ข่าว

บุกครัว'ป่อเต็กตึ๊ง'ครัวสนามกู้ภัย

บุกครัว'ป่อเต็กตึ๊ง'ครัวสนามกู้ภัย

15 พ.ย. 2554

บุกครัว'ป่อเต็กตึ๊ง'ครัวสนามกู้ภัย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

      ขณะที่ประเทศไทยต้องประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากหน่วยงานราชการแล้ว หน่วยอาสาสมัครเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านได้อย่างดีเยี่ยม
   
         ล่าสุด "คม ชัด ลึก” ได้ติดตามการทำงานของมูลนิธิ “ป่อเต็กตึ๊ง” ในภารกิจช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย โดยมีอาสาสมัครแผนกหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในภารกิจแต่ละวัน นั่นคือ “โรงครัว” นั่นเอง เขาเหล่านี้คือคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยอมเสียสละทั้งเวลาและแรงกายเพื่อผู้ประสบภัยในครั้งนี้
   
         ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา อาสาสมัครกู้ภัย แผนกโรงครัวป่อเต็กตึ๊ง 15 ชีวิต จะต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ราวตี 5 เศษ ทำหน้าที่ประจำของตนเอง บางรายหุงข้าว บางรายหั่นหมู หั่นไก่ บางรายหั่นผัก บางรายตรวจเช็กวัตถุดิบที่อยู่ในครัวว่าขาดเหลืออะไรบ้างก่อนออกไปซื้อหามาเพิ่มเติม ภาพความวุ่นวายเร่งรีบเกิดขึ้นที่ครัวแห่งนี้ เพื่อเตรียมอาหารไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยทันเวลาในช่วงเช้า แล้วนำไปช่วยเหลือพร้อมๆ กับหน่วยบรรเทาสาธารณภัย
   
         “อนุวัฒน์ เรืองเดช” พ่อครัวฝีมือฉกาจผู้คร่ำหวอดอยู่ในโรงครัวที่มูลนิธิแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี เล่าว่า เขาทำงานกับมูลนิธิแห่งนี้มานาน 12 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่อยู่แผนกเก็บศพ แต่ห้วง 5 ปีให้หลังมานี้ประเทศไทยเกิดภัยพิบัติมาตลอด ครัวภาคสนามของมูลนิธิก็ต้องออกไปช่วยตลอดมา มีอยู่ช่วงหนึ่งคนในโรงครัวขาด จึงได้เข้ามาช่วย หลังจากนั้นก็ช่วยมาตลอด
   
         สำหรับอาหารพร้อมรับประทานที่ออกไปจากโรงครัวแห่งนี้ มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก เพราะมีนักชิมจากต่างชาติการันตีความอร่อยและสุขลักษณะ ถือว่าติดอันดับต้นๆ ของครัวสนามกู้ภัยทั่วโลก !!
   
         “อนุวัฒน์” บอกว่า จะพิถีพิถันกับอาหารที่ปรุงขึ้นเพื่อเอาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมาก เนื่องจากหากไม่อาหารถูกสุขลักษณะ ไม่ใหม่ ไม่สด บูดเน่า จะเป็นการสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นอีก
   
         “ผมมีหน้าที่ชิมทั้งข้าวที่หุง อาหารที่ปรุง หากรสชาติผิดเพี้ยน สีผิด กลิ่นผิด จะไม่ส่งไปให้ผู้ประสบภัย อย่าลืมว่าบนกล่องโฟมมันมีโลโก้มูลนิธิ วันหนึ่งๆ เราส่งข้าวพร้อมรับประทานออกไปอย่างน้อย 5,000 กล่อง ไม่เกิน 1 หมื่นกล่อง หากมีใครกินแล้วท้องเสีย ป่วย ชื่อเสียงของเราจะเป็นอย่างไร จึงต้องหุงข้าวใส่กล่อง แยกถุงใส่กับข้าว พร้อมทั้งมีไข่ต้มไปอีก 1 ฟอง ไม่มีแตงกวา ไม่งั้นอาหารจะบูดง่าย การแจกจ่ายจะให้ตามจำนวนคนแต่ละครอบครัว ไม่ให้ตุน และจะบอกให้เขารีบกินเลยพวกนี้เก็บไม่ได้ ก่อนแจกจะให้เจ้าหน้าที่เช็กก่อนว่าบูดไหม ถ้าบูดอย่านำไปแจก” อนุวัตน์ ยืนยันในคุณภาพ
   
         สำหรับเมนูอาหารแต่ละมื้อนั้นทางโรงครัวของมูลนิธิก็จะทำขึ้น ดัดแปลงขึ้นตามวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือ วันหนึ่งๆ จะมีคนนำของสดมาบริจาคและต้องซื้อเองอีก ราว 7-8 หมื่นบาทต่อวันเลยทีเดียว
   
         “แต่ละวันอาสาสมัครที่ประจำอยู่ในจุดต่างๆ จะแจ้งมาที่โรงครัวว่าต้องการข้าวกี่กล่อง ทางโรงครัวก็จะจัดให้ หลายๆ แห่งชาวบ้านเริ่มเรียกร้องเมนูมาเอง ซึ่ง 3 เมนูที่ถือเป็นสุดยอดอาหารของเราคือ มาม่าผัดหมู ไก่ผัดขิง และหมูผัดซีอิ๊ว ซึ่งพวกเราก็ดีใจที่พวกเขาชอบ”
   
         ครัวของมูลนิธิจะเริ่มตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึงบ่าย 3 โมง โดยไม่มีการหยุดพัก เตาหนึ่งเสร็จต้องทำต่ออีกเตา กระทะหนึ่งเสร็จต้องต่อกระทะต่อไป กระทะเบอร์พิเศษสั่งทำพิเศษ หม้อเบอร์ใหญ่พิเศษ สั่งทำพิเศษ ตะหลิวขนาดพิเศษใหญ่กว่าปกติ ถูกสั่งทำเมื่อ 6 เดือนก่อนบูดเบี้ยวเพราะมหันตภัยน้ำในครั้งนี้ เช่นเดียวกับไหล่ของ “จักรพงษ์ เรืองเดช” เด็กหนุ่มร่างใหญ่ ทำหน้าที่ผัดแล้วก็ผัดอาหารตามออเดอร์ที่กำหนดขึ้น
   
         “ผมมีหน้าที่ผัดอาหาร ผัดมาตั้งแต่วันที่เกิดน้ำท่วมที่อยุธยา ผัดตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไหล่ผมล้าไปหมด หมดยาแก้ปวดไปไม่รู้กี่หลอด แต่เพราะสงสารผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนกว่าผม ผมยอมเหนื่อยเพื่อพวกเขาจะได้อิ่มท้อง”
   
         นี่คือส่วนหนึ่งของอาสาสมัคร ที่อาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่เบื้องหลัง โดยที่ไม่ได้คิดถึงความเหนื่อยยากของตัวเอง หนำซ้ำอาสาสมัครบางคนก็เป็นผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และจากวันนี้ไปไม่ว่าน้ำจะลดลงเมื่อไหร่ หรือจะเกิดภัยพิบัติเมื่อใด พวกเขาเหล่านี้ก็ขอปฏิญาณว่าจะรวมตัวและออกไปช่วยเหลือทุกคน ทุกที่และทุกเวลา ในฐานะ “พ่อครัวสนามกู้ภัย” !!