
อาชญากรรมกับสงคราม(2)
อาชญากรรมกับสงคราม(2) : เลียบค่าย โดย ชัยกรใบเงิน
มีหลายคนมาถามผมบ่อยว่าความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะจบลงอย่างไร ก็บอกไปตามตรงว่า ไม่รู้ ที่แน่ๆ คงต้องใช้เวลาอีกนานในการแก้ปัญหา
พอได้หนังสือที่กองปราบปราม จัดทำขึ้น และพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. เอามาให้ดูบอกว่า ได้ส่งนายตำรวจ 6 คน ไปฝึกอบรม เรียนรู้ หลักสูตร ต่อต้านการก่อการร้าย ที่ไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร
เปิดอ่านดูมีหลายเรื่องที่หน่วยปฏิบัติใน 3 จังหวัดชายแดนใต้น่าศึกษา ตามที่ได้เกริ่นไว้ตอนที่แล้ว
โดยเฉพาะผลการศึกษาการต่อสู้ของตำรวจไอร์แลนด์เหนือกับกลุ่มก่อการร้าย Irish Republican Army หรือ (IRA) ที่พยายามแยกตัวเองเป็นอิสระ โดยมีนิกายทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัญหาใกล้เคียงกับกลุ่มโจรใต้ในบ้านเรา
ประเด็นคือ รัฐบาลต้องชัดเจนในนโยบายว่าจะต่อสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบยังไง ยึดรูปแบบสงครามหรือมองเป็นเรื่องอาชญากรรม
จุดนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพราะจะเกี่ยวโยงกับการใช้กำลังในพื้นที่ส่วนกองทัพและการปรับแผนของตำรวจเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธวิธี
ความเป็นจริงในปัจจุบันคือ กองทัพเป็นกำลังหลักในการหยุดยั้งเหตุทำให้ภาพที่ปรากฏเลยดูเป็นสงครามไม่ใช่อาชญากรรมปกติ
แต่ในต่างประเทศที่ช่วงแรกๆ มองว่า เป็นสงคราม แต่สุดท้ายมีการปรับแนวการต่อสู้ ลดระดับกลุ่มก่อการร้ายเป็นเพียงโจรก่ออาชญากรรม
ไอร์แลนด์เหนือได้เรียนรู้ ศึกษาวิจัยภายหลังกลุ่มก่อการร้ายวางอาวุธและหันมาต่อสู้ทางการเมืองแทน และปัญหาที่พบบางส่วนคือ การใช้กำลังทหาร การถูกกดขี่ ความคับข้องใจ
ไม่ได้บอกว่า การใช้กำลังทหารผิดหรือล้มเหลว แต่นี่คือ ผลการศึกษาจากประสบการณ์จริงในต่างประเทศ ซึ่งเราควรนำมาศึกษาและปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเรา
สถานการณ์ชายแดนใต้ต้องยอมรับว่า เข้าขั้นวิกฤติ เพราะคนร้ายลงมืออย่างต่อเนื่องและรุนแรง พัฒนาจากการใช้ปืนธรรมดา ปรับมาเป็นอาวุธสงคราม จากระเบิดทำกันง่ายๆ มาสู่คาร์บอมบ์ ยุทธวิธีก็เปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา
หัวใจของการต่อสู้ที่ตำรวจไอร์แลนด์เหนือ เน้นเป็นสิ่งแรกคือ ประชาชน ต้องสร้างความไว้วางใจ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ต้องรับใช้ชุมชน ออกพูดคุยกับชาวบ้านสม่ำเสมอ
ถ้าชาวบ้านปลอดภัยหันมาอยู่ข้างรัฐ ชัยชนะก็อยู่แค่เอื้อม
ตอนหน้าจะนำผลการศึกษาการเอาชนะกลุ่มก่อการร้ายของไอร์แลนด์เหนือมาบอกกล่าว



