ข่าว

กองทัพไทยจากการได้ใจประชาชนกรณีน้ำท่วม

กองทัพไทยจากการได้ใจประชาชนกรณีน้ำท่วม

14 พ.ย. 2554

กองทัพไทยจากการได้ใจประชาชนกรณีน้ำท่วม : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น http://www.facebook.com/ruarob.muangman

            เป็นไปตามคาดหมายที่การทุ่มเททำงานสนองนโยบายรัฐของกองทัพจะได้ใจประชาชนเต็มแม็กในวิกฤติหนนี้ แตกต่างจากปีกลายที่สนองนโยบายรัฐเต็มเหนี่ยวเหมือนกันแต่ได้เสียงชมกับเสียงด่าอย่าละครึ่ง นั่นแสดงให้เห็นว่าวันนี้กองทัพเลือกที่จะเดินเป็นและเมื่อตรวจสอบกลไกวิธีการต่างๆ ยิ่งพบว่ากองทัพดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างมืออาชีพ ปิดทางการตกเป็นเครื่องมือให้ขัดแย้งกับฝ่ายใดเสียด้วย
   
          ทั้งนี้ ประการแรกต้องยกคุณความดีให้แก่ขีดความสามารถกองทัพเองที่มีเครื่องมือมากกว่าใคร ตั้งแต่ระดับไฮเทค เช่น วัดระดับน้ำ คาดการณ์ระดับฝนอย่างกรมแผนที่ทหาร หรือกรมอุทกศาสตร์ จนถึงระดับรองลงมา เช่น การส่งบุคลากรและพาหนะจำนวนมากทั้งบก เรือ อากาศเข้าพิสูจน์ทราบทางวิชาการและปฏิบัติการทางยุทธการ หลากหลายความชำนาญไม่ว่าจะเป็นป้องกันกั้นน้ำทั้งกับนิคมหมื่นล้าน กับคูคลองถนน จนถึงบ้านเรือนประชาชนคนยาก ผลักดันน้ำ บริจาคแจกจ่ายของ รับส่งประชาชน ไปจนถึงงานช่วยเฝ้าตรวจโจรก็ทำ ประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งทางตรงและทางอ้อมย่อมยินดีในทหาร แต่ประการสำคัญไม่น้อยหน้านั้นคือการมียุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม รถทหารติดป้ายกองทัพบกช่วยเหลือประชาชนหรา ใช้สื่อทีวีประโคมผลงานของกองทัพ ควบคู่การโฆษณาแบบดราม่านั้นทหารก็ทำเป็น
   
          กองทัพอาจตกม้าตายได้ถ้าไพล่ถูกจับไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง อย่างที่มีการพยายามเสี้ยมจะให้เป็นอย่างนั้น แต่ผู้นำกองทัพยุคนี้ “เล่นเป็น” พวกเขาไม่เคยตำหนิรัฐบาลหรือ กทม. ไม่เคยเรียกร้องให้ใครลาออกหรือไม่เคยประกาศว่าเฉพาะพวกเขาเท่านั้นที่เป็นฮีโร่ พวกเขาเข้าร่วมกับ ศปภ.แบบร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน เป็นมือเป็นเท้าเป็นสมองปรึกษาให้ ไม่งอแงขอโน่นนี่ เพราะถ้าขาดเหลือก็อาจได้ทีเดียวจากระดับงบประมาณใหญ่ ผลคือรัฐบาลก็เกรงใจและชื่นชมกองทัพกลับเช่นกัน
   
          ภัยพิบัติปีนี้จะไม่จบสิ้นลงง่ายๆ ปีหน้าก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะเกิดหายนะทางธรรมชาติแบบนี้อีก ดังนั้น เชื่อว่ากองทัพจะมุ่งหน้าด้านบรรเทาสาธารณภัย จนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของนโยบายจัดซื้อจัดหากองทัพ จริงอยู่ที่การป้องกันเอกราชและอธิปไตยของชาติคือนโยบายอันดับหนึ่งที่เปลี่ยนแปรไม่ได้ แต่การเตรียมกำลังเพื่อป้องกันภัยคุกคามอื่นนั้นเกี่ยวข้องกับสัดส่วนงบประมาณที่สูงในยุทโธปกรณ์แต่ละชิ้น อีกทั้งโอกาสได้ใช้ก็น้อย ดังนั้นรถลำเลียงพลหกล้อ เฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ อุปกรณ์ซ่อมสร้างขนาดใหญ่ จึงสำคัญไม่น้อยกว่ากระสุนปืนใหญ่หรือยานยนต์หุ้มเกราะ การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องควบคุมการตกลงซื้อขายเบิกจ่ายให้ดีอย่าให้มีข้อครหาได้ เช่นเดียวกับเบี้ยเลี้ยงทหารระดับล่าง เหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ไม่เพียงแต่เบี้ยเลี้ยงไม่ควรโดนตัดด้วยเรื่องเล็กน้อย เช่น ค่าประกอบเลี้ยง แต่ควรเจียดแบ่งผลประโยชน์บางส่วนของทหารระดับบน เช่น ค่าพาหนะมาโปะให้เด็กก็จะเป็นการเหมาะควรยิ่งขึ้น