
IMFเตือนระบบการเงินจีนเปราะบาง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้เตือนว่า ระบบการเงินของจีน กำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายจากหนี้เสีย ,การเบ่งบานของเงินกู้นอกระบบ และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่รูดลงอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้จีนเร่งดำเนินการปฏิรูป
จากการประเมินอย่างเป็นทางการต่อระบบการเงินของจีน IMF ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐ และได้ชื่อว่าเป็นสถาบันให้กู้รายใหญ่ของโลก ได้ตำหนิรัฐบาลจีนที่เข้าไปก้าวก่ายต่อระบบของธนาคารภายในประเทศมากเกินไป และยังปล่อยให้วินัยของตลาดและบรรษัทภิบาลหย่อนยานอีกด้วย
IMF ยังได้เรียกร้องให้จีนผ่อนปรนการควบคุมค่าเงินหยวน และยอมให้ธนาคารกลางมีอิสระในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ มากกว่าเดิม
การปล่อยกู้กันอย่างมโหฬาร นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน เมื่อปี 2551 ได้ทำให้บริษัทจำนวนมากรวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นของจีน ต้องแบกรับภาระหนี้สินจำนวนมหาศาล ขณะที่การชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่รูดลง ยิ่งก่อให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้
โจนาธาน ฟิชเตอร์ รองผู้อำนวยการ IMF ให้ความเห็นว่า ในขณะที่ภาคการเงินของจีนนั้นแข็งแกร่งอยู่แล้วโดยรวม จึงไม่ควรจะให้มีเรื่องหนี้สินหรือเรื่องอื่น ๆ มาบั่นทอน เพราะจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์
จีนเป็น 1 ใน 25 ประเทศ ที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินของโลก และได้ยินยอมที่จะให้มีการประเมินด้านการเงินอย่างน้อย 1 ครั้ง ในทุก ๆ 5 ปี ซึ่ง IMF ยังระบุด้วยว่า การประเมินอย่างเต็มรูปต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะเจออุปสรรคจากช่องว่างของข้อมูล อันหมายถึงการจำกัดข้อมูลและการเข้าถึงตัวเลขที่เป็นความลับ
ในจำนวนคำแนะนำ 29 ข้อ ที่ IMF นำเสนอต่อจีน ได้รวมถึงวิธีการที่จีนจะสามารถปรับปรุงระบบการเงิน ด้วยการให้บรรดาผู้กำกับดูแลนโยบายยินยอมให้ธนาคารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการให้กู้ โดยอาศัยพิจารณาความเสี่ยงแทนที่จะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และจีนยังต้องใช้เครื่องมือทางตลาด เช่น อัตราดอกเบี้ย ในการควบคุมเครดิต แทนการออกมาตรการที่จำกัดการให้กู้ รวมถึงผ่อนคลายการควบคุมสกุลเงินหยวนด้วย



