ข่าว

'สุขุมพันธุ์'รับผิดขอโทษปชช.

'สุขุมพันธุ์'รับผิดขอโทษปชช.

15 พ.ย. 2554

ผู้ว่าฯ กทม. แถลงรับผิด ประกาศอพยพผิดพลาด ไม่โยนบาป ขรก. ระบุเป็นเรื่องเสียความรู้สึกแต่ไม่เสียหาย จี้ ผอ.เขต ตรวจข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนส่งเข้าส่วนกลาง

          15 พ.ย.54 เวลา 12.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. แถลงข่าวว่า คืนที่ผ่านมาเกิดคตวามผิดพลาดครั้งสำคัญเพราะเกิดจากความสับสนกับรายงานที่ตนได้ลงนามให้อพยพในเขตพญาไท สามจุดนั้น ปรากฏว่า มีความคลาดเคลื่อนทางข้อมูล ซึ่งพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมจริง แต่เป็นปลายซอยเท่านั้น ซึ่งเมื่อคืน ตนได้ลงนามยกเลิกประกาศแล้ว จึงขออภัยกับประชาชนกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งความผิดอยู่ที่ตนคนเดียวเพราะเป็นผู้ลงนาม  และ นโยบายของ กทม. หากเกิดความผิดพลาด ตนจะรับผิด โดยไม่โยนความผิดให้คนอื่น  ที่ผ่านมา ทราบดีว่า ทุกฝ่ายมีความกดดันเนื่องจากทำงานหนักมาหลายเดือน แต่เมื่อเกิดกรณีนี้ ต้องมีความระมัดระวังให้ระบบไม่มีข้อผิดพลาดเช่นนี้เกิ้ดขึ้นอีก โดยได้กำชับใช้ ผอ.เขตทุกแห่งให้ตรวจรายงาน อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะส่งมาที่ส่วนกลาง ทั้งนี้ยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ระบบ ตนไม่อยากโยนความผิดให้ใคร

          ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการถูกวางยาหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของตนที่มึน หลังลงพื้นที่มาทั้งวันส่วนจะกระทบกับความเชื่อมั่นของ กทม. หรือไม่อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ เป็นความผิดที่เกิดขึ้นครั้งแรก ใครก็สามารถผิดกันได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นการเสียความรู้สึก อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแหล่ง ข้อมูลที่ดีที่สุดคือสำนักงานเขต หากสิ่งที่ผมผิดจะไม่ไปคาดโทษใคร และจะไม่ผิดพลาดครั้งที่สอง แต่หากผิดพลาดจากคนอื่นและเป็นสิ่งที่ตนต้องแก้ไข ตนก็จำเป็นต้องแก้ไขต่อไป เพราะความรับผิดชอบอยู่ที่ตนคนเดียว

 

อธิบดีกรมชลฯระดมเครื่องสูบน้ำ660เครื่อง เร่งระบายน้ำฝั่งออก-ตก

          กรมชลประทาน ระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 600 เครื่องเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลวันละ 123 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ซึ่งตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชลประทาน นำเครื่องสูบน้ำช่วยประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา

          ขณะเดียวกันได้นำเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมมาติดตั้งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมแล้วทำให้การสูบน้ำออกทะเลมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขณะนี้กรมชลประทานมีเครื่องสูบน้ำถาวรและเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วรวม 660 เครื่องที่สามารถสูบน้ำลงทะเลได้วันละ 123 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น จำแนกเป็นเครื่องสูบน้ำฝั่งตะวันตก รวม 336 เครื่องเป็นเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่ที่สถานีสูบน้ำถาวร 171 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 165 เครื่อง สูบน้ำได้วันละ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร

          ส่วนฝั่งตะวันออก มีเครื่ิองสูบน้ำ 324 เครื่องเป็นเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่ที่สถานีสูบน้ำถาวร 216 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่อีก 108 เครื่อง สูบน้ำได้วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร

          อย่างไรก็ดีการสูบน้ำแต่ละวันจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ รวมถึงการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลด้วย โดยกรมชลประทาน พิจารณาความเหมาะสมจากความสัมพันธ์น้ำ กับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกัลพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่จะต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการทำงานของเครื่องสูบน้ำเพื่อให้สามารถสูบน้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน

 

