
ปล้นบ้านปลัดคมนาคมอ้าง'มาเอาของคืน'
บุกปล้นบ้านปลัดคมนาคมไอ้โม่งอ้าง'มาเอาของคืน': ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
หลังเกิดเหตุชายฉกรรจ์กว่า 10 คนใช้มีดเป็นอาวุธบุกเข้าปล้นทรัพย์ภายในบ้านของ "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ปลัดกระทรวงคมนาคม แม้ว่าคดีนี้ผู้เสียหายพยายามปกปิดอ้างว่าเป็นเหตุเข้าใจผิด แต่การสอบสวนคนงานในบ้าน 3 คนให้การสอดคล้องรวมถึงการรื้อค้นทรัพย์สิน ซึ่งมูลเหตุจูงใจครั้งนี้ตำรวจสันนิษฐานว่าไม่น่าจะเป็นการปล้นทรัพย์ทั่วไปแต่อาจมีเรื่องส่วนตัวเข้ามาแอบแฝง !!
ช่วงหัวค่ำวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ชัยยุทธ ปัดธามัง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ ภายในบ้านเลขที่ 77 ซ.ลาดพร้าว 64 แยก 2 ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พร้อม พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)
บ้านที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น จำนวน 2 หลัง ห่างกันประมาณ 100 เมตร โดยมีทางเดินเชื่อมกันบนพื้นดิน บนเนื้อที่ประมาณ 150 ตร.ว. รั้วสูงประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม
จากการสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นคนงานภายในบ้าน 3 คนให้การสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุวันเดียวกัน นายสุพจน์ พร้อมครอบครัวเดินทางไปร่วมงานแต่งงานลูกสาวที่จัดขึ้นที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ส่วนประตูบ้านซึ่งเป็นประตูไฟฟ้านั้น แต่นายสุพจน์สั่งให้ตัดไฟฟ้าควบคุมประตูหน้าบ้าน เนื่องจากเกรงว่าหากน้ำท่วมแล้วไฟฟ้าจะช็อตแล้วเข้าออกบ้านไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานช่วงหัวค่ำมีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู โดยมีชายฉกรรจ์เกือบ 10 คนเข้ามาในบ้าน โดยชายฉกรรจ์ทั้งหมดสวมเสื้อสีดำ บางคนนุ่งกางเกงยีน บางคนนุ่งกางเกงลายพราง สวมหมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า พกพาวิทยุสื่อสาร ใช้อาวุธมีดบังคับคนงาน 2 คนไม่ให้ส่งเสียงร้องแล้วใช้เชือกมัดมือ ส่วนคนงานอีก 1 คนหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือไปยังศูนย์วิทยุผ่านฟ้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
"คนร้ายใช้อาวุธมีดบังคับคนงานที่จับมัดมือให้ขึ้นไปข้างบนชั้น 2 ของบ้าน แล้วใช้ชะแลงงัดเข้าไปภายในห้องนอนของนายสุพจน์ แล้วรื้อค้นเอาทรัพย์สิน และทิ้งคัตเตอร์ที่ใช้จี้แม่บ้านกับชะแลงที่ก่อเหตุทิ้งไว้ จากนั้นก็มาขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู ไม่ทราบสีและทะเบียนหลบหนีไป และจากการสอบสวนคนงานทั้งหมดคนร้ายใช้เวลาลงมือประมาณ 10 นาทีเท่านั้น" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุ
แหล่งข่าวในชุดสืบสวน เปิดเผยอีกว่า คนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทราบว่าในวันก่อเหตุเจ้าของบ้านและครอบครัวไม่อยู่ภายในบ้าน เพราะต้องไปงานแต่งงานลูกสาว จากการสืบสวนสอบสวนพบพิรุธหลายอย่างคือ คนร้ายไม่แตะต้องทรัพย์สินมีค่าไม่ว่าจะเป็นเครื่องเพชร ทองรูปพรรณ และทรัพย์สินมีค่าอย่างอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดปกติสำหรับคนร้ายทั่วไปมักไม่ทำแบบนี้ อีกทั้งคำให้การของคนงานบางคนบอกว่า คนร้ายบางคนพูดว่าไม่ได้มาทำร้าย สาเหตุที่มาเพราะเจ้านายให้มาเอาของที่เจ้านายของเธอเอาไปเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเพียง 2 วันมีรายงานว่าชุดสืบสวนสอบสวนพบประเด็นการปล้นทรัพย์ครั้งนี้ที่อาจไม่เหมือนการปล้นทรัพย์ทั่วไป โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งที่ยังรับราชการอยู่และออกจากราชการไปแล้ว อีกทั้งมักอ้างว่าตนเองคือ "ผู้กอง ม." และ "เสธ. ก." อาจมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะข้อมูลการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางมาที่บ้านหลังเกิดเหตุหลายครั้งเพื่อติดตามเรื่องอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน (ขอปกปิด) ซึ่งเรื่องนี้หากมีการเปิดเผยออกไปอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นทำให้ผู้เสียหายพยายามปกปิดข้อเท็จจริง แต่ชุดสืบสวนสอบสวนพอทราบถึงมูลเหตุจูงใจครั้งนี้แล้ว
ขณะเดียวกัน ในช่วงเกิดเหตุผู้เสียหายพยายามปกปิดข้อมูลอ้างว่าเป็นเหตุเข้าใจผิด แต่ชุดสืบสวนสอบสวนมีหลักฐาน โดยเฉพาะคำให้การของ 1 ใน 3 คนงานที่อ้างว่าโทรศัพท์มือถือแจ้งศูนย์วิทยุผ่านฟ้าแต่โทรศัพท์ไม่ติด ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการโทรศัพท์เข้ามา แต่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งใน บช.น. โทรศัพท์มือถือเข้ามาที่ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า 2 ครั้ง โดยครั้งแรกโทรศัพท์แจ้งว่ามีเหตุปล้นทรัพย์ที่บ้านของปลัดคมนาคมให้เร่งแจ้งตำรวจสายตรวจวังทองหลางและตำรวจ 191 รีบไปที่บ้านเลขที่ดังกล่าวคนร้ายยังอยู่ภายในบ้าน จากนั้นไม่นานนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่โทรกลับมาบอกว่าคนร้ายหลายคนนั่งรถยนต์ปิกอัพออกไปทางลาดพร้าว 62 นั่นอาจหมายความว่าคนงานน่าจะโทรไปหาเจ้าของบ้าน จากนั้นเจ้าของบ้านเร่งประสานงานไปยังนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนนี้ให้ช่วยแจ้งตำรวจพื้นที่เพราะคนร้ายยังอยู่ในบ้านแต่ก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว!!



