุรี 13.นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ อุดรธานี 14.นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าฯ สงขลา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ พัทลุง 15.นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าฯ ยะลา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ สงขลา 16.นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง 17.นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯ ตรัง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ พะเยา 18.นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าฯ น่าน ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ตรัง 19.นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าฯ พะเยา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ น่าน 20.นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ เพชรบุรี

             นายอนุสรณ์ กล่าวต่ออีกว่า 21.นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู 22.นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าฯ แพร่ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ นครราชสีมา 23.นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง 24.นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าฯ นครพนม ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา 25.นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง 26.นายสมชัย หทยะสันติ ผู้ว่าฯ เชียงราย ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง 27.นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ปัตตานี 28.นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช 29.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าฯ ศรีษะเกษ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 30.นายสมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าฯ บึงกาฬ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ เลย

             อีกทั้ง 31.นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าฯ เลย ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ บึงกาฬ 32.นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯ ชัยภูมิใ ห้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ สกลนคร 33.นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง และ 34.นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองอธิบดีกรมการปกครองให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่า ฯสุรินทร์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง และครม.อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยขออนุมัติต่อเวลาการดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ครั้งที่สอง ให้ นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.2554 ถึง 30 ก.ย.2555 อีกหนึ่งปี

 

 

อนุมัติเงินเยียวยาป้องกันน้ำท่วมเพิ่ม

             นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2554 ได้แก่ มาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมีสาระสำคัญตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอมาตรการช่วยเหลือต่อภาคอุตสากรรม ครอบคลุมผู้ประสบภัย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ประกอบการ 2) นิคมอุตสาหกรรม และ3)มาตรการความช่วยเหลือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ได้เสนอโครงการภายใต้แผนการฟื้นฟูผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและการวางระบบบริการจัดการในอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มเติม จำนวน 11 โครงการ ใช้วงเงินงบประมาณ 7,427.99 ล้านบาท

             นางฐิติมา กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ครม. ยัง เห็นชอบมติ กศอ. เกี่ยวกับกรอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมแบบเร่งด่วน จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 112.84 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการจัดตั้งศูนย์พักพิงอุตสาหกรรม วงเงิน 50 ล้านบาท , โครงการบริหารจัดการความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกากอุตสาหกรรมในสถานประกอบการที่ประสบภัย วงเงิน 22 ล้านบาท โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดินและสารปนเปื้อนของสารพิษอุตสาหกรรมในสถานการประกอบทั้งในและนอกนิคม วงเงิน 25 ล้านบาท และโครงการความช่วยเหลือในการระบายน้ำจากนิคมอุตสาหกรรม วงเงิน 15 ล้านบาท

             นางฐิติมา กล่าวต่ออีกว่า ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาทเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 จำนวน 509,127 ครัวเรือน เป็นเงิน 2,545,635,000 บาท อีกทั้ง ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยของธนาคารออมสิน โดยรัฐบาลจะรับภาระการชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บผู้กู้ให้ธนาคารออมสิน (ชดเชยส่วนของต้นทุนเงินของธนาคาร) อยู่ร้อยละ 4.22 ต่อปี หรือคิดเป็นเงินชดเชยตลอด 7 ปี ที่ไม่เกิน 4,431 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังได้อนุมัติงให้มีการฟื้นฟูสนามบินดอนเมือง ในวงเงิน 935 ล้าน เพื่อซ่อมแซมทางวิ่ง ทางขึ้น ลานบิน ระบบสาธารณูปโภค และอาคารผู้โดยสาร 1 และที่ประชุม ครม. ยังได้เห็นชอบให้มีการฟื้นฟูถนนทางหลวง และเส้นทางชนบทที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เป็นวงเงิน 4,940 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้มีการซ่อมแซมโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษากว่า 790 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เป็นวงเงิน 900 ล้านบาท

 

 

เห็นชอบร่างแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนป้องกันพิบัติภัยทางน้ำ

             น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ เรื่องการขอความเห็นชอบร่างแถลงการณ์ผู้นำอาเซียน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันอุทกภัย การลดผลกระทบ การบรรเทา การฟื้นฟู และการบูรณะ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ คือ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านอุทกภัยและการฟื้นฟู โดยการแลกเปลี่ยนประสบภัยภิบัติด้านอุทกภัยและการฟื้นฟู โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทา การฟื้นฟู โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทา การฟื้นฟูและการบูรณะภายหลังภัยพิบัติ รวมทั้งให้เลขาธิการอาเซียน และคณะกรรมการด้านภัยพิบัติอาเซียนประสานกับองค์กรเฉพาะสาขาต่างๆ ของอาเซียนพิจารณาแนวทาง และจัดทำข้อเสนอสาขาความร่วมมือในเรื่องนี้ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและกับประเทศคู่ค้าเจรจา


เห็นชอบแผนปรับปรุงหนี้สาธารณะ

             นายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล  รมว.กระทรวงการคลัง  แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.มีมติอนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะปี 55 ครั้งที่ 1 และอนุมัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการ เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงินและการค้ำประกันในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น โดยมีการปรับวงเงินแผนการบริหารหนี้ปี55 เดิม1,287,004.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 365,960.80 ล้านบาท เป็น 1,650,965.40 ล้านบาท

             ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้ภายหลังการปรับปรุงแผนบริหารหนี้ปี 55 จะอยู่ที่ระดับ 43.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดวงเงินหนี้สาธารณะไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์

 