สาเหตุผู้ว่าประกาศอพยพผิดพลาด หนังสือล่าช้า 3 วัน

        รายงานข่าวแจ้งว่า การประกาศอพยพประชาชน ทั้ง 3 จุด ในเขตพญาไทคืนวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ผิดพลาดนั้น เนื่องจาก สำนักงานเขตพญาไทได้ทำหนังสือเพื่อแจ้งถึงผู้บริหาร กทม. ให้พิจารณาออกประกาศอพยพประชาชนในพื้นที่้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับเกิดปัญหา คือ หนังสือถึงผู้ว่า กทม. ล่าช้ากว่ากำหนด โดยหลังสือมาถึงวันที่ 14 พ.ย.54 เพื่อให้ผู้ว่า กทม. ได้ลงนาม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 3 จุด กลับเข้าสู่สภาวะเกือบผิดปกติ จึงเกิดความสับสนและทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ต้องยกเลิกประกาศอพยพในเวลาต่อมา

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนี้หากสำนักงานเขตจะทำหนังสือเพื่อให้พิจารณาประกาศอพยพ  กทม.จะตรวจสอบกลับไปอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลเท็จจริงอย่างไร เพื่อให้ ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามได้อย่างถูกต้องที่สุด ไม่ให้ผิดพลาดซ้ำสองเพราะเกรงว่าจะกระทบกับความเชื่อมั่นในการทำงาน

 

สธ.เผยอีเอ็มช่วยแก้น้ำเน่าและฆ่ายุงได้

          นพ.วิชัย สติมัย ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่มีปริมาณน้ำค้างทุ่งจำนวนมากในหลายพื้นที่ทำให้การควบคุมและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงทำได้ยากลำบากมากขึ้น ซึ่งโดยหลักการเบื้องต้นในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ก็คือไม่ให้มีน้ำขังนานต้องปล่อยให้น้ำไหลอย่าหยุดนิ่ง ร่วมกับการกำจัดขยะ ซึ่งการใช้อีเอ็มในการปรับสภาพน้ำก็สามารถช่วยกำจัดลูกน้ำยุงลายได้เช่นกัน

          เนื่องจากอีเอ็มมีประสิทธิภาพในการปรับสภาพน้ำ ลดความเป็นกรด ด่างในน้ำ ทำให้ลูกน้ำยุงลายไม่สามารถอยู่ได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการทำความเข้าใจ ให้ความรู้ประชาชนในการใช้อีเอ็มเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นของน้ำที่ท่วมขังนาน พร้อมการใช้เพื่อการกำจัดลูกน้ำยุงลายด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายเกิดจำนวนมากจนเป็นปัญหา โดยเฉพาะการกัดและแพร่เชื้อไข้เลือดออก

          นอกจากการแนะนำให้ใช้อีเอ็มแก้น้ำเสียพร้อมกำจัดลูกน้ำแล้ว นพ.วิชัย ยังกล่าวด้วยว่า จะร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวทช.) และมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยและพัฒนาผลึกแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ สำหรับใช้กำจัดแหล่งกำเนิดยุงโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิดคือ บีเอส (บาซิลัส สแปลิคัส) และ บีทีไอ (บาซิลัส เทอริงเจนเนซิส อิสลาเอเลนซิส) โดยเมื่อลูกน้ำกินผลึกแบคทีเรียเข้าไปจะตายภายใน 24 ชั่วโมง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเริ่มมีการทกลองใช้ผลึกแบคทีเรียดังกล่าวนำร่อง ใน 2 พื้นที่ คือ ตำบลศาลายา และตำบลท่าอิฐ



กทม.ประกาศปิดบริการสวนสาธารณะ6แห่ง

          นางจุรี จันทรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในขณะนี้ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จึงต้องปิดให้บริการสวนสาธารณะชั่วคราว 6 แห่ง เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วม

          ได้แก่ สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร สวนจตุจักร เขตจตุจักร สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา และ สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด ซึ่งขณะนี้สวนดังกล่าวยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ส่วนสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 ยังคงมีน้ำท่วมขังจากอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง เนื่องจากอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และหากสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ สำนักงานสวนสาธารณะ จะเร่งเข้าไปทำความสะอาด พร้อมซ่อมแซมระบบไฟฟ้าส่องแสงสว่าง เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการ ก่อนจะเร่งดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้กลับมาสวยงามดังเดิม