ข่าว

สงคราม 6แสนเบื้องลึกศึก"สหายสามก๊ก"

สงคราม 6แสนเบื้องลึกศึก"สหายสามก๊ก"

04 พ.ค. 2552

คำประกาศดังๆ จะจับอาวุธต่อต้านรัฐบาล จาก "อดีตนักรบดาวแดง" แห่งกาฬสินธุ์ เมื่อวันก่อน ทำเอาหน่วยข่าวกองทัพภาคที่ 2 วิ่งหาข่าวกันให้วุ่น

 สำนักข่าวต่างๆ ก็รู้สึกงุนงง เพราะไม่ทราบเบื้องหลังสหายกลุ่มนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร? และมีความเกี่ยวพันกับมวลชนคนเสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน?

 จะว่าไปแล้ว มันเป็นเรื่อง "ผลประโยชน์" ของสหายเก่า หรือ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" (ผรท.) ไม่เกี่ยวกับสีไหนทั้งสิ้น

 ความเดิมจาก 9 ปีที่แล้ว สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กับ วีรพล โสภา (สมัยที่ยังไม่ได้สวมเสื้อเหลือง) ได้ออกแบบการเคลื่อนไหวให้กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน ออกมาทวงสัญญาความช่วยเหลือตามข้อตกลงกับกองทัพภาคที่ 2 อันเนื่องมาจากนโยบาย 66/2523

 โดยมี บุญใส ก้อนดินจี่ และ สว่าง วงศ์กะโซ่ พร้อมมิตรสหายกว่า 3,000 คน ร่วมขบวนชุมนุมเรียกร้องเป็นระยะๆ (รายชื่อผู้เรียกร้องก็หล่นหายไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาอันเนิ่นนาน จนเหลือแค่หลักพัน)

 ผ่านจากปลายรัฐบาลชวน 2 มาถึงปลายรัฐบาลทักษิณ ข้อเรียกร้องของสหายเก่าก็ใกล้บรรลุ เมื่อ ครม.ทักษิณ เห็นชอบที่จะดำเนินการช่วยเหลือตามสัญญา แต่ติดขัดเรื่องการจัดหางบประมาณที่จะนำมามอบให้สหายเหล่านั้น

 เหมือนโชคช่วย เมื่อ "ลูกชายสหายคำตัน" พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ดึงเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรกๆ จึงทำให้ ผรท.ประมาณพันกว่าคน ได้เงินช่วยเหลือคนละ 2 บาท

 แต่เรื่องมันไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ ผรท.อีสานอีกหลายพันคนเห็นว่า พรรคพวกได้เงินแสน ก็อยากได้บ้าง จึงมีการรวมตัวกันอีกครั้ง ในนาม "กลุ่ม ผรท.บัญชีตกค้าง" ตลอดช่วงปี 2550

 โดยการนำของ "สหายดำริ" ไสว แสงชาติ และ "สหายชัด" สุเนตร แก้วคำหาญ ส่วนบุญใสได้เงินแสนไปแล้ว แต่ขอรับบทที่ปรึกษา

 ในเวลานั้น รัฐบาลสุรยุทธ์ ก็ช่วยได้เพียงจัดสรรงบอยู่ดีมีสุขให้เหล่าสหายเก่าเท่านั้น ทำให้สหายบางส่วนไม่พอใจ จึงระดมพลเรียกร้องกันใหม่ในช่วงรัฐบาลสมัคร

 ถึงตอนนี้ สหายเก่าแยกออกเป็น 2 กลุ่ม 2 แนวทาง!

 1.กลุ่มสหายดำริ ยังเดินหน้าขอความช่วยเหลือเป็นเงินคนละ 6 แสนบาท ซึ่งกลุ่มนี้อ้างว่ามีสมาชิก ผรท.15 จังหวัดภาคอีสาน ประมาณ 3,000 คน

 ภายหลัง "บุญใส" เกิดความขัดแย้งกับสหายดำริ จึงแยกตัวออกไปตั้ง "กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 2" มีสมาชิกประมาณ 500 คน

 2.กลุ่มสหายชัด ได้นำสหายจำนวนหนึ่งเข้าร่วมกับ "สภาประชาชน 4 ภาค" ของ ประพาส โงกสูงเนิน เคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกินให้ และแก้ปัญหาหนี้สิน

 ต่อมา ครม.อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือจำนวน 1,700 ล้านบาท จัดซื้อที่ดินให้แก่เกษตรกรคนละ 15 ไร่ และสะสางหนี้สิน

 สำหรับ "กลุ่มสหาย 6 แสน" ได้นัดรวมพลที่เขื่อนลำตะคองเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 โดยทางภาครัฐ ก็มี "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รมช.มหาดไทย ออกไปรับข้อเรียกร้อง และรับปากว่าจะดำเนินการให้โดยเร็ว

 ระหว่างศึกเสื้อแดงกำลังคุกรุ่น สหายดำริและพวก ได้เข้าพบ รมช.บุญจง เพื่อให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐบาล-ผรท.ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 ด้วยความเป็นกังวลว่าสหายเก่าจะเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง รมช.บุญจง จึงเร่งทำหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการโดยทันที

 อันเป็นที่มาของ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเลขที่ 97/2552 ลงวันที่ 7 เมษายน ลงนามโดย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยรัฐบาลกับแกนนำ ผรท. ในการแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทั่วประเทศ

 คำสั่งที่ว่านี้แหละ ทำให้ "บุญใส ก้อนดินจี่" ออกมาตะโกนก้องว่า การตั้งคณะกรรมการโดยเฉพาะในฝ่าย ผรท. รัฐบาลได้สร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เจาะจงที่จะใช้ ผรท.เพียงบางกลุ่มเท่านั้น

 เพราะไม่มีชื่อ "บุญใส" และพวกพ้องอยู่ในคณะกรรมการชุดนั้น!

 ฉะนั้น สงคราม 6 แสนของสหายเก่า ยังต้องดำเนินต่อไป เมื่อ "บุญใส" และสหายตัวจริงบางส่วนได้ต่อสายตรงถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ ขอเข้าไปมีเอี่ยวในคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ผรท.

 จึงฝากถึง "นายกฯ อภิสิทธิ์" และ "รมช.บุญจง" ให้จัดการปัญหานี้ด้วยความรอบคอบ เพราะมิเช่นนั้นแล้ว มันจะตกหลุมพราง "นายหน้าค้าสหาย" บางพวกที่ไม่หวังดีต่อมิตรร่วมรบในอดีต

โต๊ะข่าวการเมือง