
พลิกอู่ซ่อมรถยนต์ผลิตเรือเหล็ก
พลิกอู่ซ่อมรถยนต์ผลิตเรือเหล็ก พลิกวิกฤติเป็นโอกาสสู้ภัยน้ำท่วม โดย...ดลมนัส กาเจ
มหาอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความเสียหายในทุกภาคส่วน ทั้งที่อยู่อาศัย ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว รวมถึงกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ทำให้หลายกิจการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ต่างหาวิธีเอาตัวรอด เพื่อหารายได้มาจุนเจือในกิจการและพนักงาน อย่างอู่ซ่อมรถยนต์ทุกประเภท โดยเฉพาะสิบล้อ รถพ่วง ของบริษัท บลังเกิอร์ คลับ จำกัด ย่านถนนนิมิตใหม่ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ที่มี พาณิภัค สุกาญจนวัฒน์ เป็นเจ้าของนั้น ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน แต่เธอหาทางออกด้วยการพลิกอู่ซ่อมรถยนต์มาเป็นอู่ต่อเรือเหล็กขายให้ผู้ประสบน้ำท่วมในราคาถูก เพียงลำละ 2,990 บาท บรรทุกรถยนต์ปิกอัพออกตระเวนขายย่านที่คิดว่าน้ำจะท่วมแน่นอน
พาณิภัค บอกว่า การใช้อู่ซ่อมรถยนต์มาผลิตเรือเหล็กนั้น เกิดมาจากพรรคพวกซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ลพบุรี มาขอความช่วยเหลือให้ช่วยต่อเรือเหล็กจำนวนหลายสิบลำ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จึงเห็นว่าอู่พอมีศักยภาพที่จะผลิตได้ เนื่องจากปกติดการซ่อมรถยนต์จะอยู่กับเหล็กอยู่แล้ว จึงมานั่งคำนวณในการใช้เหล็ก และการออกแบบจึงตีราคาลำละ 2,990 บาท และอีกส่วนหนึ่งผลิตบริจาคด้วย
หลังจากผลิตชุดแรกส่งให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พาณิภัคมองว่า ยังมีอีกหลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำท่วม รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย จึงถือโอาสวิกฤติน้ำท่วมหันมาผลิตเรือเหล็ก คิดว่าขายในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น เพราะส่วนหนึ่งนอกจากที่คำนวณให้กิจการพอมีกำไรเล็กน้อยแล้ว ถือเป็นการช่วยเหลือด้วย กระทั่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการเปิดประตูระบายน้ำที่คลองสามวา ทำให้อู่ประสบน้ำท่วมด้วย จึงหยุดการซ่อมรถยนต์ชั่วคราว และหันมาผลิตเรือเหล็กแทน เมื่อผลิตเสร็จแล้วจะนำบรรทุกรถปิกอัพตระเวนขายย่านถนนที่คาดว่าน้ำจะท่วม ตั้งแต่รามอินทรา นวมินทร์ รวมถึงถนนรามคำแหง เสรีไทยเป็นต้น
"ตอนแรกไม่ได้คิดว่าอู่ของเราจะท่วมด้วย แต่ตอนนี้ท่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ลูกน้องต้องดูแล มีค่าใช้จ่าย ช่วงนี้จึงเน้นไปที่ผลิตเรือเหล็ก ซึ่งเป็นเรือพายขนาดกว้างราว 80 ซม. ยาว 2 เมตร สามารถนั่งได้ 3-4 คน ในแต่ละวันจะผลิตได้เพียงวันละ 10 ลำเท่านั้น เนื่องจากการผลิตเรือเหล็กค่อนข้างลำบากพอสมควร คือเรือ 1 ลำต้องใช้แผ่นเหล็กขนาด 2 หุน จำนวน 1 แผ่นเต็ม แล้วต้องมาดัดขอบให้โค้งงอเพื่อป้องกันบาดมือ ส่วนลำเรือและส่วนหัว ตัดมาเป็นแผ่นแล้วมาเชื่อมทำเป็นรูปทรงขึ้นมา พอเสร็จและได้รูปทรงตามที่ต้องการ จึงมาพ่นสี ซึ่งยอมรับว่าทำยากมากและต้นทุนสูงตกลำละกว่า 2,000 บาท แต่ก็ต้องทำเพราะรายจ่ายมีทุกวัน" พาณิภัค กล่าว
เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ บริษัท บลังเกิอร์ คลับ บอกอีกว่า นอกจากเรือเหล็กที่ผลิตออกมาจะนำไปขายตามย่านต่างๆ ที่มีน้ำท่วมแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังรับงานในรูปแบบที่มีลูกค้าสั่งจองด้วย แต่จะขายในราคาเดียวกัน เนื่องจากต้นทุนสูงนั่นเอง
"บางครั้งฉันต้องขายเอง หากไม่ว่างจะให้ลูกน้องไปขาย บางครั้งยอมรับว่าอายเหมือนกัน กลัวลูกค้าของเรามาเห็น เพราะเราอู่เราก็มีขนาดกลางขึ้นไป เรารับซ่อมรถยนต์ของบริษัทประกันภัยด้วย อีกส่วนหนึ่งฉันก็มีกิจการรถลาก แต่มานึกอีกที หากมัวแต่อาย จะเอาที่เงินไหนจ่ายให้ลูกน้อง เพราะเราเลี้ยงไว้ และให้ลูกน้องก็ได้ทำงานด้วย" พาณิภัคกล่าว
ก็นับเป็นการใช้ช่วงจังหวะวิกฤติน้ำท่วมมาเป็นโอกาสให้แก่กิจการ แม้จะมีรายได้ที่น้อยกว่าปกติ แต่ยังดีที่สามารถประคองกิจการให้รอดพ้นจากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ได้
--------------------------------------------------
ยึดถนนรามคำแหงขายสารพัดอุปกรณ์
นอกจาก พาณิภัค สุกาญจนวัฒน์ จะพลิกวิกฤติมาเป็นโอกาสด้วยการพลิกอู่ซ่อมรถยนต์มาผลิตเรือเหล็กแล้ว ก็ยังมีผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวนไม่น้อยที่ถือโอกาสช่วงน้ำท่วมมาประกอบอาชีพเสริม ด้วยการนำอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมมาขาย โดยเฉพาะย่านถนนรามคำแหง ช่วงแยกถนนราษฎร์พัฒนา (แยกซอยมิสทิน) อีกย่านหนึ่งที่คาดว่าน้ำจะท่วมในเร็วๆ นี้
จากการสำรวจบุคคลที่หันมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีงานประจำอยู่แล้ว แต่บ้านถูกน้ำท่วม ทางหน่วยงานอนุญาตให้หยุดงานได้ จึงถือโอกาสนี้นำอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ป้องกันน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นอิฐบล็อก ถุงทราย ปูน เรือยาง รองเท้าบู๊ท และถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับหุ้มเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า มาวางขายในลักษณะวางท้ายขายของเรียงรายเป็นแนวยาวของถนน ซึ่งบางคนขายมาแล้วกว่า 2 อาทิตย์ แต่บางคนเพิ่งมาขาย
พูลสุข คุ้มทอง พนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง บอกว่า บ้านอยู่ย่านบางเขน กรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วมมา 3 อาทิตย์แล้ว ทางต้นสังกัดอนุญาตให้หยุดงานได้ จึงใช้เวลาที่ว่างสั่งอิฐบล็อกมาจาก จ.สระแก้ว มาขายริมถนนรามคำแหงเป็นเจ้าแรกขาย ในราคาก้อนละ 15 บาท หากซื้อในจำนวนมากขายก้อนละ 13 บาท ยอมรับว่าเป็นราคาที่แพงกว่าปกติดกว่าเท่าตัว ในแต่ละวันจะขาย 1,500-2,000 ก้อน
ส่วน ประกาศ คุ้มทอง อายุ 59 ปี มีบ้านพักอยู่ยานถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ บอกว่า ปกติทำการตลาดเครื่องสำอาง และอาหารเสริมจากต่างประเทศ ช่วงนี้ลูกค้าน้อยลง เนื่องจากทุกคนเริ่มประหยัด จึงถือโอกาสช่วงน้ำท่วมนำกระสอบทรายมาขายในราคากระสอบละ 35 บาท บางวันขายได้วันละ 300 ถุง เมื่อ 2 วันก่อนจึงนำเรือพลาสติกจาก จ.นครสวรรค์ เป็นขนาดกว้าง 75 ซม. ยาว 2 เมตร นั่งได้ 3-4 คน ขายในราคาพร้อมใบพายลำละ 9,500 บาท
ขณะที่ อำพร แซ่ตั้ง พนักงานห้างร้านเอกชนย่านท่าน้ำราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านพูลสิน เขตคลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง มาขายร้องเท้าบู๊ท กล่าวว่า ที่ทำงานน้ำเริ่มท่วมแล้ว เจ้าของจึงปิดกิจการ จึงนำรองเท้าบู๊ทในร้านมาขาย โดยเจ้าของร้านให้นำไปจำหน่ายก่อน หากขายไม่หมดสามารถนำไปคืนได้ ขายในราคาคู่ละ 300 บาท ซึ่งยอมรับว่า เป็นราคาที่แพงกว่าเท่าตัว เพราะต้นมาสูงกว่าปกติ
-------------------------------------
(พลิกอู่ซ่อมรถยนต์ผลิตเรือเหล็ก พลิกวิกฤติเป็นโอกาสสู้ภัยน้ำท่วม โดย...ดลมนัส กาเจ)



