ข่าว

จุฬาฯ แนะ11 มาตรการแก้ไขน้ำท่วมแบบหลายมิติ

จุฬาฯ แนะ11 มาตรการแก้ไขน้ำท่วมแบบหลายมิติ

14 พ.ย. 2554

วิทย์ จุฬาฯ เผย 11 มาตรการแก้ไขน้ำท่วม ชี้ต้องพยายามคลีปมของปัญหาซึ่งมีอยู่หลายมิติและซ้อนทับกันอยู่ให้ออกมาเห็นในแนวเดียวกัน แนะสร้างระบบทางด่วนพิเศษระบายน้ำท่วม ปรับปรุงระบบเตือนพิบัติภัยล้วงหน้า

          ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที กล่าวว่า จากสภาพการแปรปรวนของภูมิอากาศแบบผกผันของประเทศในช่วง ปี 2553-2554 นั้นก่อให้เกิดสภาพฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล รูปแบบฝนตกได้เปลี่ยนไปจากอดีต คือตกครั้งละมากๆ บางครั้งฝนตกมาครั้งหนึ่งมากกว่าฝนตกเฉลี่ยทั้งปี หรือบางครั้งฝนก็ทิ้งช่วงเป็นเวลานานๆ และจากการศึกษาแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลก พบว่า ในอนาคตสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศจะมีความถี่ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม พายุโซนร้อน พายุฤดูร้อน แผ่นดินถล่ม ไฟป่าและหลุมยุบเกิดขึ้นกับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยในขณะนี้ ยิ่งแก้ไขก็ยิ่งเหมือนไปเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นให้กับพื้นที่ท้ายน้ำอยู่เสมอและสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในสังคมทั้งประชาชนที่มีระบบป้องกันและไม่มีระบบป้องกัน ชุมชนเมืองและชุมชนภาคเกษตร เป็นต้น
           ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวต่อว่าการแก้ไขน้ำท่วมนั้น ต้องพยายามคลีปมของปัญหาซึ่งมีอยู่หลายมิติและซ้อนทับกันอยู่ให้ออกมาเห็นในแนวเดียวกัน เช่น มิติที่เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบที่ใช้ทั้งมาตรการสิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง มิติมองภาพของปัญหาที่เป็นองค์รวม มิติมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจริง มิติมาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เป้าหมายที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมสูง มิติการเฝ้าระวังติดตามและบริหารจัดการน้ำท่วมทั้งระบบ หรือมิติที่จำต้องดำเนินการแก้ไขแบบเร่งด่วน ดังนั้น ขณะนี้ มาตรการแก้ไขน้ำท่วมที่ต้องดำเนินการคือ 1. สร้างระบบทางด่วนพิเศษระบายน้ำท่วม (super-express floodway) 2. วางแผนแม่บทควบคุมการป้องกันน้ำท่วมโดยใช้สิ่งก่อสร้างในลุ่มน้ำต่างๆ; ควบคุมการถ่มที่ดินทั้งระบบ; ควบคุมการพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ล่อแหลมน้ำท่วม 3. ปรับปรุงระบบเตือนพิบัติภัยล้วงหน้าและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่ทั้งระบบ 4. วางแผนพัฒนากรุงเทพฯและเมืองบริวารในอนาคต 5. มาตรการจัดเก็บภาษีน้ำท่วมและการประกันภัย เพื่อกองทุนชดเชยน้ำท่วม แบ่งเป็น ภาษีน้ำท่วมโดยตรงจากพื้นที่ที่มีระบบปิดล้อมป้องกันน้ำท่วม และ ภาษีน้ำท่วมทางอ้อม เพื่อปกป้องพื้นที่แกล้มลิงธรรมชาติโดยเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้างในอัตราสูงมาก 6. มาตรการควบคุมการใช้ที่ดินและผังเมืองโดยใช้แผ่นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม 7.มาตรการควบคุมการใช้น้ำบาดาลเพื่อลดปัญหาแผ่นดินทรุด ช่วยให้การระบายน้ำได้ดีขึ้น 8. มาตรการแผ่นแม่บทกำหนดระยะเวลาการเพาะปลูกในลุ่มน้ำท่วมอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับการแปรปรวนและผกผันของภูมิอากาศในอนาคต เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับภาคเกษตรกรรมและการผลิตอาหารของประเทศทั้งระบบ 9. มาตรการอนุรักษ์และปกป้องพื้นที่แกล้มลิงธรรมชาติให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนในพื้นที่ล่อแหลมเสี่ยงภัยน้ำท่วมสูง 10. ควรเร่งพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดพิบัติภัยทั้งระบบและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการจัดการพิบัติภัยของภาครัฐ และ11. ควรจัดตั้งหน่วยงานดูแลเรื่องพิบัติภัยและส่งเสริมงานวิจัยทั้งระบบอย่างจริงจังเพื่อลดพิบัติภัยด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่