เห็นชอบมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

             นายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมและขั้นตอนนำเสนอการระดมทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ของรัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 เพื่อนำโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานประเภทต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ได้แก่ ระบบขนส่งทางราง ไฟฟ้า ประปา ถนนหรือทางพิเศษ ทางสัมปทาน ท่าอากาศยาน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม และพลังงานทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า ระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป อันจะทำให้รัฐบาลสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศและก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นการแบ่งเบาภาระการคลังของรัฐบาลในระยะยาว รวมทั้งเป็นการช่วยพัฒนาตลาดทุนและช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับรัฐวิสาหกิจ โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ทั้งนี้มีรายละเอียดดังนี้ คือ

             1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียม 1.1 กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นและกองทุนรวม สำหรับรายรับและการกระทำตราสารจากการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิใดๆในทรัพย์สินให้แก่กองทุนรวม โดยมีสัญญารับโอนคืนจากองทุนรวมหรือให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามสัญญา 1.2 ลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังนี้ คือค่าจดทะเบียนโอนจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 ค่าจดทะเบียนการจำนองจากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 และค่าจดทะเบียนการเช่าจากร้อยละ เหลือร้อยละ 0.01 ทั้งนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท ให้แก่กองทุนรวม

             และ 2. ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานให้ยกเว้นภาษีเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไร แก่บุคคลธรรมดาผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนตั้งกองทุน ทั้งนี้รัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี แต่จะสามารถลดภาระการคลังจากดอกเบี้ยเงินกู้ได้ประมาณปีละ 2,300 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภาระการคลังโดยรวมลดลงถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้สำหรับขั้นตอนการระดมทุนของรัฐวิสาหกิจ นั้นให้รัฐวิสาหกิจนำเสนอเรื่องผ่านกระทรวงการคลังเจ้าสังกัดให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ ครม.พิจารณา


นอภ.บางใหญ่ยันได้5พันทุกบ้านไม่ต้องหลักฐาน
 

 
          นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร นายอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี เปิดผยถึงสถานการณ์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้การช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ว่า ในขณะนี้ได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน ทำการสำรวจบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยใน อ.บางใหญ่ ที่เข้าหลักเกณฑ์ขอรับการช่วยเหลือ โดยไม่ต้องสำรวจตอนน้ำลด ทั้งนี้ การช่วยเหลือเยียวยาครั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปบ้านที่ถูกน้ำท่วมมายืนยันกับทางอำเภอ เพราะ อ.บางใหญ่ น้ำท่วมแทบทุกจุด ดังนั้น ครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัย ย่อมได้รับสิทธิ์ ซึ่งทางอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการส่งเรื่องให้กับทางจังหวัด สำหรับครัวเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์ในการรับเงินช่วยเหลือครั้งนี้ นอกจากจะต้องเป็นบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมแล้ว บ้านจะต้องมีผู้อยู่อาศัยจริง ถึงจะได้รับสิทธิ์ ส่วนห้องพักที่น้ำไม่ท่วมจะไม่ได้รับสิทธิ์
         
          อย่างไรก็ตาม นายอำเภอบางใหญ่ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนใน อ.บางใหญ่ ที่ถูกน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้สบายใจได้เพราะเงินช่วยเหลือเยียวยาถึงบ้านแน่ๆ

 

บางใหญ่ช่วงถ.กาญจนาภิเษกน้ำลดลง

   
          นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร นายอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำล่าสุด ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ว่า ภาพรวมระดับน้ำบน ถ.กาญจนาภิเษก ลดลงจากเดิม ที่เคยท่วมสูงถึง 1 เมตร ขณะนี้เหลือประมาณ 70 - 80 ซ.ม. ลดลงไปประมาณ 10 - 15 ซ.ม. แต่การเดินทางยังคงต้องอาศัยรถประจำทาง ขสมก. รถบรรทุกของภาคเอกชน รถทหาร และรถกระบะยกสูง ส่วนตามซอยต่างๆ ใน อ.บางใหญ่ ระดับน้ำยังคงท่วมสูงอยู่ประมาณ 1 - 1.50 ซ.ม. การเดินทางในส่วนนี้ ยังคงต้องใช้เรือในการเข้าออกเป็นหลัก ทั้งนี้ สาเหตุที่น้ำใน อ.บางใหญ่ ยังคงท่วมสูงอยู่

          นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เป็นเพราะทำเลที่ตั้งของ อ.บางใหญ่ ไม่ได้อยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา จึงไม่สามารถเร่งระบายน้ำที่ท่วมอยู่ให้ออกไปได้ ประกอบกับ คลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำต่อจาก อ.บางใหญ่ ยังมีปริมาณน้ำที่มากจึงทำให้พื้นที่ใน อ.บางใหญ่ ยังคงท่วมสูงอยู่


คนนนท์เปิดแฟนเพจนัดรวมพลยื่นจี้ผู้ว่าฯแก้น้ำท่วมศุกร์นี้



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนจังหวัดนนทบุรี ได้เปิดหน้าแฟนเพจในเฟซบุคโดยใช้ชื่อว่า "ชุมชนคนรักเมืองนนท์" และมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของแฟนเพจว่าเพื่อแจ้งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับน้ำท่วมจังหวัดนนท์ และรวมตัวกันเพื่อขอความยุติธรรม จากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในการหามาตรการเป็นรูปธรรมผันน้ำหรือระบายน้ำออกจากพื้นที่บ้านของพวกเรา ไม่ใช่ขังนานเกือบ 4 อาทิตย์ และระดับน้ำก็สูงมาก ระดับอก หรือเอวเลยทีเดียว และรวมถึงถามหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยา น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามมีการนัดหมายเพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าจังหวัดนนทบุรีในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 12.00น. ด้านหน้าศาลากลางใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี