
น้ำท่วมแรงงานเดือดร้อนพุ่งนับล้าน
น้ำท่วมทำแรงงานทั่วประเทศเดือดร้อนพุ่งกว่า 1 ล้านคน เฉพาะนิคมอุตสาหกรรมบางชัน-ลาดกระบัง 1.4 หมื่นคน กฟย.เตรียมเสนอแผนช่วยเหลือธุรกิจวงเงินเกือบ 5 แสนล้าน ทั้งให้เงินกู้ ลดภาษี พร้อมขอเจรจาธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายลดต้นทุนให้เอกชน เวิลด์แบงก์พบคลังช่วยสำรวจความ
แม้ตอนนี้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จะลดลงแล้ว แต่โรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมยังคงปิดดำเนินงาน ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เขตมีนบุรี และนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เขตลาดกระบังนั้น ในนิคมอุตสาหกรรมบางชันมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 20 แห่ง จากทั้งหมด 79 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 3,800 คน และนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 83 แห่ง จากทั้งหมด 203 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 10,417 คน ขณะนี้น้ำที่ท่วมบริเวณรอบนอกของนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองเริ่มลดระดับลงแล้ว หากไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่มอีกคาดว่าภายใน 2 วันนี้สถานประกอบการภายในนิคมทั้ง 2 แห่ง จะกลับมาเปิดกิจการได้ตามปกติ
นายอาทิตย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน โดยภาพรวมทั้งประเทศใน 18 จังหวัด มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 27,734 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 1,001,801 คน อย่างไรก็ตาม นิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดกิจการแล้ว 37 แห่ง รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน 39,382 คน ส่วนสถานการณ์ถูกเลิกจ้างนั้น มีลูกจ้างของสถานประกอบการใน จ.พระนครศรีอยุธยา 10 แห่ง จ.ปทุมธานี 4 แห่ง และ จ.ฉะเชิงเทรา 1 แห่ง รวมลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 4,510 คน
ยูเนสโกฟื้นฟูผู้ประสบภัยเร่งด่วน
สำนักงานยูเนสโกกรุงเทพ แจ้งว่า ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในโครงการเพื่อฟื้นฟูประเทศไทยจากอุทกภัย โดยยองซุป ชอย (Youngsup Choi) ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาของสำนักงานยูเนสโกประจำกรุงเทพ กล่าวว่า โครงการเร่งด่วนในระยะสั้นควรมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์กับโครงการฟื้นฟูในระยะยาว ทั้งนี้ เกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมให้บุคคลต่างๆ ควรคำนึงถึงการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะ อาทิ การฝึกอบรมเพื่อการบูรณะ ซ่อมแซมอาคาร ถนน โบราณสถานที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการการป้องกันเพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกเลิกจ้างในช่วงภัยพิบัติ สำนักงานยูเนสโกกรุงเทพ แจ้งอีกว่า จะรับผิดชอบเกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ในการประเมินผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัยต่อความเป็นแหล่งมรดกโลก และจะเชิญหน่วยงานภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญที่มีอำนาจรับผิดชอบร่วมหารือและดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยูเนสโกได้มีการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกรมศิลปากร ในการประเมินสถานการณ์ในทันที และการบูรณะ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาแผนในระยะยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัยในอนาคต
จุฬาฯ แนะ11มาตรการแก้ไขน้ำท่วม
ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ กล่าวว่า จากการศึกษาแบบจำลองของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลก พบว่า ในอนาคตสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศจะมีความถี่มากขึ้น ซึ่งคงก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม พายุโซนร้อน พายุฤดูร้อน แผ่นดินถล่ม ไฟป่าและหลุมยุบเกิดขึ้นกับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยในขณะนี้ ยิ่งแก้ไขก็ยิ่งเหมือนไปเพิ่มความรุนแรงให้พื้นที่ท้ายน้ำและสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในสังคม
ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า การแก้ไขน้ำท่วมต้องพยายามคลี่ปมของปัญหา ซึ่งมีอยู่หลายมิติและซ้อนทับกันอยู่ให้ออกมาเห็นในแนวเดียวกัน เช่น มิติที่เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบที่ใช้ทั้งมาตรการสิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง มิติมองภาพของปัญหาที่เป็นองค์รวม มิติมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจริง มิติมาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เป้าหมายที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมสูง มิติการเฝ้าระวังติดตามและบริหารจัดการน้ำท่วมทั้งระบบ หรือมิติที่จำต้องดำเนินการแก้ไขแบบเร่งด่วน
ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวด้วยว่า มาตรการแก้ไขน้ำท่วมที่ต้องดำเนินการคือ สร้างระบบทางด่วนพิเศษระบายน้ำท่วม วางแผนแม่บทควบคุมการป้องกันน้ำท่วมโดยใช้สิ่งก่อสร้างในลุ่มน้ำต่างๆ ควบคุมการถมที่ดินทั้งระบบ ควบคุมการพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ล่อแหลม ปรับปรุงระบบเตือนพิบัติภัยล่วงหน้าและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่ทั้งระบบ วางแผนพัฒนากรุงเทพฯ และเมืองบริวารในอนาคต มาตรการจัดเก็บภาษีน้ำท่วมและการประกันภัย มาตรการควบคุมการใช้ที่ดินและผังเมืองโดยใช้แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม มาตรการควบคุมการใช้น้ำบาดาลเพื่อลดปัญหาแผ่นดินทรุด มาตรการแผนแม่บทกำหนดระยะเวลาการเพาะปลูกในลุ่มน้ำท่วมอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับการแปรปรวนและผกผันของภูมิอากาศในอนาคต มาตรการอนุรักษ์และปกป้องพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนในพื้นที่ล่อแหลมเสี่ยงภัยน้ำท่วมสูง ควรเร่งพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการพิบัติภัยทั้งระบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการจัดการพิบัติภัยของภาครัฐ และควรจัดตั้งหน่วยงานดูแลเรื่องพิบัติภัยและส่งเสริมงานวิจัยทั้งระบบอย่างจริงจัง เพื่อลดพิบัติภัยด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่
เตรียมแผนช่วยธุรกิจวงเงิน 5 แสนล้าน
นพ.บุญ วนาสิน ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) เตรียมเสนอแผนช่วยเหลือภาคธุรกิจทั้งระบบในวงเงินเกือบ 5 แสนล้านบาท ต่อ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน กฟย.ด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้การช่วยเหลือภาคธุรกิจที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยโดยเร่งด่วน
นพ.บุญ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ได้แก่ วงเงินช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 1.8 แสนล้านบาท และธุรกิจขนาดใหญ่ 3 แสนล้านบาท ซึ่งรูปแบบเป็นทั้งเงินให้กู้ ลดภาษี และเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั้งนี้การให้เงินสินเชื่อจะดำเนินการผ่านธนาคารรัฐต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือทั่วถึง ในส่วนของเอสเอ็มอีจะต้องช่วยทั้งหมดลงไปถึงแม่ค้าพ่อค้า ผ่านธนาคารประชาชนภายใต้การดูแลของธนาคารออมสิน และเพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การแก้ปัญหาและการฟื้นฟูจะต้องใช้มาตรการที่แรงและรวดเร็ว ดังนั้นอนุกรรมการจะเสนอต่อคณะกรรมการ กฟย.ด้านเศรษฐกิจ เจรจาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อส่งผ่านให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตามมา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ และทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
"เราเสนอว่า ในภาวะไม่ปกติเช่นนี้ จะต้องลดดอกเบี้ยถึง 1-1.5% หรือให้อาร์/พี เหลือที่ 2-2.5% ต้องทำให้แรงและช็อกตลาด เชื่อว่าการทำเช่นนี้จะไม่มีผลต่อเงินทุนไหลออก เพราะขณะนี้ธนาคารกลางเกือบทุกชาติในเอเชียก็เจอปัญหาเงินไหลออกเช่นกัน แต่วันหนึ่งเงินก็จะไหลกลับเข้ามาเมื่อเราฟื้นตัว" นพ.บุญ กล่าว
คาดกนง.ยอมลดดอกเบี้ย 0.5%
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ในการประชุม กนง.วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% ซึ่งถือเป็นการลดเพื่อรอดูสถานการณ์ หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นก็อาจตัดสินใจลดได้อีกครั้ง เพราะหากลดดอกเบี้ยลงแรงเกินไปการกลับทิศของนโยบายจะทำได้ลำบาก การลด 1% ตามที่มีคนเสนอถือว่าเยอะไป เพราะเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่มากนัก
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า กรณีรัฐบาลจะเสนอให้ ธปท.เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสร้างอนาคตของประเทศตามแผนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เสนอนั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด แต่การลงทุนของ ธปท.ในตลาดแรกนั้น ต้องผ่านความเห็นของกนง.ก่อน โดยปกติ ธปท.ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เป็นการลงทุนในตลาดรอง ส่วนการจะเข้าซื้อพันธบัตรในตลาดแรกสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องเป็นไปเพื่อการดำเนินนโยบายการเงินเท่านั้น และยังต้องได้รับความเห็นชอบจาก กนง.ด้วย
เวิลด์แบงก์ช่วยสำรวจความเสียหาย
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังมีความพร้อมที่จะกู้เงิน เพื่อนำมาใช้ในโครงการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม แต่ยังไม่มีรายละเอียดของแผนการกู้เงิน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของโครงการฟื้นฟูจากรัฐบาลก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้เข้าพบตนและแจ้งถึงแนวทางความช่วยเหลือในด้านการเข้าสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในไทย
นายธีระชัย กล่าวว่า เวิลด์แบงก์ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน ลงพื้นที่น้ำท่วม เพื่อประเมินความเสียหาย ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และแนวทางการฟื้นฟู คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งตนจะรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการที่มี นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานรับทราบ เพื่อนำผลการสำรวจมาพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้ นอกจากนี้ผู้แทนสภาหอการค้าสหรัฐอเมริกาได้เข้าพบ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากเห็นแผนการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและยาว
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้ลงนามเห็นชอบข้อเสนอให้กระทรวงการคลังสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศของภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย โดยส่งหนังสือถึงประธานของภาคเอกชนในแต่ละแห่งแล้วทั้งนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่า วงเงินรายได้ที่จะหายไปจากการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบนี้ ประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท หากภาคเอกชนเต็มใจที่จะนำเงินส่วนนี้เข้ากองทุนทั้งหมดก็จะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี
ทางหลวงชนบทเร่งซ่อมถนน
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า หลังจากน้ำลด กรมทางหลวงชนบทจะเร่งเข้าพื้นที่ถนนที่เสียหายกว่า 925 สายทาง ใน 63 จังหวัดทันที ล่าสุดถนนในภูมิภาคที่น้ำลดลง และขณะนี้สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดนครสวรรค์ได้ดำเนินการบูรณะให้สามารถสัญจรได้ก่อนจำนวน 20 สายทาง จากที่ได้รับความเสียหายจำนวน 32 สายทาง
หน้า 1 ต่อข่าว..ผลกระทบ
ชงครม.ของบกว่า 1.7 หมื่นล้าน
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กคฐ.) เปิดเผยหลังการประชุมเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่า จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ให้อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน วงเงินรวม 17,946.44 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท รวมทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรับปรุงโรงเรียนหลังน้ำลด
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมืองจะใช้งบประมาณ 489.2 ล้านบาท คาดว่าจะกู้ท่าอากาศยานดอนเมืองแล้วเสร็จภายใน 60 วัน หลังน้ำลด เพราะถือเป็นหน้าตาของประเทศ รวมทั้งต้องใช้เป็นท่าอากาศยานสำรอง ในส่วนของกรมทางหลวงจะต้องปรับปรุงถนนสายหลัก 708 สายทาง งบประมาณ 11,898 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบทจะต้องปรับปรุงถนน จำนวน 549 สายทาง งบประมาณ 4,594.3 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับปรุงโรงเรียนและครุภัณฑ์ 799 โรงเรียน งบประมาณ 964.94 ล้านบาท
"แผนดังกล่าวได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแล้ว รอเพียงขั้นตอนเสนอขอนุมัติจาก ครม." พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า การฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมืองต้องใช้งบประมาณเกือบ 4,000 ล้านบาท เป็นงบใช้ปรับปรุงทางวิ่งทางขับและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบิน รวมทั้งระบบไฟฟ้าด้านตะวันออก 489.2 ล้านบาท ซึ่งจะขออนุมัติงบจากรัฐบาล ส่วนงบปรับปรุงทางวิ่งทางขับด้านตะวันตก 475.8 ล้านบาท ส่วนนี้จะใช้งบจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. นอกจากนั้นจะเป็นงบสำหรับปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า พื้นที่จอดรถต่างๆ คาดว่าต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท



